"สหรัฐฯ" ถล่มพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เขย่าน้ำมันโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X

สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอีกระลอก หลังสหรัฐฯ ยืนยันว่า ได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 8 เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านในจอร์แดน ซึ่งทำให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 2 นาย และยังอยู่ระหว่างตรวจสอบร่างที่พบในพื้นที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ ทหารสหรัฐฯ อีก 1 นายเสียชีวิตในภาคเหนือของอิรัก ระหว่างปฏิบัติการควบคุมทำลายวัตถุระเบิดที่หลงเหลือจากโดรนโจมตีของอิหร่าน ส่งผลให้ยอดทหารอเมริกันที่เสียชีวิตนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเพิ่มเป็น 17 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 420 คน

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือเซ็นต์คอม ระบุว่า ปฏิบัติการล่าสุดมุ่งทำลายระบบตรวจการณ์ชายฝั่งและระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน เพื่อลดความสามารถในการคุกคามเรือพาณิชย์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมสั่งเคลื่อนกำลังและอากาศยานเพิ่มเติมเข้าสู่ตะวันออกกลาง

สื่ออิหร่านรายงานว่า การโจมตีเกิดขึ้นหลายพื้นที่ ตั้งแต่เมืองซีริก ทางตอนใต้ ไปจนถึงชาเดกันและอาบาดาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ รวมถึงพื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในเมืองดาร์โควิน อย่างไรก็ตาม ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศอยู่ระหว่างตรวจสอบ และข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า โรงไฟฟ้าแห่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก่อสร้าง

สรุปข่าว

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านต่อเนื่อง หลังสูญเสียกำลังพลจากการโจมตีในจอร์แดน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ฐานทัพและชาติพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย ดันช่องแคบฮอร์มุซเข้าใกล้วิกฤต กระทบเส้นทางน้ำมัน

สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอีกระลอก หลังสหรัฐฯ ยืนยันว่า ได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 8 เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านในจอร์แดน ซึ่งทำให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 2 นาย และยังอยู่ระหว่างตรวจสอบร่างที่พบในพื้นที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ ทหารสหรัฐฯ อีก 1 นายเสียชีวิตในภาคเหนือของอิรัก ระหว่างปฏิบัติการควบคุมทำลายวัตถุระเบิดที่หลงเหลือจากโดรนโจมตีของอิหร่าน ส่งผลให้ยอดทหารอเมริกันที่เสียชีวิตนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเพิ่มเป็น 17 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 420 คน

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือเซ็นต์คอม ระบุว่า ปฏิบัติการล่าสุดมุ่งทำลายระบบตรวจการณ์ชายฝั่งและระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน เพื่อลดความสามารถในการคุกคามเรือพาณิชย์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมสั่งเคลื่อนกำลังและอากาศยานเพิ่มเติมเข้าสู่ตะวันออกกลาง

สื่ออิหร่านรายงานว่า การโจมตีเกิดขึ้นหลายพื้นที่ ตั้งแต่เมืองซีริก ทางตอนใต้ ไปจนถึงชาเดกันและอาบาดาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ รวมถึงพื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในเมืองดาร์โควิน อย่างไรก็ตาม ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศอยู่ระหว่างตรวจสอบ และข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า โรงไฟฟ้าแห่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก่อสร้าง

ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการส่งโดรนโจมตีทรัพย์สินและยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ ในคูเวต ขณะที่โรงกลั่นน้ำทะเลของคูเวตถูกโจมตีเป็นวันที่ 2 จนเกิดเพลิงไหม้ ส่วนบาห์เรนและจอร์แดนรายงานการสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้หลายลูก ทำให้ความขัดแย้งเริ่มกระจายจากสมรภูมิระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานของประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย

จุดเสี่ยงสำคัญที่สุดยังอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านอ้างว่า เรือ 4 ลำพยายามเดินทางผ่านช่องแคบโดยไม่ปฏิบัติตามคำเตือน ก่อนที่ 2 ลำจะยกเลิกการเดินทาง และอีก 2 ลำประสบเหตุโดยยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน

สิ่งที่ตลาดต้องจับตาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงราคาน้ำมัน แต่คือการเปลี่ยนสมรภูมิไปสู่โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน การโจมตีโรงกลั่นน้ำทะเลสะท้อนว่า ระบบน้ำ ไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอาจกลายเป็นเป้าหมายใหม่ บีบให้ชาติอ่าวเปอร์เซียต้องโยกงบประมาณจากโครงการลงทุนและการกระจายเศรษฐกิจ ไปเสริมความมั่นคงและซ่อมแซมความเสียหายแทน