ผ่ามุมมอง "ซีเค เจิง" ซีอีโอ Fastwork รับมือวิกฤตโลกเดือด หุ้นร่วง เงินเฟ้อพุ่ง พร้อมแนะทริคการลงทุน

Share on Line Share on Facebook Share on X

ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งความกังวลเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 3 อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูง และราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้น รายการ TNN WEALTH LIVE ได้พูดคุยกับ "ซีเค เจิง" (CK Cheong) ซีอีโอของ Fastwork เพื่อเจาะลึกมุมมองและกลยุทธ์การปรับตัวสำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป

โดมิโนเอฟเฟกต์ น้ำมันแพง เงินเฟ้อพุ่ง หุ้นร่วง

ซีเค เจิง ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบเป็นลูกโซ่จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นว่า ต้นทุนของธุรกิจต่างๆ จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ธุรกิจมีสองทางเลือกคือ ผลักภาระให้ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคาสินค้า หรือยอมลดกำไรตัวเอง ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่เลือกที่จะผลักภาระให้ผู้บริโภค จึงทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ

เมื่อเงินเฟ้อพุ่ง รัฐบาลจึงต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ธุรกิจกู้เงินยากขึ้น และนักลงทุนหันไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงและมั่นใจได้มากกว่า ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง โดยซีอีโอ Fastwork ระบุว่าหากสงครามยืดเยื้อ ตลาดหุ้นจะยิ่งล่มสลาย

อย่าตื่นตระหนก และยึดมั่นในพื้นฐาน

สำหรับมุมมองด้านการลงทุนในสภาวะวิกฤต ซีเค ได้ให้คำแนะนำไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

ห้ามเปลี่ยนเป้าหมายการลงทุนเพราะความตื่นตระหนก หากก่อนเกิดวิกฤต คุณเชื่อมั่นในบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีนวัตกรรมระดับโลก (เช่น Google, Amazon, Tesla, ASML) ก็ไม่ควรเปลี่ยนแผนการลงทุน (Investment Thesis) เพียงเพราะสงคราม

ทองคำคือหลุมหลบภัย ไม่ใช่เครื่องมือสร้างความรวย ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ช่วยรักษามูลค่าเงินจากภาวะเงินเฟ้อ แต่ไม่สามารถทำให้รวยขึ้นได้ หากต้องการความมั่งคั่งและรวยขึ้นจริง ต้องลงทุนให้ชนะตลาด (เช่น ชนะดัชนี S&P 500)

คริปโทเคอร์เรนซี  มองว่า Bitcoin จะมีราคาสูงขึ้นหากรัฐบาลยังคงพิมพ์เงินออกมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อของสกุลเงินปกติได้

สรุปข่าว

"ซีเค เจิง" เตือนนักลงทุนอย่าตื่นตระหนกจนทิ้งหุ้นนวัตกรรมที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ชี้ "ทองคำ" เป็นเพียงหลุมหลบภัยรักษาความมั่งคั่งแต่ไม่ได้ช่วยให้รวยขึ้น และมอง "Bitcoin" เป็นทางเลือกป้องกันความเสี่ยงจากการพิมพ์เงิน "ลงทุนในตัวเอง" คือทางรอดที่ดีที่สุด แนะมนุษย์เงินเดือนรัดเข็มขัด ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย พร้อมย้ำแนวคิดให้ทุกคนกล้าก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย (Comfort Zone) และเรียนรู้จากความผิดพลาด ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งความกังวลเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 3 อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูง และราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้น รายการ TNN WEALTH LIVE ได้พูดคุยกับ "ซีเค เจิง" (CK Cheong) ซีอีโอของ Fastwork เพื่อเจาะลึกมุมมองและกลยุทธ์การปรับตัวสำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป

