
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) เดือนพฤษภาคม2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจ ในประเทศไทย 90 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 23 ราย
และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 67ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 24,226 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศจีน สิงคโปร์ และไต้หวันตามลำดับ
สรุปข่าว
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) เดือนพฤษภาคม2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจ ในประเทศไทย 90 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 23 ราย
และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 67ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 24,226 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศจีน สิงคโปร์ และไต้หวันตามลำดับ
สำหรับช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 528 ราย เพิ่มขึ้น 102 ราย คิดเป็น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (426 ราย) โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 121 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของ
คนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทงประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 407 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 153,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64,615 ล้านบาท คิดเป็น 73% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (88,943 ล้านบาท)
ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สหรัฐอเมริกา 2) จีน 3) สิงคโปร์ 4) ญี่ปุ่น 5) ฮ่องกง
นอกจากนี้ การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(Eastern Economic Corridor: EEC) ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีจำนวน 161 ราย คิดเป็น 30% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 32 ราย คิดเป็น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (129 ราย)มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 59,939 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด
โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศจีน 53 ราย ลงทุน 24,640 ล้านบาท ญี่ปุ่น 23 ราย ลงทุน 8,419 ล้านบาท สิงคโปร์ 20 ราย ลงทุน 9,940 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 65ราย ลงทุน 16,940 ล้านบาท
