
หากโดนสุนัข “พิตบูล” หรือ “สุนัขพันธุ์ดุร้าย” กัด จะช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นอย่างไร เพื่อให้รอดจากสถานการณ์นี้
จากกรณีข่าวสุนัขพันธุ์ “แบนด๊อก” ก่อเหตุกัดผู้ดูแลเสียชีวิต จุดประเด็นถกเถียงเรื่องการเลี้ยงและการควบคุมสุนัขที่มีพละกำลังสูง เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สุนัข โดยเฉพาะ “พิตบูล” ก่อเหตุรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต
แต่หากวันหนึ่งเราเป็นคนที่ต้องเผชิญหน้ากับสุนัขที่กำลังเข้าจู่โจม เราจะมีวิธีเอาตัวรอดอย่างไร และควรทำอย่างไรเพื่อไม่ให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น ?
วิธีเอาตัวรอดเมื่อถูก “พิตบูล” กัด
ส่วนใหญ่สุนัขสายพันธุ์ดุ โดยเฉพาะ “พิตบูล” เป็นสุนัขที่มีสัญชาตญาณนักสู้สูง เมื่อกัดแล้วจะไม่ปล่อย และกัดได้นานเป็นชั่วโมง จึงเป็นสุนัขที่ต้องได้รับการควบคุมเป็นพิเศษในไทย กรมปศุสัตว์สั่งห้ามนำเข้าสุนัขพันธุ์นี้ เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ควบคุมยาก เสี่ยงเป็นอันตรายต่อผู้เลี้ยงและคนรอบข้าง
อริยะ ศักดิ์พิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญสุนัขพันธุ์ดุ ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าว ThaiPBS และ Thairath ถึงวิธีการเอาตัวรอดและช่วยเหลือเมื่อถูกสุนัขพันธุ์ดุกัดไว้ว่า หากถูกสุนัขพิตบูลกัด สิ่งที่ห้ามทำโดยเด็ดขาดคือ การตี เพื่อหวังให้มันปล่อย เพราะการตีจะยิ่งกระตุ้นให้สุนัขกัดแน่นขึ้น
สิ่งที่ควรทำคือการทำให้สุนัขขาดอากาศหายใจ เพราะเมื่อสุนัขเริ่มหายใจไม่ออก จะหยุดกัดและตั้งสติกลับมา วิธีการคือ
หากสุนัขตัวนั้นใส่โซ่หรือปลอกคอ ให้ดึงยกตัวสุนัขให้ลอยขึ้น หากไม่ได้ใส่ปลอกคอ สามารถใช้เข็มขัดหรือเสื้อผ้ามาพันคอแทนได้
สรุปข่าว
หากโดนสุนัข “พิตบูล” หรือ “สุนัขพันธุ์ดุร้าย” กัด จะช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นอย่างไร เพื่อให้รอดจากสถานการณ์นี้
จากกรณีข่าวสุนัขพันธุ์ “แบนด๊อก” ก่อเหตุกัดผู้ดูแลเสียชีวิต จุดประเด็นถกเถียงเรื่องการเลี้ยงและการควบคุมสุนัขที่มีพละกำลังสูง เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สุนัข โดยเฉพาะ “พิตบูล” ก่อเหตุรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต
แต่หากวันหนึ่งเราเป็นคนที่ต้องเผชิญหน้ากับสุนัขที่กำลังเข้าจู่โจม เราจะมีวิธีเอาตัวรอดอย่างไร และควรทำอย่างไรเพื่อไม่ให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น ?
