MTS Gold ประเมินราคาทองคำพักฐาน 2-3 เดือน แนะกลยุทธ์ลงซื้อ-ขึ้นขาย

Share on Line Share on Facebook Share on X

ราคาทองคำในตลาดโลกเช้านี้หลุดระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในช่วงกลางเดือนนี้ ประกอบกับสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และความผันผวนของราคาน้ำมัน

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE ว่า ภาพรวมของราคาทองคำในขณะนี้เป็นลักษณะแกว่งตัวลง (Sideway down) โดยราคาทองคำกำลังพยายามปรับฐาน ซึ่งประเมินว่าจะอยู่ในช่วงของการสะสมกำลังไปอีกประมาณ 2-3 เดือน จนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อโลก

สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาทองคำยังไม่สามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ เป็นผลมาจากกระแสเงินทุนที่ย้ายไปหาผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ดีกว่าและมีความแน่นอนสูง เช่น พันธบัตร หรือตลาดหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี อีกทั้งในปัจจุบันยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาหนุนราคาทองคำ โดยราคาน้ำมันได้ปรับตัวลดลงหลุดระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

สรุปข่าว

ภาพรวมราคาเข้าสู่ภาวะพักฐานลักษณะแกว่งตัวลง (Sideway down) คาดใช้เวลาสะสมกำลังอีก 2-3 เดือน เพื่อรอความชัดเจนของเงินเฟ้อและราคาน้ำมัน ืปัจจัยกดดันตลาด ขาดปัจจัยบวกหนุนราคาทองคำ ส่งผลให้กระแสเงินทุนย้ายไปสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนกว่า เช่น พันธบัตรและตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แนวรับทองคำไทยแกว่งตัวกว้าง 1,500 - 2,000 บาท ให้แนวรับแข็งแกร่งที่ 67,000 บาท ต่อ 1 บาททองคำ MTS Gold แนะกลยุทธ์ระยะสั้น "ลงซื้อ-ขึ้นขาย" บริเวณแนวรับ-แนวต้าน

ราคาทองคำในตลาดโลกเช้านี้หลุดระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในช่วงกลางเดือนนี้ ประกอบกับสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และความผันผวนของราคาน้ำมัน

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE ว่า ภาพรวมของราคาทองคำในขณะนี้เป็นลักษณะแกว่งตัวลง (Sideway down) โดยราคาทองคำกำลังพยายามปรับฐาน ซึ่งประเมินว่าจะอยู่ในช่วงของการสะสมกำลังไปอีกประมาณ 2-3 เดือน จนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อโลก

สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาทองคำยังไม่สามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ เป็นผลมาจากกระแสเงินทุนที่ย้ายไปหาผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ดีกว่าและมีความแน่นอนสูง เช่น พันธบัตร หรือตลาดหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี อีกทั้งในปัจจุบันยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาหนุนราคาทองคำ โดยราคาน้ำมันได้ปรับตัวลดลงหลุดระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

แนวรับ-แนวต้านสำคัญที่ต้องจับตา

  • ราคาทองคำโลก มีแนวต้านหลักอยู่ที่ 4,520 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หากสามารถทะลุผ่านไปได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ระดับ 4,600 และ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ตามลำดับ
  • แนวรับทองคำโลก เริ่มต้นที่ 4,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 4,350 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ และหากเกิดข่าวเชิงลบรุนแรง อาจกดดันราคาให้ลงลึกถึงแนวรับแข็งแกร่งที่ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเดิม

  • ราคาทองคำไทย มีกรอบการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างกว้างประมาณ 1,500 - 2,000 บาท ต่อ 1 บาททองคำ โดยมีแนวรับระยะสั้นที่ 68,600 บาท ต่อ 1 บาททองคำ และมีแนวรับแข็งแกร่งอยู่ที่ 67,000 บาท ต่อ 1 บาททองคำ

ทิศทางดอกเบี้ยเฟดกับผลกระทบต่อตลาด

สำหรับการประชุมเฟดในเดือนนี้ ตลาดประเมินว่าจะยังไม่มีการปรับลดหรือขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม เพื่อรอดูตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์ว่าการประชุมเฟด 2 ครั้งแรกของ เคลวิน วอช น่าจะมีทิศทางที่ทรงตัว และหากภาวะเงินเฟ้อไม่ปรับตัวสูงขึ้นอีกในระยะ 2 เดือน ก็มีโอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไปตลอดทั้งปี

กลยุทธ์แนะนำในระยะสั้นกรอบการเคลื่อนไหวของราคาจะค่อยๆ แคบลง ทาง MTS Gold จึงแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาที่บริเวณแนวรับ และพิจารณาขายทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปชนแนวต้านด้านบน

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน