รถอีวีจีนทะลักเข้าไทย นำเข้าพุ่ง หวั่นขึ้นภาษีปีหน้า ค่ายรถเร่งสต๊อก

Share on Line Share on Facebook Share on X

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงสำคัญ หลังมูลค่าการนำเข้ารถอีวีจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ท่ามกลางความต้องการในประเทศที่ขยายตัว และกระแสข่าวการปรับขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าทั้งคันในปีหน้า

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือนกันยายน 2569 ประเทศไทยนำเข้ารถยนต์โดยสารไฟฟ้ามูลค่า 421 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 138.19% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน

ที่น่าสนใจคือ 98.74% ของมูลค่าการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าวมาจากประเทศจีน สะท้อนบทบาทของค่ายรถจีนที่กำลังขยายตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

มูลค่านำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นเกือบ 90% ของมูลค่าการนำเข้ากลุ่มรถยนต์โดยสารและรถบรรทุกทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่ 475.83 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 129.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่ารถยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นสินค้าหลักที่ขับเคลื่อนมูลค่าการนำเข้ารถยนต์ของไทย และมีน้ำหนักต่อทิศทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์มากขึ้น

นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าเพิ่ม 86% ภายในเดือนเดียว

หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงรายเดือน พบว่ามูลค่านำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 226.9 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม เป็น 421 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน 2569

เท่ากับมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้นประมาณ 86% ภายในเดือนเดียว และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 นับตั้งแต่เดือนเมษายน

การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนความเคลื่อนไหวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย ซึ่งมีทั้งความต้องการจากผู้บริโภคและการขยายธุรกิจของแบรนด์รถยนต์จีน

กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า ปริมาณการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ รวมถึงการขยายตลาดของผู้ผลิตรถยนต์จากจีนที่เข้ามาแข่งขันในไทยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม อีกปัจจัยที่อาจมีส่วนเร่งการนำเข้า คือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีรถยนต์ไฟฟ้าที่รัฐบาลกำลังพิจารณา


สรุปข่าว

เดือนกันยายน 2569 ไทยนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) มูลค่าพุ่งสูงขึ้น 138.19% โดยเกือบ 98.74% มาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการในประเทศที่เติบโตและการเร่งนำเข้าเพื่อสต๊อกสินค้า ท่ามกลางกระแสข่าวที่กระทรวงการคลังอาจปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถอีวีนำเข้าทั้งคันเป็น 30% เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2570 สถานการณ์ดังกล่าวอาจกระตุ้นให้เกิดสงครามราคาและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดไทย รวมถึงสร้างแรงกดดันต่อทิศทางการตัดสินใจระหว่างการนำเข้าและการผลิตในประเทศของค่ายรถต่าง ๆ

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงสำคัญ หลังมูลค่าการนำเข้ารถอีวีจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ท่ามกลางความต้องการในประเทศที่ขยายตัว และกระแสข่าวการปรับขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าทั้งคันในปีหน้า

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือนกันยายน 2569 ประเทศไทยนำเข้ารถยนต์โดยสารไฟฟ้ามูลค่า 421 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 138.19% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน

ที่น่าสนใจคือ 98.74% ของมูลค่าการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าวมาจากประเทศจีน สะท้อนบทบาทของค่ายรถจีนที่กำลังขยายตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

มูลค่านำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นเกือบ 90% ของมูลค่าการนำเข้ากลุ่มรถยนต์โดยสารและรถบรรทุกทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่ 475.83 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 129.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่ารถยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นสินค้าหลักที่ขับเคลื่อนมูลค่าการนำเข้ารถยนต์ของไทย และมีน้ำหนักต่อทิศทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์มากขึ้น

นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าเพิ่ม 86% ภายในเดือนเดียว

หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงรายเดือน พบว่ามูลค่านำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 226.9 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม เป็น 421 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน 2569

เท่ากับมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้นประมาณ 86% ภายในเดือนเดียว และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 นับตั้งแต่เดือนเมษายน

การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนความเคลื่อนไหวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย ซึ่งมีทั้งความต้องการจากผู้บริโภคและการขยายธุรกิจของแบรนด์รถยนต์จีน

กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า ปริมาณการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ รวมถึงการขยายตลาดของผู้ผลิตรถยนต์จากจีนที่เข้ามาแข่งขันในไทยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม อีกปัจจัยที่อาจมีส่วนเร่งการนำเข้า คือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีรถยนต์ไฟฟ้าที่รัฐบาลกำลังพิจารณา


หวั่นขึ้นภาษีรถอีวีนำเข้า 30% เริ่มปี 2570

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ กระแสข่าวกระทรวงการคลังเสนอปรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าทั้งคันเป็น ไม่น้อยกว่า 30% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570

ข้อเสนอดังกล่าวอาจเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเร่งนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการใหม่มีผลบังคับใช้ เพื่อบริหารต้นทุนและเตรียมสินค้าสำหรับจำหน่ายในตลาดไทย

หากอัตราภาษีเพิ่มขึ้นจริง ต้นทุนการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าทั้งคันอาจเปลี่ยนแปลง และส่งผลต่อการกำหนดราคาขายและแผนธุรกิจของค่ายรถ

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอปรับภาษีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงยังไม่ใช่มาตรการที่มีผลบังคับใช้แล้ว และยังต้องรอความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดและเงื่อนไขของนโยบาย

ดังนั้น การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นในเดือนกันยายนจึงยังไม่สามารถสรุปได้ทั้งหมดว่าเกิดจากการเตรียมรับมือภาษีใหม่ เพราะยังมีปัจจัยด้านความต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและการขยายตลาดของค่ายรถเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

รถอีวีจีนเร่งนำเข้า อาจกระตุ้นสงครามราคาในไทย

การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจทำให้การแข่งขันในตลาดไทยเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะหากผู้ประกอบการมีรถยนต์ในสต๊อกจำนวนมากและต้องการเร่งจำหน่ายก่อนการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี

สถานการณ์ดังกล่าวอาจเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งด้านรุ่นรถ ราคา และโปรโมชั่นจากค่ายรถที่แข่งขันกันเพื่อรักษายอดขาย

แต่สำหรับผู้ประกอบการ การใช้ส่วนลดเพื่อกระตุ้นยอดขายต้องพิจารณาควบคู่กับต้นทุนและกำไร เพราะการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงอาจส่งผลต่อผลตอบแทนของธุรกิจในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอาจเผชิญแรงกดดันจากรถนำเข้าที่เพิ่มขึ้น หากรถที่ผลิตในประเทศต้องแข่งขันกับรถนำเข้าซึ่งมีการทำโปรโมชั่นหรือปรับราคาขายเพื่อระบายสินค้า

การแข่งขันจึงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะระหว่างแบรนด์รถยนต์ แต่ยังเชื่อมโยงกับต้นทุนการผลิต การนำเข้า และนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยด้วย


จับตาภาษีรถอีวีปี 2570 เปลี่ยนการแข่งขันนำเข้า–ผลิตในไทย

ทิศทางภาษีรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2570 จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของค่ายรถ ทั้งการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปและการวางแผนผลิตภายในประเทศไทย

หากภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าทั้งคันปรับเพิ่มขึ้นจริง อาจทำให้ผู้ประกอบการต้องประเมินความคุ้มค่าระหว่างการนำเข้ากับการใช้ฐานผลิตในประเทศมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อแต่ละบริษัทอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างต้นทุน รุ่นรถ แผนการผลิต และความสามารถในการกำหนดราคาขาย

สำหรับประเทศไทย การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจึงต้องพิจารณาควบคู่กับการพัฒนาฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในประเทศ เพื่อให้ยอดขายที่เพิ่มขึ้นสามารถสร้างประโยชน์ต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนและแรงงานไทยได้มากขึ้น

ประเด็นที่ต้องจับตาจึงไม่ใช่เพียงมูลค่านำเข้ารถอีวีจีนที่พุ่งสูงถึง 138% แต่รวมถึงนโยบายภาษีปี 2570 ว่าจะเปลี่ยนสมดุลการแข่งขันระหว่างรถยนต์ไฟฟ้านำเข้ากับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยอย่างไร