หอการค้าไทยจับมือเอกชนรับซื้อกุ้งใต้กว่า 100 ตัน/วัน พยุงราคาหลังมาเลเซียระงับนำเข้า

Share on Line Share on Facebook Share on X
หอการค้าไทยจับมือเอกชนรับซื้อกุ้งใต้กว่า 100 ตัน/วัน พยุงราคาหลังมาเลเซียระงับนำเข้า

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เดินหน้าประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากกรณีประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งทะเลจากภาคใต้ของไทย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ผู้ประกอบการ และห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งทะเลของประเทศ โดยมีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพด้านราคา การระบายผลผลิต และความเชื่อมั่นของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การช่วยเหลือครั้งนี้ขับเคลื่อนผ่าน “ศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร (AFC) หอการค้าไทย” ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อเกษตรกร และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยในระยะยาว

ทั้งนี้ มาเลเซียถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของกุ้งไทย โดยเฉพาะกุ้งทะเลจากภาคใต้ที่มีการส่งออกอย่างต่อเนื่อง การระงับนำเข้าครั้งนี้ทำให้ผลผลิตบางส่วนไม่สามารถส่งออกได้ตามแผน ส่งผลให้เกิดภาวะชะลอการรับซื้อในบางพื้นที่ และมีความเสี่ยงที่จะกดดันราคากุ้งหน้าฟาร์มหากไม่มีมาตรการรองรับอย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน ผลกระทบยังอาจลุกลามไปยังอุตสาหกรรมต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งโรงเพาะฟักลูกกุ้ง โรงงานอาหารสัตว์น้ำ ผู้รวบรวมผลผลิต ห้องเย็น โรงงานแปรรูป และผู้ส่งออก

เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เตรียมช่วยรับซื้อกุ้งจากเกษตรกรโดยตรงเบื้องต้นมากกว่า 100 ตันต่อวัน ภายใต้โครงการ “ตรวจยาปฏิชีวนะก่อนประมูลกุ้ง” พร้อมประสานสมาชิกห้องเย็นผู้ผลิตและแปรรูปส่งออกสินค้ากุ้งทั่วประเทศ เข้ามาช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกินที่ไม่สามารถส่งออกไปยังตลาดมาเลเซียได้ เพื่อลดแรงกดดันด้านราคา และป้องกันผลกระทบลุกลามไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่อื่น


สรุปข่าว

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ หลังมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งทะเลจากภาคใต้ของไทย เบื้องต้นเตรียมรับซื้อกุ้งจากเกษตรกรโดยตรงมากกว่า 100 ตันต่อวัน เพื่อลดผลกระทบด้านราคา ระบายผลผลิต และพยุงห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งไทย

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เดินหน้าประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากกรณีประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งทะเลจากภาคใต้ของไทย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ผู้ประกอบการ และห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งทะเลของประเทศ โดยมีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพด้านราคา การระบายผลผลิต และความเชื่อมั่นของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การช่วยเหลือครั้งนี้ขับเคลื่อนผ่าน “ศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร (AFC) หอการค้าไทย” ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อเกษตรกร และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยในระยะยาว

ทั้งนี้ มาเลเซียถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของกุ้งไทย โดยเฉพาะกุ้งทะเลจากภาคใต้ที่มีการส่งออกอย่างต่อเนื่อง การระงับนำเข้าครั้งนี้ทำให้ผลผลิตบางส่วนไม่สามารถส่งออกได้ตามแผน ส่งผลให้เกิดภาวะชะลอการรับซื้อในบางพื้นที่ และมีความเสี่ยงที่จะกดดันราคากุ้งหน้าฟาร์มหากไม่มีมาตรการรองรับอย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน ผลกระทบยังอาจลุกลามไปยังอุตสาหกรรมต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งโรงเพาะฟักลูกกุ้ง โรงงานอาหารสัตว์น้ำ ผู้รวบรวมผลผลิต ห้องเย็น โรงงานแปรรูป และผู้ส่งออก

เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เตรียมช่วยรับซื้อกุ้งจากเกษตรกรโดยตรงเบื้องต้นมากกว่า 100 ตันต่อวัน ภายใต้โครงการ “ตรวจยาปฏิชีวนะก่อนประมูลกุ้ง” พร้อมประสานสมาชิกห้องเย็นผู้ผลิตและแปรรูปส่งออกสินค้ากุ้งทั่วประเทศ เข้ามาช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกินที่ไม่สามารถส่งออกไปยังตลาดมาเลเซียได้ เพื่อลดแรงกดดันด้านราคา และป้องกันผลกระทบลุกลามไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่อื่น


นายอนุชา เตชะนิธิสวัสดิ์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า สมาคมฯ ได้หารือร่วมกับสมาชิกห้องเย็นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 และเห็นตรงกันว่าระยะสั้นจำเป็นต้องเร่งใช้มาตรการรับซื้อผลผลิตกุ้งส่วนเกินเข้าสู่ระบบการผลิตและแปรรูปอย่างเร่งด่วน ขณะที่นายชูพงษ์ ลือสุขประเสริฐ เลขาธิการสมาคมฯ ระบุว่า ฟาร์มที่ประสงค์จะจำหน่ายกุ้งเข้าสู่ห้องเย็นต้องเข้าร่วมโครงการตรวจยาปฏิชีวนะก่อนประมูล เพื่อสร้างความมั่นใจด้านคุณภาพสินค้า ความปลอดภัยทางอาหาร และการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล

ดร.พจน์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และภาคเอกชนในครั้งนี้ สะท้อนพลังของการบูรณาการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในช่วงเวลาที่เผชิญความท้าทาย พร้อมรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ประเทศไทยยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกอาหารทะเลคุณภาพของโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ที่มาข้อมูล : หอการค้าไทย

ที่มารูปภาพ : หอการค้าไทย