“ยศชนัน” เร่งยุติศึกอาชีวะ 2 สถาบัน จ่อใช้กฎหมายพิจารณาย้ายวิทยาเขต

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ยศชนัน” เร่งยุติศึกอาชีวะ 2 สถาบัน จ่อใช้กฎหมายพิจารณาย้ายวิทยาเขต

“ยศชนัน” เร่งแก้ปัญหาเด็กอาชีวะ 2 สถาบันตีกัน

วันนี้ (8 กันยายน 2569) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาอาชีวะ 2 สถาบัน บนสถานีรถไฟฟ้า BTS จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีความรุนแรงพอสมควร และเป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายพยายามหาทางยุติมาอย่างต่อเนื่อง

สรุปข่าว

“ยศชนัน” เร่งแก้ปัญหาความรุนแรงระหว่างนักศึกษาอาชีวะ 2 สถาบัน หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทบนรถไฟฟ้า BTS จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ชี้ปัญหาเรื้อรังมานาน สร้างความหวาดกลัว กระทบประชาชน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว เตรียมประชุมทุกฝ่าย 9 ก.ย.นี้

“ยศชนัน” เร่งแก้ปัญหาเด็กอาชีวะ 2 สถาบันตีกัน

วันนี้ (8 กันยายน 2569) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาอาชีวะ 2 สถาบัน บนสถานีรถไฟฟ้า BTS จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีความรุนแรงพอสมควร และเป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายพยายามหาทางยุติมาอย่างต่อเนื่อง

นายยศชนัน กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี อว. ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ได้หารือกับผู้บริหารของทั้ง 2 สถาบัน เพื่อหาแนวทางลดการเผชิญหน้าระหว่างนักศึกษา โดยเบื้องต้นได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนด้วยการ เหลื่อมเวลาเรียน รวมถึงให้นักศึกษาปทุมวันออกไปเรียนหรือฝึกปฏิบัติงานกับบริษัทโดยตรงตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 เพื่อลดโอกาสการปะทะกัน

ขณะเดียวกัน มีคณะกรรมการร่วมเพื่อยุติข้อพิพาทของทั้ง 2 สถาบัน โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการ ย้ายสถานศึกษา ออกจากพื้นที่เดิม ซึ่งมีกรมธนารักษ์เข้ามาช่วยดูแลเรื่องพื้นที่

ชี้มาตรการหยุดเรียนแก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราว

นายยศชนัน กล่าวว่า การดำเนินการเรื่องพื้นที่ยังค่อนข้างล่าช้า จึงมีข้อเสนอเพิ่มเติมว่า หากยังไม่สามารถหาพื้นที่ใหม่ได้ อาจให้อุเทนถวายใช้พื้นที่ของตนเองเพื่อเคลื่อนย้ายกลุ่มนักศึกษาออกไปก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมา เมื่อเกิดข้อพิพาทหรือได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มหาวิทยาลัยมักใช้มาตรการ หยุดเรียนเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ซึ่งช่วยลดเหตุการณ์ได้ในระดับหนึ่ง แต่เหตุการณ์ล่าสุดสะท้อนว่ายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างถาวร

นัดประชุมทุกฝ่าย 9 ก.ย. ใช้กฎหมายเป็นหลัก

สำหรับความคืบหน้าในการแก้ปัญหา วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. กระทรวง อว. จะจัดประชุมร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ปลัดและรองปลัดกระทรวง อว. อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะเจ้าของพื้นที่ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คณบดี และอธิการบดี 2 สถาบันดังกล่าว

การประชุมครั้งนี้จะใช้ ข้อกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเป็นกรอบในการพิจารณา เพื่อหาทางยุติปัญหาให้ชัดเจนและรวดเร็ว

นายยศชนัน ย้ำว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง 2 สถาบันเกิดขึ้นมาหลายปี และเคยมีทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงประชาชนทั่วไปที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ จึงถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ปัญหาอย่างจริงจังและเด็ดขาด

หลังการประชุมจะมีการแถลงรายละเอียดและกรอบเวลาการดำเนินงานให้สื่อมวลชนรับทราบ พร้อมยืนยันว่าจะพยายามดำเนินการให้ปัญหายุติลงภายใต้กรอบกฎหมายที่สามารถทำได้

จ่อพิจารณาย้ายสถานศึกษา หาพื้นที่ใหม่

เมื่อถามถึงแนวทางการย้ายสถานศึกษา ซึ่งมีการเจรจากันมาหลายครั้งแต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ นายยศชนัน กล่าวว่า จะนำข้อกฎหมายและข้อยุติที่เคยมีการตกลงกันมาใช้เป็นแนวทาง เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถดำเนินการได้ง่ายและชัดเจนมากขึ้น

แม้การใช้วิธีเหลื่อมเวลาเรียนจะช่วยให้สถานการณ์สงบลงได้ แต่เห็นว่าเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และอาจทำให้การแก้ปัญหาถาวรล่าช้า จึงจำเป็นต้องนำทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบ เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

ส่วนการเจรจากับกลุ่มแกนนำหรือผู้ที่มีบทบาทในการก่อเหตุ นายยศชนัน ระบุว่า ต้องดำเนินการด้วยเหตุผลและหลักฐานทางกฎหมาย แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บจะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าจะมีผู้ยอมรับหรือไม่

ชี้เหตุเด็กช่างตีกันกระทบความเชื่อมั่น-การท่องเที่ยว

นายยศชนัน กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะนักศึกษาหรือสถาบันการศึกษา แต่ยังสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น และ การท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบและเบ็ดเสร็จ

สำหรับแนวทางการย้ายสถานที่ ปัจจุบันมีการเตรียมไว้ 2 แนวทาง ได้แก่ พื้นที่นอกเมืองที่เคยมีการหารือและตกลงกันไว้เบื้องต้น และ พื้นที่ของวิทยาเขตต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

นอกจากนี้ ยังมีการหารือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถึงแผนการใช้ประโยชน์จากพื้นที่พิพาทเดิมในอนาคต โดยมีแนวคิดที่จะปรับพื้นที่ดังกล่าวให้เป็น พื้นที่เศรษฐกิจ เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม งานวิจัย และการค้าขาย เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่บริเวณดังกล่าว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย