ขั้นตอนต่อไปคดีเลือก สว. 77 คน หลัง กกต.มีมติส่งศาลฎีกา

Share on Line Share on Facebook Share on X
ขั้นตอนต่อไปคดีเลือก สว. 77 คน หลัง กกต.มีมติส่งศาลฎีกา

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญา กรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในข้อกล่าวหาที่ 4-7 รวม 77 คน จากผู้ถูกร้องในข้อกล่าวหาที่ 1-7 ทั้งหมด 427 คน หลังพิจารณาสำนวนที่มีเอกสารรวม 75,722 หน้า

ผู้ที่อยู่ในมติ 77 คน แบ่งเป็น สว.ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน ขณะที่ สว.สำรอง สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่มีผู้ถูกส่งศาลฎีกาตามมติครั้งนี้

ประเด็นสำคัญหลังจากนี้ คือกระบวนการจะเข้าสู่ขั้นตอนของ กกต.จัดทำคำวินิจฉัย ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งภายใน 60 วัน โดยมติของ กกต.ในขณะนี้ยังไม่ถือเป็นคำวินิจฉัยว่าบุคคลทั้ง 77 คนกระทำความผิด ผู้ถูกร้องยังมีสิทธิต่อสู้คดีและนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล

สรุปข่าว

กกต.มีมติส่งศาลฎีกา 77 คน จากผู้ถูกร้องคดีเลือก สว.427 คน แบ่งเป็น สว.26 คน ผู้มีสิทธิเลือก 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน ขั้นตอนต่อไป กกต.จัดทำคำวินิจฉัยและยื่นศาลภายใน 60 วัน หากศาลรับคำร้อง สว.ที่ถูกร้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญา กรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในข้อกล่าวหาที่ 4-7 รวม 77 คน จากผู้ถูกร้องในข้อกล่าวหาที่ 1-7 ทั้งหมด 427 คน หลังพิจารณาสำนวนที่มีเอกสารรวม 75,722 หน้า

ผู้ที่อยู่ในมติ 77 คน แบ่งเป็น สว.ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน ขณะที่ สว.สำรอง สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่มีผู้ถูกส่งศาลฎีกาตามมติครั้งนี้

ประเด็นสำคัญหลังจากนี้ คือกระบวนการจะเข้าสู่ขั้นตอนของ กกต.จัดทำคำวินิจฉัย ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งภายใน 60 วัน โดยมติของ กกต.ในขณะนี้ยังไม่ถือเป็นคำวินิจฉัยว่าบุคคลทั้ง 77 คนกระทำความผิด ผู้ถูกร้องยังมีสิทธิต่อสู้คดีและนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล

เปิดไทม์ไลน์ ขั้นตอนต่อไปเกิดอะไรขึ้น?

ขั้นตอนที่ 1 กกต.จัดทำคำวินิจฉัย
หลังมีมติแล้ว กกต.จะจัดทำรายละเอียดคำวินิจฉัยจากสำนวนและพยานหลักฐานที่พิจารณา ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ขั้นตอนที่ 2 ยื่นศาลฎีกาภายใน 60 วัน
กกต.จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งภายในกรอบเวลา 60 วัน เพื่อให้ศาลพิจารณาคดีต่อไป

ขั้นตอนที่ 3 ศาลพิจารณาว่าจะรับคำร้องหรือไม่
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะพิจารณาคำร้อง โดยกระบวนการของศาลสามารถเรียกหรือแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ปรากฏในสำนวนของ กกต.ได้

ขั้นตอนที่ 4 หากศาลรับคำร้อง สว.ที่ถูกร้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การรับคำร้องของศาล หากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา และผู้ถูกร้องเป็น สว. บุคคลนั้นจะต้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

ดังนั้น ในขั้นตอนปัจจุบัน สว.26 คนที่อยู่ในมติของ กกต.ยังไม่ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่จากเหตุแห่งมตินี้ทันที แต่ต้องรอขั้นตอนการยื่นคำร้องและคำสั่งรับคำร้องของศาลฎีกาก่อน

ขั้นตอนที่ 5 หากศาลพิพากษาว่ามีการกระทำผิด
หากท้ายที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษาว่ามีการกระทำความผิด สมาชิกภาพ สว.ของบุคคลนั้นจะสิ้นสุดลง โดยนับตั้งแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่

ถ้า สว.พ้นตำแหน่ง ใครขึ้นแทน?

หากมีตำแหน่ง สว.ว่างลง จะเข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยหลักจะ เลื่อนผู้ที่อยู่ในบัญชีสำรองของกลุ่มเดียวกันขึ้นมาดำรงตำแหน่งตามลำดับ

หากกลุ่มนั้นไม่มีรายชื่อสำรองเหลืออยู่ ประธานวุฒิสภาจะจับสลากจากบัญชีสำรองของกลุ่มอื่นที่ยังมีรายชื่อ โดยผลของการจับสลากใช้สำหรับการเลื่อนขึ้นแทนในครั้งนั้น

กรณีที่ไม่มีรายชื่อสำรองเหลืออยู่ทุกกลุ่ม และจำนวน สว.ที่เหลืออยู่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด ขณะที่วุฒิสภายังมีวาระเหลือมากกว่า 1 ปี จะต้องดำเนินการเลือก สว.เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ภายใน 60 วัน

ทำไมจาก 427 คน เหลือส่งศาล 77 คน?

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ชี้แจงว่า การพิจารณายึดพยานหลักฐานของแต่ละข้อกล่าวหาเป็นหลัก โดยข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 ยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่ามีการกระทำผิด

ในส่วนพยานรหัส 16/26 กกต.พิจารณาประเด็นความน่าเชื่อถือของคำให้การประกอบกับข้อมูลอื่น ขณะที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาไม่พบความผิดปกติ และแม้พบข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ ก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการสนทนาเกี่ยวกับเรื่องใด

กรณีการพบปะที่โรงแรมพูลแมน ซึ่งมีพยานกล่าวถึงนายเนวิน ชิดชอบ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ยังไม่มีรายละเอียดหรือพยานหลักฐานเพียงพอที่จะระบุวัตถุประสงค์ของการพบปะว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำตามข้อกล่าวหาที่ 1

เมื่อข้อกล่าวหาที่ 1 ยังรับฟังไม่ได้ จึงมีผลต่อการพิจารณาข้อกล่าวหาที่ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการได้รับความช่วยเหลือในการเลือก สว.ด้วย

อย่างไรก็ตาม กกต.ยังพิจารณาพยานหลักฐานใน ข้อกล่าวหาที่ 4-7 แยกต่างหาก ก่อนมีมติให้ดำเนินการกับบุคคลรวม 77 คน ซึ่งรวม สว.ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง 26 คน

ทั้งนี้ มติส่งศาลเป็นการพิจารณาในชั้น กกต.ว่ามีพยานหลักฐานถึงระดับที่เห็นว่าบุคคลดังกล่าวน่าจะฝ่าฝืนกฎหมาย ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าผู้ถูกร้องกระทำความผิด โดยกระบวนการวินิจฉัยขั้นต่อไปเป็นอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

 

 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

บรรณาธิการออนไลน์