ผู้ว่าฯ"ธปท."ปลื้ม S&P คงเครดิตเรตติ้งไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ผู้ว่าฯ"ธปท."ปลื้ม S&P คงเครดิตเรตติ้งไทย

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ในการประเมิน Credit Rating ไทยโดย S&P อาทิตย์ที่แล้ว ออกมาที่ BBB+ with STABLE Outlook (เท่าเดิม) 

โดยไทยมีผลประเมินระดับสูงสุด ใน 2 เรื่อง จาก 6 เรื่อง ได้แก่ ฐานะการเงินระหว่างประเทศ และการดำเนินนโยบายด้านการเงิน

1. ฐานะการเงินระหว่างประเทศ (external balance sheet) และสภาพคล่องระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งของไทย จะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ ซึ่งโดยหลักเกิดจาก International Reserve (เงินสำรองระหว่างประเทศ) อยู่ในระดับสูง เทียบกับหนี้ต่างประเทศในระดับต่ำ มีสินทรัพย์ต่างประเทศสุทธิเป็นบวก และดุลบัญชีเดินสะพัดยังคงเกินดุล ถึงจะลดลงก็ตาม



สรุปข่าว

ผู้ว่าฯ ธปท. ปลื้ม S&P คงอันดับ Credit Rating ไทยที่ BBB+ (Stable) เหตุได้คะแนนสูงสุดด้านนโยบายการเงิน และเงินสำรองระหว่างประเทศ ชี้เศรษฐกิจปี 69 "in line" ไปในทางเดียวกับ S&P ที่คาด GDP ไทยโตร้อยละ 2

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ในการประเมิน Credit Rating ไทยโดย S&P อาทิตย์ที่แล้ว ออกมาที่ BBB+ with STABLE Outlook (เท่าเดิม) 

โดยไทยมีผลประเมินระดับสูงสุด ใน 2 เรื่อง จาก 6 เรื่อง ได้แก่ ฐานะการเงินระหว่างประเทศ และการดำเนินนโยบายด้านการเงิน

1. ฐานะการเงินระหว่างประเทศ (external balance sheet) และสภาพคล่องระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งของไทย จะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ ซึ่งโดยหลักเกิดจาก International Reserve (เงินสำรองระหว่างประเทศ) อยู่ในระดับสูง เทียบกับหนี้ต่างประเทศในระดับต่ำ มีสินทรัพย์ต่างประเทศสุทธิเป็นบวก และดุลบัญชีเดินสะพัดยังคงเกินดุล ถึงจะลดลงก็ตาม



โดยดุลบัญชีเดินสะพัด น่าจะเหลือเกินดุลเล็กน้อยในปีนี้ จากการนำเข้าน้ำมันที่เร่งตัวชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว และกระแสการลงทุน FDI (เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ) ซึ่งก็เป็นเรื่องดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ก็ต้องติดตามใกล้ชิดต่อไป

2. ความน่าเชื่อถือด้านนโยบายการเงิน และผลงานในการรักษาเสถียรภาพราคาของ ธปท. เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนอันดับเครดิตของประเทศไทย

ซึ่งเรื่องนี้ ต้องยกเครดิตให้ผู้ว่าการ ธปท. และทีมงาน BOT ในรุ่นผ่าน ๆ มา ทำให้การดำเนินนโยบายการเงินเข้มแข็งต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ S&P ยังประเมินว่า ปี 2569 GDP ไทยจะโตร้อยละ 2.0 ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลรัอยละ 2 ต่อ GDP และรัฐบาลขาดดุลงบประมาณร้อยละ 3.5 ต่อ GDP (เพื่อประคองเศรษฐกิจ) แต่เศรษฐกิจในระยะถัดไป ก็มีความเสี่ยงทั้ง Downside และ Upside จากทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลง การขาดดุลการคลัง (รวมถึงเงินเฟ้อที่ ธปท.ให้ความสำคัญด้วย) และตัวเลขทางเศรษฐกิจของ BOT จะ update ออกสัปดาห์นี้ หลังประชุม กนง. (คณะกรรมการนโยบายการเงิน)  แต่ก็ in line กัน


ทั้งนี้ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งในรอบนี้ กนง.จะพิจารณาปรับปรุงตัวเลขเศรษฐกิจและคาดการณ์ GDP ปี 2569 จากข้อมูลของการประชุม กนง.รอบล่าสุดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่คาดการณ์ว่า GDP ปีนี้ขยายตัวร้อยละ 1.5  อัตราเงินเฟ้อทั่วไป อยู่ที่ร้อยละ 2.9  ส่วนในปี 2570 คาดว่า GDP จะขยายตัวร้อยละ 2.0 และอัตราเงินเฟ้อทั่วไป อยู่ที่ร้อยละ 1.5

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN