"ค่ายรถจีน" ขยายทัพบุกแคนาดาปูทางเจาะสหรัฐฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X

Geely Auto ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์จีน เป็นผู้ผลิตรายล่าสุด ที่ประกาศแผนเข้าสู่ตลาดรถยนต์แคนาดา โดยตั้งเป้าเริ่มจำหน่ายรถยนต์รุ่นแรกภายในปี 2027 ปัจจุบัน รถยนต์ภายใต้กลุ่ม Geely จำหน่ายรถยนต์อยู่ในกว่า 100 ประเทศและดินแดนทั่วโลก มีแบรนด์ในเครืออย่าง Geely Auto , Zeekr and Lynk & Co ซึ่งบริษัทฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า ได้จัดตั้งทีมงานในแคนาดาแล้ว และกำลังพัฒนาระบบจัดจำหน่ายและบริการหลังการขาย ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น เพื่อรองรับการทำตลาดในระยะยาว

ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นรถ ข้อมูลจำเพาะ ราคา กำหนดการส่งมอบ ตลอดจนสถานที่ตั้งตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการ จะเปิดเผยเพิ่มเติมเมื่อใกล้ถึงกำหนดเปิดตลาดในปีหน้า

ทั้งนี้ แคนาดาเริ่มเปิดทางให้รถยนต์ไฟฟ้า(EV) ที่ผลิตในจีนกลับเข้าสู่ตลาด ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 ภายใต้โควตานำเข้าจำนวน 49,000 คันต่อปี ในปีแรก และจะเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 คัน ภายใน 5 ปี (หรือปี 2030) โดยใช้อัตราภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 6.1 แทนภาษีเพิ่มเติม 100% ที่เคยบังคับใช้ก่อนหน้านี้ 

สรุปข่าว

ผู้ผลิตรถยนต์จีนยังคงเร่งขยายตลาดส่งออก โดยแคนาดา ที่เริ่มเปิดโควตานำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า จากจีนในปีนี้ กลายเป็นอีกเป้าหมายของค่ายใหญ่ไม่ว่าจะเป็น BYD, Chery ล่าสุด Geely ออกมายืนยันแผนจะเข้าทำตลาดในปีหน้า (2027) ความเคลื่อนไหวนี้กำลังถูกจับตามอง โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า แคนาดา จะเป็นสนามซ้อม เพื่อหวังขยายตลาดหากสหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

Geely Auto ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์จีน เป็นผู้ผลิตรายล่าสุด ที่ประกาศแผนเข้าสู่ตลาดรถยนต์แคนาดา โดยตั้งเป้าเริ่มจำหน่ายรถยนต์รุ่นแรกภายในปี 2027 ปัจจุบัน รถยนต์ภายใต้กลุ่ม Geely จำหน่ายรถยนต์อยู่ในกว่า 100 ประเทศและดินแดนทั่วโลก มีแบรนด์ในเครืออย่าง Geely Auto , Zeekr and Lynk & Co ซึ่งบริษัทฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า ได้จัดตั้งทีมงานในแคนาดาแล้ว และกำลังพัฒนาระบบจัดจำหน่ายและบริการหลังการขาย ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น เพื่อรองรับการทำตลาดในระยะยาว

ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นรถ ข้อมูลจำเพาะ ราคา กำหนดการส่งมอบ ตลอดจนสถานที่ตั้งตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการ จะเปิดเผยเพิ่มเติมเมื่อใกล้ถึงกำหนดเปิดตลาดในปีหน้า

ทั้งนี้ แคนาดาเริ่มเปิดทางให้รถยนต์ไฟฟ้า(EV) ที่ผลิตในจีนกลับเข้าสู่ตลาด ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 ภายใต้โควตานำเข้าจำนวน 49,000 คันต่อปี ในปีแรก และจะเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 คัน ภายใน 5 ปี (หรือปี 2030) โดยใช้อัตราภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 6.1 แทนภาษีเพิ่มเติม 100% ที่เคยบังคับใช้ก่อนหน้านี้ 

ด้าน Bryan Wu กรรมการผู้จัดการ Geely Auto Canada กล่าวว่า แคนาดา เป็นก้าวสำคัญลำดับถัดไปในการเติบโตในระดับนานาชาติของบริษัทฯ โดยมุ่งมั่นที่จะเข้าสู่ตลาดนี้ในระยะยาว และพร้อมสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรในท้องถิ่น 

รายงานข่าวระบุว่า การประกาศเข้าสู่ตลาดแคนาดาในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลัง Geely เพิ่งเข้าสู่ตลาดสวิตเซอร์แลนด์ผ่านความร่วมมือกับ Emil Frey Group และ GZ Automobile ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์รุ่นแรกที่จำหน่ายในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีทั้งรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และ รถยนต์ไฟฟ้าล้วน 

นอกจาก Geely แล้ว ผู้ผลิตรถยนต์จีนรายอื่น ๆ ก็กำลังมุ่งเข้าสู่ตลาดแคนาดาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น BYD , Chery และ Changan ทำให้แคนาดากลายเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ค่ายรถจีนจับตามอง แม้จะมีข้อจำกัดด้านโควตานำเข้าก็ตาม

โดย BYD ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก วางแผนเปิดตัวแทนจำหน่าย 20 แห่งภายในปีแรก และตั้งเป้าเริ่มทำตลาดในช่วงปลายปี 2026 

บริษัทฯ ได้เปิดตัวเว็บไซต์สำหรับตลาดแคนาดาแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร การรับรองรถยนต์ และเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย 

ขณะที่ Chery สื่อ Electrek รายงานว่า เตรียมเข้าสู่ตลาดนี้ผ่านแบรนด์ Omoda & Jaecoo เว็บไซต์ในแคนาดาของแบรนด์ดังกล่าวยืนยันว่า มีแผนนำรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าเข้าทำตลาดในช่วงปลายปี 2026 นี้ แต่ยังไม่ได้มีการระบุชื่อรุ่น ราคา หรือผู้จำหน่าย 

บริษัทระบุด้วยว่า กำลังสร้างเครือข่ายทั่วแคนาดา และจะประกาศสถานที่ตั้งก่อนเริ่มเปิดตลาด

จากเว็บไซต์ดังกล่าวระบุว่า Omoda & Jaecoo ทำตลาดในกว่า 75 ประเทศ สามารถส่งออกรถยนต์ไปแล้วมากกว่า 1 ล้าน 2 แสนคันในช่วงเวลา 3 ปี โดยแบรนด์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในยุโรปเฉพาะในสหราชอาณาจักร 

นอกจากนี้ รอยเตอร์ส รายงานด้วยว่า แบรนด์ Lotus ผู้ผลิตรถสปอร์ตหรูที่อยู่ภายใต้กลุ่ม Geely ก็มีแผนเปิดตัวแทนจำหน่ายประมาณ 6 แห่งในแคนาดาภายในปีนี้

เช่นเดียวกันกับ Changan ซึ่งตามข้อมูลจาก Klaus Zyciora หัวหน้าฝ่ายออกแบบของบริษัทฯ ระบุว่า มีทีมงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดตลาดในแคนาดาแล้ว 

ขณะที่ Tesla ก็มีแผนจะใช้ประโยชน์จากโควตานำเข้ารถ อีวี ที่ผลิตในจีน โดยนำ Model 3 ที่ผลิตจากโรงงานในเซี่ยงไฮ้เข้ามาจำหน่ายในแคนาดาในราคา 39,490 ดอลลาร์แคนาดา

ทั้งนี้ แม้ข้อจำกัดด้านโควตาจะทำให้แคนาดาอาจไม่ใช่ตลาดที่สร้างยอดขายจำนวนมากให้แก่ค่ายรถจีนในระยะสั้น แต่ตลาดแห่งนี้อาจมีความสำคัญในฐานะจุดเริ่มต้นสำหรับการสร้างฐานธุรกิจในอเมริกาเหนือ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายตลาดในอนาคต หากข้อจำกัดทางการค้าของสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงไป

ปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์จีนยังเผชิญอุปสรรคสำคัญในการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ทั้งภาษีนำเข้าที่อยู่ในระดับสูง และข้อจำกัดเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับรถยนต์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 

รอยเตอร์ส รายงานก่อนหน้านี้ว่า แคนาดาไม่ได้มีเพียงข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้ง ที่อยู่ใกล้กับสหรัฐฯ ซึ่งช่วยส่งเสริมเป้าหมายการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ตลาดรถยนต์ของแคนาดา ยังมีรสนิยมของผู้บริโภคและกฎระเบียบอุตสาหกรรมแทบเหมือนกับสหรัฐฯ ทำให้ผู้ผลิตจีนสามารถใช้ตลาดแคนาดาเป็นพื้นที่เรียนรู้และเตรียมความพร้อมก่อนขยายธุรกิจในภูมิภาค 

ขณะที่ตลาดเม็กซิโกมีความแตกต่างในด้านความต้องการรถยนต์ โดยรถยนต์ราคาประหยัดมีบทบาทสำคัญกว่า

โดย Robert Karwel  ผู้อำนวยการฝ่ายโซลูชันยานยนต์ของ JD Power Canada  ให้มุมมองว่า แคนาดาเปรียบเสมือนสนามซ้อมสำหรับผู้ผลิตรถยนต์จีนที่ต้องการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างสำคัญระหว่างสองตลาดคือขนาด โดยแคนาดามียอดขายรถยนต์ประมาณ 1.9 ล้านคันในปีที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐฯ มียอดขายมากกว่า 16 ล้านคัน

ด้าน Dan Hearsch หัวหน้าร่วมฝ่ายธุรกิจยานยนต์ระดับโลกของ AlixPartners  ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ กล่าวว่า การเข้าสู่ตลาดแคนาดาอาจช่วยให้ผู้ผลิตจีนเตรียมพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจไปยังสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็ว หากวันหนึ่งข้อจำกัดต่าง ๆ ผ่อนคลายลง

เขากล่าวอีกว่า เมื่อรถยนต์จีนเริ่มทยอยเข้าสู่ตลาดแคนาดา ผู้บริโภคบางส่วนในสหรัฐฯ ที่สนใจรถยนต์เหล่านี้อาจพยายามหาช่องทางนำเข้ารถข้ามพรมแดนมาใช้ และมีแนวโน้มว่าจะมีผู้คนกลุ่มแรกที่ต้องการซื้อรถยนต์เหล่านี้ 

ขณะที่ Alliance for Automotive Innovation ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐฯ แสดงความกังวลว่า ข้อตกลงทางการค้าระหว่างแคนาดากับจีน กำลังสร้างช่องทางทางอ้อมที่อาจเปิดให้แบรนด์จีนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ซึ่งรถยนต์เหล่านี้จะก่อให้เกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติได้ 

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ : -