
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ‘นอมินี’ เป็นปัญหาสำคัญที่ทำลายความเชื่อมั่น และความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจของประเทศ และจากการติดตามผลการดำเนินงาน พบว่า กลุ่มมิจฉาชีพได้พัฒนารูปแบบการหลบเลี่ยงโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่กรมฯ กำหนดไว้
ดังนั้น กรมฯ จึงได้ออกคำสั่ง เพื่อยกระดับการป้องกันและอุดช่องว่างปัญหาดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญ คือ การขยายขอบเขตการตรวจสอบให้ครอบคลุมตลอดวงจรธุรกิจ ตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งไปจนถึงการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในภายหลัง
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเข้มงวดของเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน โดยกำหนดให้กรณีที่มีคนต่างชาติร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม จะต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุน พร้อมเอกสารแสดงรายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ย้อนหลัง 3 เดือน
ของทั้งผู้ลงทุนชาวไทยที่ชำระเงินลงทุน และของผู้แทนหรือนิติบุคคลที่ผู้รับชำระเงินลงทุนดังกล่าว เพื่อตรวจสอบความสามารถในการลงทุนที่แท้จริง
สรุปข่าว
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ‘นอมินี’ เป็นปัญหาสำคัญที่ทำลายความเชื่อมั่น และความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจของประเทศ และจากการติดตามผลการดำเนินงาน พบว่า กลุ่มมิจฉาชีพได้พัฒนารูปแบบการหลบเลี่ยงโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่กรมฯ กำหนดไว้
ดังนั้น กรมฯ จึงได้ออกคำสั่ง เพื่อยกระดับการป้องกันและอุดช่องว่างปัญหาดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญ คือ การขยายขอบเขตการตรวจสอบให้ครอบคลุมตลอดวงจรธุรกิจ ตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งไปจนถึงการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในภายหลัง
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเข้มงวดของเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน โดยกำหนดให้กรณีที่มีคนต่างชาติร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม จะต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุน พร้อมเอกสารแสดงรายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ย้อนหลัง 3 เดือน
ของทั้งผู้ลงทุนชาวไทยที่ชำระเงินลงทุน และของผู้แทนหรือนิติบุคคลที่ผู้รับชำระเงินลงทุนดังกล่าว เพื่อตรวจสอบความสามารถในการลงทุนที่แท้จริง
โดยปัจจุบันมีนิติบุคคลคงอยู่ 1,004,558 ราย แบ่งเป็น ห้างหุ้นส่วน 200,327 ราย บริษัทจำกัด 802,717 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 1,514 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 0.01 - 49.99 ซึ่งทำให้บริษัทยังคงมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย (กลุ่มเสี่ยงนอมินี) ถึง 119,116 ราย
นอกจากมาตรการนี้ที่จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไปแล้ว กรมฯ จะเร่งตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงสูงที่มีปัญหาการใช้นอมินีมาบ่อนทำลายประเทศ ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ เชียงราย สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และกระบี่ อย่างต่อเนื่อง
โดยหากตรวจพบการจดทะเบียนที่ผิดปกติหรือพบการดำเนินการเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย กรมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทุกราย โดยผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษทั้งจำคุกและปรับตามมาตรา 36 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
