ราคาทองฟื้นตัวระยะสั้น จับตาแนวต้าน 4,740 ดอลลาร์ฯ ประเมินเฟดคงดอกเบี้ยยาวกดดันตลาดระยะยาว

Share on Line Share on Facebook Share on X

ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวฟื้นตัวขึ้นในระยะสั้น แตะระดับ 4,610 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ทิศทางระยะยาวอาจเผชิญแรงกดดันจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไปจนถึงช่วงกลางปี 2027

คุณธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประเมินสถานการณ์ราคาทองคำว่า การฟื้นตัวของราคาที่ปรับขึ้นมาเกือบ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา เป็นการปรับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านหรือเพื่อลงต่อ

ปัจจัยหนุนหลักในระยะสั้นมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ภายหลังสหรัฐฯ ยกเลิกProject Freedom ภายในระยะเวลาเพียง 1 วัน นอกจากนี้ สหรัฐฯ ได้ส่งเรือฟริเกต 2 ลำ เข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเผชิญการโจมตีจากอิหร่าน แม้ทางการสหรัฐฯ จะระบุว่าไม่ได้รับความเสียหายก็ตาม ทั้งนี้ หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน อาจส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นทั่วโลกได้

สรุปข่าว

ราคาทองคำในตลาดโลกดีดตัวกลับขึ้นมาเกือบ 100 ดอลลาร์สหรัฐ แตะระดับ 4,610 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งต้องจับตาว่าเป็นการฟื้นตัวเพื่อปรับฐานลงต่อ หรือเพื่อทะลุแนวต้านขึ้นไป ให้จับตา แนวต้านสำคัญที่ 4,740 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (เทียบเท่าทองคำแท่งในประเทศประมาณ 71,730 บาท) กรณีไม่ผ่าน 4,740 ดอลลาร์ฯ แนะนำให้เปิดสถานะขาย (Short) โดยมีเป้าหมายทำกำไรหรือแนวรับด้านล่างที่ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ทองไทยประมาณ 71,100 บาท) และใช้ 4,740 ดอลลาร์ฯ เป็นจุดตัดขาดทุน (Stop Loss)

ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวฟื้นตัวขึ้นในระยะสั้น แตะระดับ 4,610 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ทิศทางระยะยาวอาจเผชิญแรงกดดันจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไปจนถึงช่วงกลางปี 2027

คุณธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประเมินสถานการณ์ราคาทองคำว่า การฟื้นตัวของราคาที่ปรับขึ้นมาเกือบ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา เป็นการปรับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านหรือเพื่อลงต่อ

ปัจจัยหนุนหลักในระยะสั้นมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ภายหลังสหรัฐฯ ยกเลิกProject Freedom ภายในระยะเวลาเพียง 1 วัน นอกจากนี้ สหรัฐฯ ได้ส่งเรือฟริเกต 2 ลำ เข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเผชิญการโจมตีจากอิหร่าน แม้ทางการสหรัฐฯ จะระบุว่าไม่ได้รับความเสียหายก็ตาม ทั้งนี้ หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน อาจส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นทั่วโลกได้

จับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟดกดดันระยะยาว

สำหรับแนวโน้มระยะยาว ราคาทองคำอาจเผชิญแรงกดดันจากทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีแนวโน้มชะลอตัว ส่งผลให้เม็ดเงินยังคงไหลเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ตลาดประเมินว่าเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับสูงที่ 3.5 - 3.75% ยาวนานไปจนถึงเดือนกรกฎาคม ปี 2027

ประกอบกับแนวโน้มการเปลี่ยนตัวประธานเฟดจากนายเจอโรม พาวเวล (Jerome Powell) เป็นนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ซึ่งเป็นผู้ที่มีจุดยืนนโยบายการเงินแบบสายเหยี่ยว (Hawkish) ที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อมากกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้โอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเกิดขึ้นได้ยาก แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการเฟดบางส่วนก็ตาม โดยนักลงทุนจำเป็นต้องติดตามการส่งสัญญาณทิศทางนโยบายจากเฟดอีกครั้งในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มระยะกลางและระยะยาว

กลยุทธ์การลงทุนทองคำ

คลาสสิก ออสสิริส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น โดยให้จับตาแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,740 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ดังนี้

- หากราคาไม่สามารถทะลุผ่านระดับ 4,740 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้ แนะนำให้เปิดสถานะขาย (Short) โดยใช้ระดับ 4,740 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เป็นจุดตัดขาดทุน (Stop Loss)

- หากราคาทะลุผ่าน 4,740 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ผู้ที่ถือสถานะขายต้องตัดขาดทุนทันที และเปลี่ยนมาเปิดสถานะซื้อ (Long) ตาม

- สำหรับราคาทองคำในประเทศ แนวต้าน 4,740 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จะเทียบเท่ากับราคาประมาณ 71,730 บาท

- หากมีการเข้าซื้อและราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้น สามารถทยอยขายทำกำไรบริเวณ 71,700 บาท

- หากราคาอ่อนตัวลงมาที่ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จะเทียบเท่าระดับราคาทองคำในประเทศประมาณ 71,100 บาท

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน