เปิดลิสต์ Soft Power จากต้มยำกุ้งถึงหุ่นละครเล็ก โชว์เสน่ห์ไทยกลางเวที IMF

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีหารือประเด็นเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ประเทศไทยใช้แสดงศักยภาพและนำเสนอเอกลักษณ์ของประเทศให้ผู้แทนจากทั่วโลกได้สัมผัสโดยตรง
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ Welcome Dinner ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง และแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมการประชุม IMF - World Bank Group 2026

สรุปข่าว
การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีหารือประเด็นเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ประเทศไทยใช้แสดงศักยภาพและนำเสนอเอกลักษณ์ของประเทศให้ผู้แทนจากทั่วโลกได้สัมผัสโดยตรง
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ Welcome Dinner ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง และแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมการประชุม IMF - World Bank Group 2026

รัฐบาลออกแบบงานให้เป็นมากกว่าการเลี้ยงรับรอง โดยนำอาหาร ดนตรี ศิลปะ การแสดง และผลิตภัณฑ์ไทยมาร้อยเรียงเป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรม เพื่อสะท้อนภาพประเทศไทยที่มีทั้งรากฐานทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความหมายของชื่อ “ตึกสันติไมตรี” ซึ่งสื่อถึงสันติภาพและมิตรภาพ พร้อมหวังให้งานเลี้ยงเป็นโอกาสสร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น
อาหารไทยยกระดับสู่เมนูรับรองแขกนานาชาติ
หนึ่งใน Soft Power สำคัญของไทยคืออาหาร ซึ่งรัฐบาลนำเสนอผ่านเมนูที่ยังคงเอกลักษณ์ไทย แต่ปรับรูปแบบให้รับประทานง่ายและเหมาะกับแขกจากหลากหลายประเทศ
อาหารว่างแบบคานาเป้ประกอบด้วยลาบเห็ดในแตงกวา เป็ดรมควันเสิร์ฟพร้อมเมลอน ไก่ทอดชิ้นพอดีคำสไตล์ป๊อปคอร์นพร้อมซอสเผ็ด และทอดมันกุ้งพร้อมซอสบ๊วย ก่อนเข้าสู่อาหารค่ำ 4 คอร์สที่ตั้งชื่ออย่างสร้างสรรค์เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ไทย
- Siam Boutique: ช่อม่วงไก่ สะเต๊ะไก่ และม้าฮ่อเจ นำเสนออาหารว่างไทยในรูปแบบที่ประณีต
- The Iconic Liquid Gold: เลือกซุปต้มยำกุ้ง ต้มยำเห็ดเจ หรือต้มข่าไก่ ถ่ายทอดรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย
- Thai Joint Venture: เลือกมัสมั่นแก้มวัวออสเตรเลียตุ๋นนุ่ม ปลาแซลมอนอบซอสพริกกะเพราไทยพร้อมข้าวกล้องงอก 3 ชนิดจากมูลนิธิโครงการหลวงดอยคำ หรือเนื้อแพลนท์เบสเสิร์ฟพร้อมข้าวบาสมาติหุงด้วยหญ้าฝรั่น
- ของหวาน: ทับทิมกรอบน้ำกะทิ เสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาล ชา และกาแฟ
การออกแบบเมนูดังกล่าวสะท้อนแนวทางนำเสนออาหารไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคนานาชาติ โดยยังคงรสชาติและวัตถุดิบที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมอาหารไทย พร้อมมีทางเลือกสำหรับผู้รับประทานอาหารเจและอาหารจากพืช

ศิลปะการแสดงไทย ผสานความดั้งเดิมกับความร่วมสมัย
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการแสดงชุดพิเศษ “Echoes of the Golden Land” หรือ “เสียงสะท้อนแห่งสุวรรณภูมิ” สร้างสรรค์โดยครูโจ้–สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2566 ร่วมกับศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ ดีไซเนอร์และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Tube Gallery
การแสดงแบ่งออกเป็น 3 ชุดสำคัญ ได้แก่
The Rhythm of Siam ถ่ายทอดพลังและความสามัคคีผ่านจังหวะการตีกลองศึกและกลองอสูร สะท้อนความแข็งแกร่งของศิลปะการแสดงไทย
Romance of the Kingdom นำบทเพลงพระราชนิพนธ์จากเรื่อง “มโนห์รา” ในรัชกาลที่ 9 มาถ่ายทอดผ่านการเต้นบัลเล่ต์ ผสานเสียงร้องสดของแก้ม–วิชญาณี เปียกลิ่น สร้างการเชื่อมโยงระหว่างดนตรี การเต้น และบทเพลงที่มีความหมายต่อสังคมไทย
The Celebration of Suvarnabhumi ผสมผสานศิลปะการแสดงดั้งเดิมอย่างโขน หนังใหญ่ และหุ่นละครเล็ก เข้ากับการเคลื่อนไหวร่วมสมัย ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงของเนเน่ รอยัล หรือแพรว–รัตติกานต์ อำลอย ซึ่งตามข้อมูลที่รัฐบาลระบุเป็นผู้ชนะการแข่งขัน America’s Got Talent 2026
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ และการบรรเลงดนตรีสากลร่วมสมัยจากวงเซราะกราว ซิมโฟนีออเคสตร้า ตลอดจนวง Buriram Orchestra ที่ร่วมถ่ายทอดศักยภาพของนักแสดงและนักดนตรีไทย
การนำเสนอครั้งนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การแสดงแบบดั้งเดิม แต่เปิดพื้นที่ให้ศิลปะไทยทำงานร่วมกับดนตรีคลาสสิก บัลเล่ต์ และการออกแบบร่วมสมัย เพื่อสื่อสารกับผู้ชมต่างวัฒนธรรม

งานศิลปะเยาวชนและหัตถศิลป์ สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของไทย
ภายในห้องสีฟ้า มีการจัดแสดงผลงานศิลปะเยาวชนจากโครงการ FPO Symposium และนิทรรศการภาพวาดจาก ThaiBev เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสงานสร้างสรรค์ของไทยอีกมิติหนึ่ง
ส่วนบริเวณโถงกลางมีการสาธิตทำขนมไทย “ข้าวเกรียบปากหม้อ” พร้อมกิจกรรมเกี่ยวกับงานหัตถศิลป์ ให้แขกผู้มีเกียรติได้ชมกระบวนการสร้างสรรค์และรายละเอียดของภูมิปัญญาไทย
กิจกรรมลักษณะนี้ช่วยทำให้วัฒนธรรมไม่ได้อยู่เพียงในรูปแบบของการจัดแสดง แต่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นทั้งผลงานและกระบวนการเบื้องหลัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดความรู้และทักษะที่สืบทอดในสังคมไทย
ผลิตภัณฑ์และเครื่องดื่มไทย เชื่อมวัฒนธรรมกับโอกาสทางเศรษฐกิจ
รัฐบาลจัดบูธผลิตภัณฑ์และเครื่องดื่มไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ชั้นนำของไทย เพื่อให้แขกจากต่างประเทศได้สัมผัสสินค้าและรสชาติที่สะท้อนความเป็นไทย
ขณะเดียวกัน ยังมีการจัดเตรียมชุดเครื่องหอมอโรมาจากแบรนด์ไทย Karmakamet เป็นของที่ระลึกสำหรับแขกผู้มีเกียรติทุกคน
การเลือกเครื่องหอมเป็นของที่ระลึกเป็นอีกวิธีหนึ่งในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ไทยผ่านประสบการณ์ด้านกลิ่นและความรู้สึก โดยขยายการสื่อสารอัตลักษณ์ไทยออกไปนอกเหนือจากอาหารและการแสดง
เมื่อพิจารณารวมกัน ทั้งบูธสินค้า เครื่องดื่ม งานหัตถศิลป์ และของที่ระลึก แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการให้แขกผู้เข้าร่วมประชุมได้รู้จักผลิตภัณฑ์ไทยผ่านการสัมผัสจริง ไม่ใช่เพียงการรับชมการแสดงบนเวที
จากงานเลี้ยงรับรอง สู่โจทย์การต่อยอด Soft Power ไทย
การจัดงาน Welcome Dinner ครั้งนี้สะท้อนการใช้ Soft Power หลายมิติพร้อมกัน ทั้งอาหาร ดนตรี ศิลปะการแสดง งานศิลปะเยาวชน หัตถศิลป์ เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เครื่องหอม โดยมีทำเนียบรัฐบาลเป็นพื้นที่ต้อนรับผู้แทนระดับสูงจากนานาชาติ
จุดเด่นคือการผสมผสานสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยเข้ากับการนำเสนอในรูปแบบร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นต้มยำและมัสมั่นที่อยู่ในเมนูอาหารค่ำ การนำโขนและหนังใหญ่มาผสมผสานกับการเคลื่อนไหวสมัยใหม่ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ไทยเป็นของที่ระลึก
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ Soft Power ไม่ได้วัดเพียงความประทับใจในคืนงาน แต่ยังขึ้นอยู่กับการต่อยอดให้เกิดการรับรู้ในระยะยาว ทั้งการทำให้ผู้คนต่างชาติสนใจวัฒนธรรมไทยมากขึ้น และการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ ศิลปิน นักออกแบบ และผู้ผลิตสินค้าของไทยเข้าถึงตลาดใหม่
งานเลี้ยงรับรองครั้งนี้จึงเป็นอีกเวทีที่ประเทศไทยใช้การทูตทางวัฒนธรรมควบคู่กับการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมเศรษฐกิจระดับโลก โดยรัฐบาลหวังให้แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสมิตรไมตรีของคนไทย พร้อมจดจำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีทั้งมรดกทางวัฒนธรรมและศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์
- ตำรวจยืนยันไม่ปิดถนนช่วงประชุม IMF–World Bank 12-18 ต.ค.
- ชายสูงวัยฝ่าด่านทำเนียบ บีบแตรเรียกอนุทิน อ้างขอความเป็นธรรม
- นายกฯ นำครม.ทำบุญขึ้นปีใหม่ทำเนียบ เพื่อความเป็นสิริมงคล
- สน.ดุสิต แจ้งปิดเส้นทางจราจรบริเวณทำเนียบฯ วันนี้ 19 มิ.ย. 08.00 น. เป็นต้นไป
- “เมี่ยงคำ” ฮิตในอังกฤษ นายกฯ ปลื้มสาธิตวิธีทำดันอาหารไทย Soft Power โลก
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
