"ไต้หวัน" เผยกองทุนพยุงหุ้นโกยกำไรเกือบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์

Share on Line Share on Facebook Share on X
"ไต้หวัน" เผยกองทุนพยุงหุ้นโกยกำไรเกือบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลไต้หวัน เปิดเผยว่า กองทุนรักษาเสถียรภาพตลาดการเงินแห่งชาติ (National Financial Stabilization Fund) สามารถทำกำไรได้ราว 9.86 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 305 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นผลตอบแทนเกือบ 80% จากการเข้าซื้อหุ้นเพื่อพยุงตลาดในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนจะทยอยขายหุ้นออกและยุติการแทรกแซงตลาดแล้ว

กระทรวงการคลังไต้หวัน ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (14 ก.ค.) ว่า กองทุนได้ใช้เงิน 12.25 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าซื้อหุ้นในตลาด ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2568 ถึง 12 มกราคม 2569 ก่อนทยอยขายทำกำไรจนสามารถสร้างกำไรได้ 9.86 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน

การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้สะท้อนแนวทางการดูแลเสถียรภาพตลาดทุนของทางการไต้หวัน โดยการเข้าพยุงตลาดเริ่มขึ้นหลังตลาดหุ้นเผชิญแรงเทขายติดต่อกัน 3 วัน ซึ่งรวมถึงวันที่ 7 เมษายน 2568 ที่ดัชนีตลาดหุ้นไต้หวันร่วงหนักถึง 9.7% ถือเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนวิตกผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐ


สรุปข่าว

"ไต้หวัน" เผยกองทุนรักษาเสถียรภาพตลาดหุ้นทำกำไร 9.86 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือเกือบ 80% หลังเข้าซื้อหุ้นพยุงตลาดนาน 9 เดือน รับมือแรงกระแทกมาตรการภาษีทรัมป์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลไต้หวัน เปิดเผยว่า กองทุนรักษาเสถียรภาพตลาดการเงินแห่งชาติ (National Financial Stabilization Fund) สามารถทำกำไรได้ราว 9.86 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 305 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นผลตอบแทนเกือบ 80% จากการเข้าซื้อหุ้นเพื่อพยุงตลาดในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนจะทยอยขายหุ้นออกและยุติการแทรกแซงตลาดแล้ว

กระทรวงการคลังไต้หวัน ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (14 ก.ค.) ว่า กองทุนได้ใช้เงิน 12.25 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าซื้อหุ้นในตลาด ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2568 ถึง 12 มกราคม 2569 ก่อนทยอยขายทำกำไรจนสามารถสร้างกำไรได้ 9.86 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน

การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้สะท้อนแนวทางการดูแลเสถียรภาพตลาดทุนของทางการไต้หวัน โดยการเข้าพยุงตลาดเริ่มขึ้นหลังตลาดหุ้นเผชิญแรงเทขายติดต่อกัน 3 วัน ซึ่งรวมถึงวันที่ 7 เมษายน 2568 ที่ดัชนีตลาดหุ้นไต้หวันร่วงหนักถึง 9.7% ถือเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนวิตกผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐ


ภายหลังการเข้าซื้อของกองทุน ความเชื่อมั่นของนักลงทุนค่อย ๆ ฟื้นตัว จากทั้งการผ่อนคลายของแรงกดดันด้านภาษี และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งช่วยหนุนการส่งออกและผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของไต้หวัน

แม้จะยากที่จะเปรียบเทียบผลตอบแทนของกองทุนกับดัชนีตลาดหุ้นโดยตรง เนื่องจากกองทุนใช้เวลาหลายเดือนในการทยอยซื้อและทยอยขายหุ้น แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว ดัชนีตลาดหุ้นไต้หวันปรับตัวขึ้นมากกว่าสองเท่า โดยมีแรงหนุนสำคัญจากหุ้นของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) และบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก


อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากองทุนจะยุติการแทรกแซงตลาดแล้ว แต่กระทรวงการคลังไต้หวันยังเตือนว่า ตลาดหุ้นของประเทศยังคงเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนด้านการเมืองและเศรษฐกิจโลก

กระทรวงการคลัง ระบุว่า ตลาดหุ้นไต้หวันได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้ง่าย จึงยังจำเป็นต้องติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด แม้การแทรกแซงตลาดในรอบนี้จะประสบความสำเร็จและสามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่กองทุนได้อย่างมากก็ตาม

ที่มาข้อมูล : สำนักข่าวบลูมเบิร์ก

ที่มารูปภาพ : TNN