โดมิโนเอฟเฟกต์ น้ำมันแพง เงินเฟ้อพุ่ง หุ้นร่วง

ซีเค เจิง ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบเป็นลูกโซ่จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นว่า ต้นทุนของธุรกิจต่างๆ จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ธุรกิจมีสองทางเลือกคือ ผลักภาระให้ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคาสินค้า หรือยอมลดกำไรตัวเอง ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่เลือกที่จะผลักภาระให้ผู้บริโภค จึงทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ

เมื่อเงินเฟ้อพุ่ง รัฐบาลจึงต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ธุรกิจกู้เงินยากขึ้น และนักลงทุนหันไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงและมั่นใจได้มากกว่า ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง โดยซีอีโอ Fastwork ระบุว่าหากสงครามยืดเยื้อ ตลาดหุ้นจะยิ่งล่มสลาย

อย่าตื่นตระหนก และยึดมั่นในพื้นฐาน

สำหรับมุมมองด้านการลงทุนในสภาวะวิกฤต ซีเค ได้ให้คำแนะนำไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

ห้ามเปลี่ยนเป้าหมายการลงทุนเพราะความตื่นตระหนก หากก่อนเกิดวิกฤต คุณเชื่อมั่นในบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีนวัตกรรมระดับโลก (เช่น Google, Amazon, Tesla, ASML) ก็ไม่ควรเปลี่ยนแผนการลงทุน (Investment Thesis) เพียงเพราะสงคราม

ทองคำคือหลุมหลบภัย ไม่ใช่เครื่องมือสร้างความรวย ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ช่วยรักษามูลค่าเงินจากภาวะเงินเฟ้อ แต่ไม่สามารถทำให้รวยขึ้นได้ หากต้องการความมั่งคั่งและรวยขึ้นจริง ต้องลงทุนให้ชนะตลาด (เช่น ชนะดัชนี S&P 500)

คริปโทเคอร์เรนซี  มองว่า Bitcoin จะมีราคาสูงขึ้นหากรัฐบาลยังคงพิมพ์เงินออกมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อของสกุลเงินปกติได้

รัดเข็มขัด ประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

ในแง่ของการใช้ชีวิตประจำวัน ซีเค เน้นย้ำให้ประชาชน "ประหยัดในตอนที่ต้องประหยัด" โดยเฉพาะการงดซื้อของที่ไม่จำเป็น พร้อมยกตัวอย่างการซื้อหวีราคา 500 บาทจากญี่ปุ่นว่าเป็นการใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นและควรหยุดพฤติกรรมเหล่านั้น เงินที่เหลือควรนำไปต่อยอดหรือเก็บไว้ลงทุน

ผู้ประกอบการต้องพร้อมรับมือ และการลงทุนในตัวเอง

ในมุมของผู้ประกอบการ ซีเค มองว่าคนกลุ่มนี้ถูกสร้างมาเพื่อให้อยู่รอดในทุกวิกฤตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโควิด-19 น้ำท่วม หรือเงินเฟ้อ ซึ่งโควิด-19 ถือเป็นบททดสอบที่หนักหนาสาหัสที่สุดแล้ว หากผ่านพ้นมาได้ วิกฤตอื่นๆ ก็สามารถรับมือได้

ท้ายที่สุด ซีเค ได้ฝากมุมมองเรื่อง การลงทุนในตัวเอง ว่าเป็นการลงทุนที่ดีที่สุด โดยเปรียบเทียบว่า การอยู่ในกรอบหรือพื้นที่ปลอดภัย (Comfort Zone) มากเกินไป เช่น การเป็นพนักงานแบงก์ที่ทำตามขั้นตอนโดยไม่มีโอกาสผิดพลาด จะทำให้ขาดโอกาสในการเรียนรู้ เพราะมนุษย์เราจะไม่สามารถเรียนรู้ได้เลย หากไม่เคยทำผิดพลาด พร้อมเผยเป้าหมายใหญ่ของ Fastwork ว่าต้องการสร้างรายได้และผลกำไรให้ฟรีแลนซ์ไทยแตะระดับ 1 หมื่นล้านบาทให้ได้ในอนาคต

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน