หอการค้าหนุนเร่งปิดดีล ART ดันสินค้าไทยเข้าบัญชียกเว้นภาษีสหรัฐ

Share on Line Share on Facebook Share on X
หอการค้าหนุนเร่งปิดดีล ART ดันสินค้าไทยเข้าบัญชียกเว้นภาษีสหรัฐ

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และทีมไทยแลนด์ ในการเร่งสรุปความตกลง Agreements on Reciprocal Tariff (ART) ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาโดยเร็ว เพื่อสร้างความชัดเจนด้านกรอบการค้า ลดความไม่แน่นอนของภาคธุรกิจ และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการผลิต การลงทุน และการส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ หอการค้าไทยเห็นว่าการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้อัตราภาษีสินค้าของไทยในตลาดสหรัฐอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ พร้อมสนับสนุนการส่งออกและการขยายตัวของภาคการผลิตในระยะยาว

ภาคเอกชนยังเห็นด้วยกับแนวทางของกระทรวงพาณิชย์ที่ผลักดันให้สินค้าไทยได้รับการบรรจุอยู่ใน Exemption List หรือบัญชีสินค้ายกเว้นภาษีเพิ่มเติม โดยเฉพาะสินค้าที่มี Local Content สูง ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการผลิตของไทย ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง


สรุปข่าว

หอการค้าไทยสนับสนุนรัฐบาลเร่งสรุปความตกลง ART กับสหรัฐ ลดความไม่แน่นอนภาคธุรกิจและรักษาขีดความสามารถแข่งขัน หนุนผลักดันสินค้าไทยที่มี Local Content สูง โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร และอาหารสัตว์เลี้ยง เข้าสู่บัญชียกเว้นภาษี (Exemption List) ชี้ช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจในประเทศ สนับสนุนการจ้างงาน และส่งผลดีต่อทั้งผู้ผลิตไทยและผู้บริโภคสหรัฐ

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และทีมไทยแลนด์ ในการเร่งสรุปความตกลง Agreements on Reciprocal Tariff (ART) ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาโดยเร็ว เพื่อสร้างความชัดเจนด้านกรอบการค้า ลดความไม่แน่นอนของภาคธุรกิจ และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการผลิต การลงทุน และการส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ หอการค้าไทยเห็นว่าการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้อัตราภาษีสินค้าของไทยในตลาดสหรัฐอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ พร้อมสนับสนุนการส่งออกและการขยายตัวของภาคการผลิตในระยะยาว

ภาคเอกชนยังเห็นด้วยกับแนวทางของกระทรวงพาณิชย์ที่ผลักดันให้สินค้าไทยได้รับการบรรจุอยู่ใน Exemption List หรือบัญชีสินค้ายกเว้นภาษีเพิ่มเติม โดยเฉพาะสินค้าที่มี Local Content สูง ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการผลิตของไทย ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง


สำหรับกลุ่มสินค้าเกษตร อาหาร อุตสาหกรรมเกษตร ประมง และอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นสินค้าศักยภาพของไทยและเชื่อมโยงกับเกษตรกร ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และอุตสาหกรรมแปรรูปจำนวนมาก หอการค้าไทยมองว่าควรได้รับการผลักดันเข้าสู่ Exemption List ให้ได้มากที่สุด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย และสร้างประโยชน์โดยตรงต่อเศรษฐกิจฐานราก

นอกจากนี้ การสนับสนุนสินค้าที่มี Local Content สูง ยังช่วยรักษามูลค่าเพิ่มไว้ภายในประเทศ ส่งเสริมการจ้างงาน และเพิ่มความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในประเทศ สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ให้ความสำคัญกับ Regional Value Chain

ดร.พจน์ กล่าวว่า การเจรจาครั้งนี้ควรมุ่งสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศไทย โดยผลักดันสินค้าส่งออกสำคัญที่สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศและเป็นสินค้าที่สหรัฐผลิตได้ไม่เพียงพอให้ได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งจะช่วยลดความไม่แน่นอน รักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย กระจายผลประโยชน์สู่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนในวงกว้าง พร้อมทั้งช่วยลดแรงกดดันค่าครองชีพของผู้บริโภคสหรัฐในเวลาเดียวกัน

ที่มาข้อมูล : หอการค้าไทย

ที่มารูปภาพ : หอการค้าไทย

แท็กบทความ