คลื่นความร้อนถล่มยุโรป อุณหภูมิพุ่งสูงกว่าปกติ 9-13 °C!

Share on Line Share on Facebook Share on X
คลื่นความร้อนถล่มยุโรป อุณหภูมิพุ่งสูงกว่าปกติ 9-13 °C!

หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญสภาพอากาศร้อนจัด หลังมวลอากาศร้อนจากทะเลทรายซาฮาราแผ่ปกคลุมคาบสมุทรไอบีเรีย ก่อนขยายตัวเข้าสู่ฝรั่งเศสตอนใต้และตะวันตก ส่งผลให้อุณหภูมิในหลายพื้นที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 30-35 องศาเซลเซียส ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับคลื่นความร้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของประชาชน


นักอุตุนิยมวิทยาคาดว่าในช่วงกลางสัปดาห์ มวลอากาศร้อนจะเคลื่อนตัวต่อไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีป โดยในวันศุกร์ หลายประเทศ เช่น เยอรมนี อิตาลี และสาธารณรัฐเช็ก มีแนวโน้มเผชิญอุณหภูมิสูงสุดระดับกลาง 30 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิอากาศในช่วงปี 1991-2020 ถึง 9-13 องศาเซลเซียส


สรุปข่าว

ยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหญ่ หลังมวลอากาศร้อนจากทะเลทรายซาฮาราเคลื่อนตัวปกคลุมพื้นที่กว้าง ส่งผลให้อุณหภูมิในหลายประเทศพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลอย่างมาก บางพื้นที่อาจพุ่งเกิน 30 องศาเซลเซียสต่อเนื่องหลายวัน นักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า สภาพอากาศร้อนจัดครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน การใช้พลังงาน และความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในยุโรปตอนใต้และตอนกลางที่กำลังเผชิญอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติถึง 9-13 องศาเซลเซียส

หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญสภาพอากาศร้อนจัด หลังมวลอากาศร้อนจากทะเลทรายซาฮาราแผ่ปกคลุมคาบสมุทรไอบีเรีย ก่อนขยายตัวเข้าสู่ฝรั่งเศสตอนใต้และตะวันตก ส่งผลให้อุณหภูมิในหลายพื้นที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 30-35 องศาเซลเซียส ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับคลื่นความร้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของประชาชน


นักอุตุนิยมวิทยาคาดว่าในช่วงกลางสัปดาห์ มวลอากาศร้อนจะเคลื่อนตัวต่อไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีป โดยในวันศุกร์ หลายประเทศ เช่น เยอรมนี อิตาลี และสาธารณรัฐเช็ก มีแนวโน้มเผชิญอุณหภูมิสูงสุดระดับกลาง 30 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิอากาศในช่วงปี 1991-2020 ถึง 9-13 องศาเซลเซียส


สหราชอาณาจักรก็อาจได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศร้อนครั้งนี้เช่นกัน โดยแบบจำลองพยากรณ์อากาศระบุว่า กระแสอากาศอุ่นจากยุโรปแผ่นดินใหญ่อาจพัดขึ้นไปถึงพื้นที่ตอนใต้และตะวันออกของอังกฤษในช่วงวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นแตะระดับ 25-29 องศาเซลเซียส


ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หลายพื้นที่อาจมีอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียสต่อเนื่องนานถึง 5 วัน ซึ่งเข้าเกณฑ์การเกิดคลื่นความร้อนตามนิยามของหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลงในช่วงต้นสัปดาห์หน้า


ขณะเดียวกัน ไม่ใช่เพียงยุโรปเท่านั้นที่เผชิญอากาศอุ่นกว่าปกติ โดยหลายพื้นที่ในออสเตรเลียยังคงมีฤดูหนาวที่อบอุ่นผิดปกติ จากอิทธิพลของระบบความกดอากาศต่ำที่เคลื่อนตัวช้าทางตอนใต้ของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ซึ่งดึงกระแสลมอุ่นจากทิศเหนือเข้าสู่พื้นที่ฝั่งตะวันออกของประเทศ พร้อมกับทำให้เกิดลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่


อย่างที่เมลเบิร์นก็มีแนวโน้มเผชิญอุณหภูมิสูงสุดในช่วงกลางสัปดาห์ที่ระดับ 18-19 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยของฤดูหนาวราว 3-4 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิช่วงกลางคืนอาจอยู่ในช่วงกลาง 10 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าปกติประมาณ 5-6 องศาเซลเซียส


แม้อากาศที่อบอุ่นดังกล่าวยังไม่ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรง แต่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียระบุว่า สภาพอากาศลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งตลอดฤดูหนาวปีนี้ โดยมีความเชื่อมโยงกับการก่อตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมักส่งผลให้อุณหภูมิในหลายพื้นที่ของออสเตรเลียสูงกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters