
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ชั่วคราว เพื่อยุติสงครามและเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ว่า แม้จะเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจและการลงทุนโลก แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกยังคงมีอยู่ และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ทั้งนี้ หากความขัดแย้งยุติลงอย่างเป็นทางการ อย่างน้อยจะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการลงทุนและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ผลกระทบในเชิงพื้นฐานยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลก ที่ได้รับความเสียหายอย่างมากจากเหตุการณ์สู้รบที่ผ่านมา
สรุปข่าว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ชั่วคราว เพื่อยุติสงครามและเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ว่า แม้จะเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจและการลงทุนโลก แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกยังคงมีอยู่ และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ทั้งนี้ หากความขัดแย้งยุติลงอย่างเป็นทางการ อย่างน้อยจะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการลงทุนและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ผลกระทบในเชิงพื้นฐานยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลก ที่ได้รับความเสียหายอย่างมากจากเหตุการณ์สู้รบที่ผ่านมา
จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า ความเสียหายครอบคลุมทั้งระบบการผลิต การขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายส่วน ส่งผลให้กำลังการผลิตไม่สามารถกลับมาได้ทันที โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปี จึงจะฟื้นฟูกลับสู่ภาวะปกติได้
สำหรับราคาน้ำมันโลก แม้จะมีโอกาสปรับลดลงในระยะสั้นจากความคาดหวังต่อการยุติความขัดแย้ง แต่ไม่น่าจะกลับไปอยู่ในระดับเดิมก่อนเกิดสงคราม เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตที่ยังได้รับผลกระทบจากความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน
ทั้งนี้ เพราะโครงสร้างพื้นฐานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถูกทำลายไปมาก กว่าจะฟื้นกลับมาได้ก็ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปี เพราะฉะนั้นในเชิงเศรษฐกิจยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”
ส่วนประเด็นการบริหารหนี้ภาครัฐ นายเอกนิติ ระบุว่า รัฐบาลยังมีความจำเป็นต้องกู้เงินต่อเนื่อง เพื่อรองรับภารกิจและภาระผูกพันต่าง ๆ ที่ยังดำเนินอยู่ แม้สถานะทางการเงินของประเทศจะไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตแล้วก็ตาม
