รู้ก่อน! "ทรัมป์มีเดีย" ขายข่าวไว เก็บเดือนละ 3.2 ล้าน

Share on Line Share on Facebook Share on X

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า บริษัท ทรัมป์ มีเดีย แอนด์ เทคโนโลยี กรุ๊ป เจ้าของแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล กำลังหารือเรื่องการเรียกเก็บค่าบริการจากบริษัทซื้อขายหลักทรัพย์และสถาบันการเงินในวอลล์สตรีท สูงถึงเดือนละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.2 ล้านบาท เพื่อแลกกับการเข้าถึงโพสต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รวดเร็วกว่าผู้ใช้งานทั่วไป

แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทยังเสนอแพ็กเกจราคาพิเศษเดือนละ 60,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.9 ล้านบาท สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาใช้บริการเป็นเวลา 3 ปี

บริการใหม่นี้มีชื่อว่า ทรูธ เอพีไอ เป็นระบบส่งข้อมูลแบบเสียค่าบริการ ซึ่งจะรวบรวมโพสต์จาก 10 บัญชีที่มีอิทธิพลสูงสุดบนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล และส่งตรงถึงธนาคาร บริษัทลงทุน และผู้ประกอบการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยความเร็วสูงสุด

บริษัทมีแผนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม พร้อมให้ข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง และมีคลังโพสต์ย้อนหลังไปถึงปี 2022 โดยระบุว่าได้ลูกค้ากลุ่มแรกแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ

สรุปข่าว

ทรัมป์ มีเดีย เตรียมเก็บค่าบริการสูงสุดเดือนละ 100,000 ดอลลาร์ หรือราว 3.2 ล้านบาท แลกกับการเข้าถึงโพสต์ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เร็วที่สุด หวังเจาะกลุ่มนักลงทุนและบริษัทเทรดความถี่สูง ท่ามกลางคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า บริษัท ทรัมป์ มีเดีย แอนด์ เทคโนโลยี กรุ๊ป เจ้าของแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล กำลังหารือเรื่องการเรียกเก็บค่าบริการจากบริษัทซื้อขายหลักทรัพย์และสถาบันการเงินในวอลล์สตรีท สูงถึงเดือนละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.2 ล้านบาท เพื่อแลกกับการเข้าถึงโพสต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รวดเร็วกว่าผู้ใช้งานทั่วไป

แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทยังเสนอแพ็กเกจราคาพิเศษเดือนละ 60,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.9 ล้านบาท สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาใช้บริการเป็นเวลา 3 ปี

บริการใหม่นี้มีชื่อว่า ทรูธ เอพีไอ เป็นระบบส่งข้อมูลแบบเสียค่าบริการ ซึ่งจะรวบรวมโพสต์จาก 10 บัญชีที่มีอิทธิพลสูงสุดบนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล และส่งตรงถึงธนาคาร บริษัทลงทุน และผู้ประกอบการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยความเร็วสูงสุด

บริษัทมีแผนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม พร้อมให้ข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง และมีคลังโพสต์ย้อนหลังไปถึงปี 2022 โดยระบุว่าได้ลูกค้ากลุ่มแรกแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการเข้าสู่ธุรกิจขายข้อมูลเป็นครั้งแรกของทรัมป์ มีเดีย และอาจกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ หลังธุรกิจสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัทเผชิญการแข่งขันอย่างหนักจากแพลตฟอร์มรายใหญ่

เหตุผลที่โพสต์ของทรัมป์มีมูลค่าสูง เนื่องจากข้อความของเขาสามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดหุ้น ค่าเงิน และราคาสินทรัพย์ได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที

ตัวอย่างสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2025 ซึ่งดัชนีหุ้นหลักของวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังทรัมป์โพสต์ว่าจะระงับการใช้มาตรการภาษีชุดใหม่กับหลายประเทศเป็นเวลา 90 วัน

สำหรับบริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ความถี่สูง ความได้เปรียบด้านเวลาเพียงไม่กี่มิลลิวินาที อาจสร้างกำไรจากคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ได้หลายแสนดอลลาร์ จึงทำให้การเข้าถึงโพสต์ก่อนผู้อื่นมีมูลค่าในเชิงธุรกิจอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกพรรคเดโมแครตและองค์กรตรวจสอบจริยธรรม โดยมองว่าอาจเปิดช่องให้ครอบครัวทรัมป์ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากตำแหน่งประธานาธิบดี ขณะเดียวกันยังช่วยให้บริษัทขนาดใหญ่ในวอลล์สตรีทได้เปรียบนักลงทุนทั่วไป

กองทรัสต์ของโดนัลด์ ทรัมป์ ถือหุ้นในทรัมป์ มีเดีย ประมาณ 114.75 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 41 ของหุ้นทั้งหมด โดยบุตรของทรัมป์เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินในกองทรัสต์ ขณะที่ทรัมป์ยังคงเป็นผู้รับผลประโยชน์จากรายได้ที่ไหลเข้าสู่กองทุนดังกล่าว

ผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมระบุว่า รูปแบบการจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงโพสต์ของประธานาธิบดีได้เร็วกว่าคนทั่วไป มีความไม่เหมาะสมอย่างรุนแรง แต่ยังยากที่จะชี้ชัดว่าผิดกฎหมายหรือไม่

ส่วนกฎหมายที่ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์โดยอาศัยข้อมูลสำคัญที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ อาจนำมาใช้ได้ยากเช่นกัน หากข้อมูลดังกล่าวถูกส่งให้ลูกค้าหลายร้อยหรือหลายพันรายในเวลาใกล้เคียงกัน

ด้านผลประกอบการ หุ้นของทรัมป์ มีเดีย ปรับตัวลดลงประมาณร้อยละ 27 นับตั้งแต่ต้นปี ก่อนปิดตลาดที่ 9.66 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าตลาดประมาณ 2,700 ล้านดอลลาร์ หรือราว 87,000 ล้านบาท

บริการทรูธ เอพีไอ จึงไม่เพียงเป็นความพยายามสร้างรายได้ใหม่ให้บริษัท แต่ยังจุดกระแสถกเถียงว่า โพสต์ของประธานาธิบดีซึ่งมีผลต่อตลาดการเงิน ควรถูกนำมาขายเป็นข้อมูลพิเศษให้กลุ่มนักลงทุนที่มีกำลังจ่ายหรือไม่