
ตำรวจไซเบอร์ขยายผลคดีหลอกออนไลน์ จับผู้ต้องหา 5 ราย ยึดทองคำของกลาง
ตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) แถลงผลการสืบสวนขยายผลคดีหลอกลวงทางออนไลน์ หลังพบเส้นทางการเงินบางส่วนถูกเปลี่ยนเป็นทองคำ ก่อนนำไปจำหน่ายต่อเพื่อเปลี่ยนกลับเป็นเงินสด โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 5 ราย พร้อมตรวจยึดทองคำแท่ง เงินสด รถยนต์ และโทรศัพท์มือถือเป็นของกลาง ขณะที่การสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับคดีที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 18 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 12.6 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมแถลงผลการสืบสวนคดีดังกล่าว
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ผู้เสียหายชายอายุ 61 ปี เข้าแจ้งความหลังได้รับการติดต่อจากบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ก่อนชักชวนให้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์และวิดีโอคอล พร้อมแนะนำให้ดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร ส่งผลให้เงินในบัญชีถูกโอนออกไป 3 รายการ รวมมูลค่า 1,799,400 บาท
สรุปข่าว
ตำรวจไซเบอร์ขยายผลคดีหลอกออนไลน์ จับผู้ต้องหา 5 ราย ยึดทองคำของกลาง
ตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) แถลงผลการสืบสวนขยายผลคดีหลอกลวงทางออนไลน์ หลังพบเส้นทางการเงินบางส่วนถูกเปลี่ยนเป็นทองคำ ก่อนนำไปจำหน่ายต่อเพื่อเปลี่ยนกลับเป็นเงินสด โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 5 ราย พร้อมตรวจยึดทองคำแท่ง เงินสด รถยนต์ และโทรศัพท์มือถือเป็นของกลาง ขณะที่การสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับคดีที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 18 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 12.6 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมแถลงผลการสืบสวนคดีดังกล่าว
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ผู้เสียหายชายอายุ 61 ปี เข้าแจ้งความหลังได้รับการติดต่อจากบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ก่อนชักชวนให้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์และวิดีโอคอล พร้อมแนะนำให้ดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร ส่งผลให้เงินในบัญชีถูกโอนออกไป 3 รายการ รวมมูลค่า 1,799,400 บาท
ภายหลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนเส้นทางการเงิน พบว่ามีการโอนเงินผ่านหลายบัญชี ก่อนถูกถอนออกเป็นเงินสด และบางส่วนถูกนำไปซื้อทองคำ จากนั้นจึงมีการนำทองคำไปจำหน่ายต่อ ทำให้เส้นทางการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น
จากการตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่าพฤติการณ์ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับคดีที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วอย่างน้อย 18 คดี รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 12,628,359 บาท โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นที่ยังไม่ได้แจ้งความเพิ่มเติมหรือไม่
ต่อมา ชุดสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลตามหมายจับ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ขณะนำทองคำมาทำธุรกรรม พร้อมตรวจยึดทองคำแท่ง 14 แท่ง น้ำหนักรวม 27.50 บาท มูลค่าประมาณ 1.7 ล้านบาท เงินสด 66,500 บาท โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และรถยนต์ 2 คัน
จากนั้นเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเพิ่มเติมอีก 3 ราย ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีบทบาทเกี่ยวข้องกับการถอนเงินสด การซื้อขายทองคำ และการส่งต่อทรัพย์สินตามเส้นทางการเงิน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ และอยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมสืบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม
พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่า ผู้ประกอบการร้านทองควรเพิ่มความระมัดระวังในการรับซื้อหรือจำหน่ายทองคำ โดยตรวจสอบข้อมูลผู้ทำธุรกรรมและบัญชีที่ใช้ชำระเงินให้ตรงกับผู้ติดต่อ รวมทั้งพิจารณาความผิดปกติของธุรกรรม เพื่อป้องกันการถูกนำไปใช้เป็นช่องทางอำพรางเส้นทางการเงินจากการกระทำความผิด
- สัญญาณเฟดเปลี่ยนเกม ชี้หนุนทองคำทดสอบ 4,200$ ทองไทยแตะ 66,700 บาท
- ทองร่วง $84.64 ดอลลาร์-บอนด์ยีลด์พุ่ง กังวลทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่าน-ฮูตี
- ทองขึ้น $68.98 จากสงครามการค้าเสี่ยงปะทุระลอกใหม่
- ทองโลกพุ่งทะยานยืนเหนือ $4,000 ขานรับข้อเสนอหยุดยิงครั้งใหม่
- กูรูทองคำเตือน! หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยรับพิษสงคราม "ทองคำ" มีสิทธิ์ร่วงแตะ 3,600 เหรียญ
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
บรรณาธิการออนไลน์