วิธีเอาตัวรอดเมื่อถูก “พิตบูล” กัด
ส่วนใหญ่สุนัขสายพันธุ์ดุ โดยเฉพาะ “พิตบูล” เป็นสุนัขที่มีสัญชาตญาณนักสู้สูง เมื่อกัดแล้วจะไม่ปล่อย และกัดได้นานเป็นชั่วโมง จึงเป็นสุนัขที่ต้องได้รับการควบคุมเป็นพิเศษในไทย กรมปศุสัตว์สั่งห้ามนำเข้าสุนัขพันธุ์นี้ เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ควบคุมยาก เสี่ยงเป็นอันตรายต่อผู้เลี้ยงและคนรอบข้าง
อริยะ ศักดิ์พิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญสุนัขพันธุ์ดุ ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าว ThaiPBS และ Thairath ถึงวิธีการเอาตัวรอดและช่วยเหลือเมื่อถูกสุนัขพันธุ์ดุกัดไว้ว่า หากถูกสุนัขพิตบูลกัด สิ่งที่ห้ามทำโดยเด็ดขาดคือ การตี เพื่อหวังให้มันปล่อย เพราะการตีจะยิ่งกระตุ้นให้สุนัขกัดแน่นขึ้น
สิ่งที่ควรทำคือการทำให้สุนัขขาดอากาศหายใจ เพราะเมื่อสุนัขเริ่มหายใจไม่ออก จะหยุดกัดและตั้งสติกลับมา วิธีการคือ
หากสุนัขตัวนั้นใส่โซ่หรือปลอกคอ ให้ดึงยกตัวสุนัขให้ลอยขึ้น หากไม่ได้ใส่ปลอกคอ สามารถใช้เข็มขัดหรือเสื้อผ้ามาพันคอแทนได้
ไม่สบตา อย่าวิ่งหนี และปกป้องบริเวณสำคัญของร่างกาย
ขณะที่ บทความ HOW TO SURVIVE A DOG ATTACK เขียนโดย ดร. เมแกน โควิงตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสุนัข และผู้ก่อตั้ง The Pit Bull Doctor ระบุว่า หากเผชิญกับสุนัขที่แสดงท่าทีก้าวร้าว ควรหลีกเลี่ยงการสบตาโดยตรง ไม่แสดงความหวาดกลัว อย่าวิ่งหนี เพราะการวิ่งอาจกระตุ้นสัญชาตญาณการไล่ล่าของสุนัข
พร้อมแนะนำให้ปกป้องบริเวณสำคัญของร่างกาย เช่น ใบหน้า ลำคอ และหน้าอก รวมถึงใช้สิ่งของที่อยู่ใกล้ตัว เช่น กระเป๋า เสื้อแจ็กเก็ต หรือไม้ เป็นสิ่งกีดขวางระหว่างตัวเรากับสุนัข เพื่อช่วยลดความรุนแรงของการโจมตีและเปิดโอกาส
ให้หลบหนี
ถ้าหากเราป้องกันการโจมตีไม่ได้ ให้ยอมให้สุนัขกัดบริเวณที่มีความเปราะบางน้อยกว่า เช่น แขน หรือ มือ และเมื่อถูกกัดที่บริเวณใดพยายามอย่าดึงออก เพราะจะทำให้แผลฉีกขาดมากขึ้น หากทำได้พยายามควบคุมสุนัขด้วยการใช้แขนข้างที่ว่างโอบรอบคอของมัน ซึ่งอาจทำให้มันสำลักและปล่อย
ที่สำคัญ พยายามยืนให้ได้มากที่สุด เพราะการล้มลงพื้นทำให้สุนัขเข้าถึงคอและท้องได้ง่ายขึ้น หากล้มแล้วให้ขดตัวเป็นก้อน เอาแขนกอดหัวและปิดคอ
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญสุนัขพันธุ์ดุเผยว่า การเลี้ยงดูเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับสุนัขสายพันธุ์ดุร้าย โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็ก ผู้เลี้ยงดูต้องฝึกให้มีวินัยและฝึกใช้สายจูง ขณะที่สถานที่เลี้ยงดูก็ต้องมีความแข็งแรง ไม่แคบหรือร้อนจนเกินไป และพยายามไม่ปล่อยให้สุนัขเกิดความเครียด เพราะอาจเสี่ยงต่อการแสดงความดุร้ายออกมา
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
ที่มาข้อมูล : ThaiPBS, Thairath, The Pit Bull Doctor
ที่มารูปภาพ : Pixabay handout via Canva
