นายกสมาคมค้าทองคำชี้ราคาทองระยะสั้นผันผวนจากสงครามยืดเยื้อ ประเมินแนวรับต่ำสุด 4,200 ดอลลาร์ฯ คงเป้าปลายปี 6,000 ดอลลาร์ฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X

คุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE (ประจำวันที่ 2 มิถุนายน 2569) ถึงทิศทางราคาทองคำในปัจจุบันว่า ตลาดทองคำกำลังเผชิญกับความผันผวนในระยะสั้นและมีโอกาสปรับตัวลดลงมากกว่าปรับขึ้น เนื่องจากปัจจัยสงครามที่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม ยังคงประเมินเป้าหมายราคาทองคำในช่วงปลายปีไว้ที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นเงินบาทไทยที่ระดับเฉียด 90,000 บาทต่อบาททองคำ

ปัจจัยกดดันราคาทองคำระยะสั้นสถานการณ์ปัจจุบันราคาทองคำได้หลุดระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐลงมาอีกครั้ง โดยมีปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบ ได้แก่

  • สงครามที่ยืดเยื้อ สถานการณ์ความขัดแย้ง โดยเฉพาะสงครามอิหร่านที่ยังไม่จบลง ทำให้ทิศทางราคาทองคำเกิดความไม่แน่นอนและผันผวนสูง นอกจากนี้ ทิศทางราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นจากปัจจัยปริมาณสำรองที่เหลือน้อยมาก ยังเป็นอีกส่วนที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในช่วงนี้

  • การเปลี่ยนผ่านประธานเฟด การเข้ารับตำแหน่งของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ คุณเควิน วอช (Kevin Warsh) รวมถึงการประกาศตัวเลขดอกเบี้ยที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงมากนัก แต่ก็ทำให้ราคาทองคำเกิดการแกว่งตัว โดยก่อนหน้านี้ราคาได้ย่อตัวลงไปที่ระดับ 4,300 กว่าดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะดีดกลับขึ้นมาเหนือ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐ และล่าสุดย่อตัวลงมาอยู่ที่บริเวณ 4,490 กว่าดอลลาร์สหรัฐ

สรุปข่าว

สถานการณ์สงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อและราคาน้ำมันที่สวิงตัว กดดันราคาทองคำโลกหลุดระดับ 4,500 ดอลลาร์ฯ โดยระยะสั้นมีแนวโน้มปรับตัวลดลงมากกว่าปรับขึ้น ประเมินกรอบแนวรับระยะสั้นที่ 4,300 ดอลลาร์ฯ และในกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst-case) มีโอกาสย่อตัวลงไปลึกถึงระดับ 4,200 กว่าดอลลาร์ฯ คาดแนวรับในประเทศตั้งรับอยู่ที่ 66,000 บาท และหากสถานการณ์เข้าสู่จุดแย่ที่สุด อาจปรับลดลงไปอยู่ที่ระดับประมาณ 65,500 บาท

คุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE (ประจำวันที่ 2 มิถุนายน 2569) ถึงทิศทางราคาทองคำในปัจจุบันว่า ตลาดทองคำกำลังเผชิญกับความผันผวนในระยะสั้นและมีโอกาสปรับตัวลดลงมากกว่าปรับขึ้น เนื่องจากปัจจัยสงครามที่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม ยังคงประเมินเป้าหมายราคาทองคำในช่วงปลายปีไว้ที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นเงินบาทไทยที่ระดับเฉียด 90,000 บาทต่อบาททองคำ

ปัจจัยกดดันราคาทองคำระยะสั้นสถานการณ์ปัจจุบันราคาทองคำได้หลุดระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐลงมาอีกครั้ง โดยมีปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบ ได้แก่

  • สงครามที่ยืดเยื้อ สถานการณ์ความขัดแย้ง โดยเฉพาะสงครามอิหร่านที่ยังไม่จบลง ทำให้ทิศทางราคาทองคำเกิดความไม่แน่นอนและผันผวนสูง นอกจากนี้ ทิศทางราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นจากปัจจัยปริมาณสำรองที่เหลือน้อยมาก ยังเป็นอีกส่วนที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในช่วงนี้

  • การเปลี่ยนผ่านประธานเฟด การเข้ารับตำแหน่งของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ คุณเควิน วอช (Kevin Warsh) รวมถึงการประกาศตัวเลขดอกเบี้ยที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงมากนัก แต่ก็ทำให้ราคาทองคำเกิดการแกว่งตัว โดยก่อนหน้านี้ราคาได้ย่อตัวลงไปที่ระดับ 4,300 กว่าดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะดีดกลับขึ้นมาเหนือ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐ และล่าสุดย่อตัวลงมาอยู่ที่บริเวณ 4,490 กว่าดอลลาร์สหรัฐ

แนวรับสำคัญและกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst-case Scenario)หากสถานการณ์สงครามยังคงยืดเยื้อและไม่สามารถหาข้อสรุปได้ สมาคมค้าทองคำได้ประเมินกรอบแนวรับที่สำคัญไว้ดังนี้

  • แนวรับระยะสั้น คาดว่าราคาอาจมีโอกาสย่อตัวลงไปทดสอบที่ระดับ 4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

  • กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst-case) หากราคายังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จุดต่ำสุดของรอบนี้อาจลงไปถึงระดับ 4,200 กว่าดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

  • ราคาทองคำในประเทศ ประเมินแนวรับตั้งรับอยู่ในปัจจุบันที่ประมาณ 66,000 บาทต่อบาททองคำ และหากราคาตลาดโลกร่วงลงไปถึงจุดเลวร้ายที่สุด ราคาทองคำไทยอาจปรับลดลงไปอยู่ที่ระดับประมาณ 65,500 บาทต่อบาททองคำ

ทิศทางระยะยาวและเป้าหมายปลายปี

แม้ระยะสั้นจะมีความผันผวน แต่นายกสมาคมค้าทองคำยังคงมีมุมมองเดิมต่อทิศทางราคาทองคำในระยะยาว โดย คงเป้าหมายราคาทองคำปลายปี 2569 ไว้ที่ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (คิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณเฉียด 90,000 บาทต่อบาททองคำ) ทั้งนี้ ประเมินว่าหากสงครามยุติลง ราคาทองคำจะสามารถทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นกลับมาได้

คำแนะนำสำหรับนักลงทุน

ในสภาวะที่ราคาทองคำยังมีความเสี่ยงที่จะย่อตัวลงจากปัญหัวสงครามที่ยังไม่จบสิ้น แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาใช้ "เงินเย็น" ในการลงทุน และหากราคาย่อตัวลงมาตามแนวรับที่ประเมินไว้ ถือเป็นจังหวะในการ "แบ่งไม้ทยอยสะสม" ทีละส่วนเพื่อบริหารความเสี่ยง

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน