ฟุตบอลโลก 2026 ยังไม่รู้ว่าใครจะคว้าแชมป์ระหว่างอาร์เจนตินากับสเปน แต่ในสนามธุรกิจ Adidas (อาดิดาส) ถือเป็นผู้ชนะล่วงหน้าแล้วหนึ่งเกม เพราะไม่ว่าทีมใดจะชูถ้วย โลโก้สามแถบของอาดิดาสจะปรากฏบนเสื้อของแชมป์โลกอย่างแน่นอน
อาร์เจนตินา ซึ่งเป็นแชมป์เก่าและใช้ชุดแข่งของอาดิดาส พลิกเอาชนะอังกฤษ 2 ประตูต่อ 1 ในรอบรองชนะเลิศ ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศพบกับสเปน ซึ่งเอาชนะฝรั่งเศส 2 ประตูต่อ 0 โดยการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศมีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 19 กรกฎาคม ที่นิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา
ผลการแข่งขันทำให้โลโก้สวูชของไนกี้หายไปจากเกมนัดสำคัญที่สุดของทัวร์นาเมนต์ หลังอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสองทีมในชุดไนกี้ ต่างหยุดเส้นทางไว้ที่รอบรองชนะเลิศ
ฟุตบอลโลกครั้งนี้ อาดิดาสสนับสนุนชุดแข่งขันให้ทีมชาติทั้งหมด 14 ทีม มากกว่าไนกี้ซึ่งมี 12 ทีม แม้จำนวนทีมต่างกันไม่มาก แต่ผลลัพธ์ในสนามกลับสร้างความได้เปรียบทางการตลาดอย่างชัดเจน เพราะอาดิดาสครองพื้นที่สื่อทั้งหมดในรอบชิงชนะเลิศ ตั้งแต่ภาพการแข่งขัน การฉลองประตู ไปจนถึงภาพทีมแชมป์ชูถ้วย
ชัยชนะครั้งนี้ยังมีความหมายมากกว่าเรื่องโลโก้บนเสื้อ เนื่องจากอาดิดาสเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของฟุตบอลโลก จึงมีสิทธิทางการตลาดครอบคลุมทั้งการแข่งขัน ขณะที่การได้สองทีมในสังกัดเข้าชิงพร้อมกัน ยิ่งเพิ่มโอกาสขายเสื้อทีมชาติ รองเท้า และสินค้าที่เกี่ยวข้องในช่วงที่กระแสฟุตบอลกำลังอยู่ในระดับสูงสุด
สรุปข่าว
ฟุตบอลโลก 2026 ยังไม่รู้ว่าใครจะคว้าแชมป์ระหว่างอาร์เจนตินากับสเปน แต่ในสนามธุรกิจ Adidas (อาดิดาส) ถือเป็นผู้ชนะล่วงหน้าแล้วหนึ่งเกม เพราะไม่ว่าทีมใดจะชูถ้วย โลโก้สามแถบของอาดิดาสจะปรากฏบนเสื้อของแชมป์โลกอย่างแน่นอน
อาร์เจนตินา ซึ่งเป็นแชมป์เก่าและใช้ชุดแข่งของอาดิดาส พลิกเอาชนะอังกฤษ 2 ประตูต่อ 1 ในรอบรองชนะเลิศ ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศพบกับสเปน ซึ่งเอาชนะฝรั่งเศส 2 ประตูต่อ 0 โดยการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศมีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 19 กรกฎาคม ที่นิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา
ผลการแข่งขันทำให้โลโก้สวูชของไนกี้หายไปจากเกมนัดสำคัญที่สุดของทัวร์นาเมนต์ หลังอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสองทีมในชุดไนกี้ ต่างหยุดเส้นทางไว้ที่รอบรองชนะเลิศ
ฟุตบอลโลกครั้งนี้ อาดิดาสสนับสนุนชุดแข่งขันให้ทีมชาติทั้งหมด 14 ทีม มากกว่าไนกี้ซึ่งมี 12 ทีม แม้จำนวนทีมต่างกันไม่มาก แต่ผลลัพธ์ในสนามกลับสร้างความได้เปรียบทางการตลาดอย่างชัดเจน เพราะอาดิดาสครองพื้นที่สื่อทั้งหมดในรอบชิงชนะเลิศ ตั้งแต่ภาพการแข่งขัน การฉลองประตู ไปจนถึงภาพทีมแชมป์ชูถ้วย
ชัยชนะครั้งนี้ยังมีความหมายมากกว่าเรื่องโลโก้บนเสื้อ เนื่องจากอาดิดาสเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของฟุตบอลโลก จึงมีสิทธิทางการตลาดครอบคลุมทั้งการแข่งขัน ขณะที่การได้สองทีมในสังกัดเข้าชิงพร้อมกัน ยิ่งเพิ่มโอกาสขายเสื้อทีมชาติ รองเท้า และสินค้าที่เกี่ยวข้องในช่วงที่กระแสฟุตบอลกำลังอยู่ในระดับสูงสุด
ก่อนการแข่งขัน อาดิดาสเปิดเผยว่า บริษัทมียอดสั่งจองสินค้าฟุตบอลโลกในไตรมาสแรกประมาณ 250 ล้านยูโร หรือราว 9,500 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รับยอดสั่งจองในระดับใกล้เคียงกันอีกครั้งในไตรมาส 2 เท่ากับว่ามูลค่าการจองสินค้าอาจแตะ 500 ล้านยูโรในช่วงครึ่งปีแรก
ข้อมูลจากบริษัทวิจัย M Science ยังระบุว่า ส่วนแบ่งตลาดรองเท้าของอาดิดาสเพิ่มจากร้อยละ 16 ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เป็นร้อยละ 19.2 ในเดือนมิถุนายนปีนี้ โดยแรงส่งในสหรัฐฯ และยุโรปช่วยให้อาดิดาสแย่งส่วนแบ่งจากไนกี้ได้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไนกี้ไม่ได้พ่ายแพ้ในทุกด้าน ก่อนฟุตบอลโลก บริษัทเปิดตัวรองเท้าฟุตบอล Mercurial รุ่นใหม่ 2 แบบ ร่วมงานกับนักออกแบบสตรีตแวร์ท้องถิ่น และปรับพื้นที่จำหน่ายสินค้าฟุตบอลในร้านไนกี้และร้านค้าพันธมิตรมากกว่า 5,000 แห่งทั่วโลก
แคมเปญฟุตบอลโลก "Rip the Script" ซึ่งมีทั้งคีลิยัน เอ็มบัปเป และคิม คาร์เดเชียน ทำยอดรับชมได้ 1,500 ล้านครั้งภายในสัปดาห์แรก ขณะที่ยอดขายเสื้อทีมชาติของไนกี้ก่อนเปิดการแข่งขัน สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของฟุตบอลโลกกาตาร์ปี 2022 ถึง 2.5 เท่า
แต่แรงส่งจากฟุตบอลโลกอาจยังไม่เพียงพอแก้ปัญหาหลักของไนกี้ บริษัทกำลังเผชิญยอดขายที่อ่อนแอในจีน การแข่งขันที่รุนแรงในยุโรป รวมถึงโจทย์ด้านนวัตกรรมรองเท้า การบริหารสินค้าคงคลัง และอัตรากำไร ขณะที่ราคาหุ้นไนกี้ลดลงเกือบหนึ่งในสามนับตั้งแต่ต้นปี สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความคืบหน้าในแผนฟื้นธุรกิจของซีอีโอ เอลเลียตต์ ฮิลล์
ดังนั้น นัดชิงฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจไม่ได้ตัดสินเพียงว่า อาร์เจนตินาหรือสเปนจะเป็นแชมป์ แต่ยังเป็นเวทีโฆษณาระดับโลกของอาดิดาสแบบเต็มพื้นที่ ส่วนไนกี้แม้สร้างยอดรับชมและยอดขายสินค้าได้ดี แต่กลับพลาดภาพสำคัญที่สุด นั่นคือโลโก้ของแบรนด์บนเสื้อทีมที่กำลังชูถ้วยฟุตบอลโลก
ที่มาข้อมูล : https://www.reuters.com/sports/soccer/nike-out-world-cup-contention-adidas-outfitted-teams-head-final-2026-07-16/
ที่มารูปภาพ : -
