หอการค้าฯ ยื่น 7 ข้อเสนอปลุกอุตสาหกรรมไทย ชงปลดล็อกกฎระเบียบ

Share on Line Share on Facebook Share on X
หอการค้าฯ ยื่น 7 ข้อเสนอปลุกอุตสาหกรรมไทย ชงปลดล็อกกฎระเบียบ

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการฯ เข้าหารือกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันแนวทางฟื้นฟูและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และการแข่งขันทางการค้า

การหารือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย 10 ด้าน ที่หอการค้าไทยได้หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยได้ยื่นข้อเสนอสำคัญ 7 ด้าน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว ได้แก่ การปลดล็อกกฎระเบียบและปรับปรุง Ease of Doing Business การส่งเสริมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอัจฉริยะ การผลักดันพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมสีเขียว การปกป้องผู้ประกอบการไทยจากสินค้าทุ่มตลาด การพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูป การดึงดูดการลงทุนและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการดูแลผลกระทบในอุตสาหกรรมและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ


สรุปข่าว

หอการค้าไทยเข้าหารือ รมว.อุตสาหกรรม เสนอ 7 แนวทางเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมไทย ตั้งแต่การปลดล็อกกฎระเบียบ ส่งเสริมนวัตกรรม ไปจนถึงการดึงดูดการลงทุน ชูประเด็นสำคัญเร่งกำหนดนิยาม SMEs ให้ชัดเจน พัฒนาฐานข้อมูล กลาง และเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอย่างตรงจุด

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการฯ เข้าหารือกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันแนวทางฟื้นฟูและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และการแข่งขันทางการค้า

การหารือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย 10 ด้าน ที่หอการค้าไทยได้หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยได้ยื่นข้อเสนอสำคัญ 7 ด้าน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว ได้แก่ การปลดล็อกกฎระเบียบและปรับปรุง Ease of Doing Business การส่งเสริมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอัจฉริยะ การผลักดันพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมสีเขียว การปกป้องผู้ประกอบการไทยจากสินค้าทุ่มตลาด การพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูป การดึงดูดการลงทุนและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการดูแลผลกระทบในอุตสาหกรรมและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ


นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชน และเดินหน้านโยบายรองรับความท้าทายจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Digital Disruption) เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย

ด้านหอการค้าไทยได้สะท้อนปัญหาสำคัญของผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะการขาดนิยาม SMEs ที่ชัดเจน และการไม่มีฐานข้อมูลกลางที่เชื่อมโยงกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงิน ส่งผลให้มาตรการช่วยเหลือและการเข้าถึงแหล่งทุนยังไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุด จึงเสนอให้เร่งพัฒนาระบบข้อมูลที่เป็นเอกภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำหนดนโยบายและสนับสนุนธุรกิจรายย่อย

นอกจากนี้ ยังเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่มบทบาทสนับสนุนอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพแต่ยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อขยายโอกาสการเติบโตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือ การส่งเสริมการใช้ใบอ้อยและกากอ้อยกว่า 10 ล้านตันต่อปีเป็นวัตถุดิบผลิตไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเผาในภาคเกษตร ลดฝุ่น PM2.5 และสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร ขณะเดียวกันยังเสนอให้ภาครัฐกำหนดบทบาทและมาตรการกำกับดูแลโรงงานที่เกี่ยวข้องกับของเสียและวัตถุอันตรายอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

สำหรับการยกระดับผลิตภาพ (Productivity) ภาคเอกชนเสนอให้เร่งพัฒนาทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยีของแรงงานไทย รวมถึงสนับสนุนค่าใช้จ่ายนักศึกษาในระบบทวิภาคีและ CWIE ในรูปแบบ Co-payment เพื่อลดภาระภาคธุรกิจและเร่งผลิตกำลังคนคุณภาพสูงเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม

ในด้านนวัตกรรม หอการค้าไทยเสนอจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม พร้อมผลักดันโครงการ “Thailand Humanoid Initiative 2030” เพื่อสร้างอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และ AI ของไทย และยกระดับประเทศเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูงของโลก

ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ภาครัฐเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมสินค้านำเข้าและยกระดับมาตรฐานเม็ดพลาสติก เพื่อปกป้องความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

ทั้งนี้ การหารือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและหอการค้าไทยครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการวางรากฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมไทย ผ่านการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี พลังงานสะอาด และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ 

ที่มาข้อมูล : หอการค้าไทย

ที่มารูปภาพ : หอการค้าไทย