หมดยุคไทยสมองไหล ยศชนัน ปลดล็อกทุนรัฐบาล ใช้ทุนเหลือ 1 เท่า

หมดยุคไทยสมองไหล
คนทำงานในไทย 66% ล้วนสนใจย้ายไปทำงานต่างประเทศ และ Gen Z ไม่อยากทำงานในไทยสูงถึง 79% นี่เป็นสัญญาณชัดถึง วิกฤตสมองไหลไทย ที่มีมานานแล้ว
แต่ ล่าสุด ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ปลดล็อกเงื่อนไขทุนรัฐบาลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลดเวลาใช้ทุนจาก 2 เท่าเหลือ 1 เท่า หั่นยอดชดใช้กรณีผิดสัญญาจาก 3 เท่าเหลือ 2 เท่า และเปิดทางให้ทำงานใช้ทุนกับบริษัทเอกชนได้ เพื่อหวังอุดรูรั่วไหลของคนเก่งไทย ไม่ให้ไหลออกไปต่างแดน
สรุปข่าว
หมดยุคไทยสมองไหล
คนทำงานในไทย 66% ล้วนสนใจย้ายไปทำงานต่างประเทศ และ Gen Z ไม่อยากทำงานในไทยสูงถึง 79% นี่เป็นสัญญาณชัดถึง วิกฤตสมองไหลไทย ที่มีมานานแล้ว
แต่ ล่าสุด ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ปลดล็อกเงื่อนไขทุนรัฐบาลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลดเวลาใช้ทุนจาก 2 เท่าเหลือ 1 เท่า หั่นยอดชดใช้กรณีผิดสัญญาจาก 3 เท่าเหลือ 2 เท่า และเปิดทางให้ทำงานใช้ทุนกับบริษัทเอกชนได้ เพื่อหวังอุดรูรั่วไหลของคนเก่งไทย ไม่ให้ไหลออกไปต่างแดน
ปัญหาสมองไหลไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ผลสำรวจของ Jobsdb by SEEK ปี 2567 พบว่า คนทำงานไทย 66% สนใจย้ายไปทำงานต่างประเทศ ถ้าเป็น Gen Z สูงถึง 79%
พอย้อนไปดูข้อมูลกรมการกงสุล ปี 2563 ระบุว่า มีคนไทยพำนักในต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย เกือบ 1.3 ล้านคน และหากจำกันได้ ไม่กี่ปีก่อน กลุ่มเฟซบุ๊ก ย้ายประเทศกันเถอะ มีสมาชิกถึง 500,000 คน ภายในแค่ 2 วัน นี่เป็นปรากฎการณ์ที่สะท้อนว่า คนไทยอยากไปทำงานในต่างแดนกันอย่างมาก
แต่สำหรับนักวิจัย เหตุผลไม่ได้มีแค่เงินเดือน สถานีข่าว Thai PBS เคยสัมภาษณ์นักวิจัยหลายคน สะท้อนปัญหาหลากหลาย ทั้ง งบวิจัยที่ไม่ต่อเนื่อง ค่าตอบแทนที่ไม่แข่งขัน และนโยบายที่เปลี่ยนบ่อย
ขณะที่ทุนรัฐบาลเอง ก็มีเงื่อนไขที่ผูกมัดยาวนาน นักเรียนทุนหลายคนไปเรียนต่อกลับมาแล้ว ก็ต้องมาทำงานในหน่วยงานรัฐที่ไม่ตรงสาย เพื่อชดใช้ทุน แล้วถ้าเบี้ยวทุน ก็เจอค่าปรับมหาศาล
ยกตัวอย่าง จากการคำนวณผ่านระบบความรับผิดทางละเมิดและแพ่ง หากได้ทุน 1 ล้านบาท ต้องปฏิบัติราชการ 2,192 วัน หากผิดสัญญาต้องชดใช้เงิน 3 เท่า คือ 3 ล้านบาท แล้วถ้าได้ทุน 3 ล้านบาท ยกตัวอย่าง ป.โท ถึง ป.เอก แม้ปฏิบัติราชการ 2,192 วันเท่าวัน แต่หากผิดสัญญา เสี่ยงเจอหนี้สินมากถึง 9 ล้านบาทเลยทีเดียว
นั่นทำให้ล่าสุด คณะกรรมการนโยบายทุนฯ นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวง อว.มีมติลดเวลาใช้ทุนเหลือ 1 เท่า ไม่เกิน 10 ปี ลดเบี้ยปรับครึ่งหนึ่ง ยอดชดใช้รวมจาก 3 เท่า เหลือ 2 เท่า
อีกจุดที่เปลี่ยน คือการนับงาน Post doc หรือการทำงานในบริษัทเอกชนชั้นนำด้านนวัตกรรม ทั้งในและต่างประเทศ เป็นเวลาใช้ทุนได้สูงสุด 2 ปี
ถ้าใช้ทุนมาแล้วไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ขอย้ายไปหน่วยงานรัฐอื่นได้ แม้ต้นสังกัดเดิมไม่ยินยอม หรือย้ายไปภาคเอกชน ถ้าบริษัทปลายทางจ่ายทุนคงเหลือแทน โดยให้มีผลย้อนหลังได้
ดร.ยศชนัน ระบุว่า ทุนรัฐบาลต้องไม่เป็นพันธนาการ แต่ต้องเป็นใบเบิกทางให้คนเก่งกลับมาสร้างประเทศ ขั้นต่อไป อว. จะเสนอแนวทางนี้ต่อคณะรัฐมนตรี และตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ ซึ่งยังต้องรอ ครม. เห็นชอบก่อน
เงื่อนไขที่ยืดหยุ่นขึ้น อาจทำให้ทุนรัฐบาลกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง แต่จะหยุดสมองไหลได้จริงไหม อาจขึ้นอยู่กับว่า เมื่อคนเก่งกลับบ้าน จะมีงาน ค่าตอบแทน และระบบวิจัยแบบไหนรออยู่
- เร่งสอบเอาผิดบริษัทเถื่อนหลอกแรงงานไปต่างประเทศ เตือนคนไทยอย่าตกเป็นเหยื่อ
- หัวหน้าหมดไฟ ลูกน้องก็หมดใจตาม เมื่อคนทั่วโลกไม่อินกับงานเพิ่มขึ้น
- “ยศชนัน” บอกพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ส่งสัญญาณปรับครม.
- สรุปท่าที "ยศชนัน" รมว.อว. สั่งลุย! จี้ มศว เร่งสางปมทุจริตสอบท้องถิ่น ย้ำเจอคนผิดฟันไม่เลี้ยง
- โค้งสุดท้าย “ทีมคนทำงาน” เปิดตัว Data-Driven สางปม กทม.
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
