
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปี 2569 ไว้ที่ประมาณร้อยละ 3 แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดการเงิน โดยเชื่อว่าความต้องการลงทุนของภาคธุรกิจยังเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะที่อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คาดว่าจะสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในกรอบประมาณร้อยละ 3.5 สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งและสามารถรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจได้
โดยปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป คือเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปี โดยเชื่อว่าโครงการต่าง ๆ จะทยอยเปลี่ยนเป็นการลงทุนจริงในช่วงต่อจากนี้ และจะช่วยยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยสู่ภาคอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ทั้งเทคโนโลยี ดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานสะอาด อิเล็กทรอนิกส์ และการแพทย์สมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
สรุปข่าว
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปี 2569 ไว้ที่ประมาณร้อยละ 3 แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดการเงิน โดยเชื่อว่าความต้องการลงทุนของภาคธุรกิจยังเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะที่อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คาดว่าจะสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในกรอบประมาณร้อยละ 3.5 สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งและสามารถรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจได้
โดยปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป คือเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปี โดยเชื่อว่าโครงการต่าง ๆ จะทยอยเปลี่ยนเป็นการลงทุนจริงในช่วงต่อจากนี้ และจะช่วยยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยสู่ภาคอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ทั้งเทคโนโลยี ดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานสะอาด อิเล็กทรอนิกส์ และการแพทย์สมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ในส่วนของการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาค นายชาติศิริกล่าวว่า การจัดงาน Indonesia Investment & Trade Forum 2026 เพื่อให้ข้อมูลของอินโดนีเซียกับนักลงทุน ซึ่งปัจจุบันอินโดนีเซียมีประชากรกว่า 280 ล้านคน และเศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 5 ต่อปี จึงเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าไปขยายการค้า การผลิต และบริการ ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและสร้างการเติบโตร่วมกันของทั้งสองประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้ธนาคารกรุงเทพมีธนาคารเพอร์มาตา เป็นธนาคารในเครืออยู่ในอินโดนีเซีย เป็นกลไกหลักในการสนับสนุนลูกค้าทั้งด้านสินเชื่อ การชำระเงิน การบริหารสภาพคล่อง และการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนผ่านบริการสกุลเงินท้องถิ่นและเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ให้กับลูกค้าในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างครบวงจร
ด้าน ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า แม้ตลาดการเงินอินโดนีเซียในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจะปรับตัวลงแรง และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือบางแห่งปรับมุมมองเป็นเชิงลบ แต่ปัญหาดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงพื้นฐานเศรษฐกิจที่อ่อนแอ หนี้ภาครัฐอยู่ในระดับต่ำ สินเชื่อธนาคารยังขยายตัวต่อเนื่อง ระบบธนาคารไม่มีปัญหาหนี้เสียเหมือนวิกฤตในอดีต และรัฐบาลอินโดนีเซียได้ทยอยปรับนโยบายเพื่อลดความกังวลของตลาด ทั้งนี้เชื่อว่าอินโดนีเซียจะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจอาเซียน และเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำหรับการขยายธุรกิจของผู้ประกอบการไทย
