ทำไมสั่งฟันแค่บางส่วน? สรุปมติ กกต. คดีเลือก สว. 67 จาก 427 คน เหลือส่งศาลกี่ราย?

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไมสั่งฟันแค่บางส่วน? สรุปมติ กกต. คดีเลือก สว. 67 จาก 427 คน เหลือส่งศาลกี่ราย?

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติคดีเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 โดยพิจารณาผู้ถูกร้องตามสำนวนรวม 427 คน แยกตามข้อกล่าวหา 7 ประเด็น ผลการพิจารณามีทั้งส่วนที่ไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา และส่วนที่ให้ดำเนินการต่อ โดยมี สว.ชุดปัจจุบัน 26 คนอยู่ในกลุ่มที่ กกต.มีมติให้ยื่นคำร้องในบางข้อกล่าวหา

วันที่ 14 กันยายน 2569 ภายหลังกรรมการ กกต.ทั้ง 7 คนประชุมพิจารณาสำนวน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า จำนวนผู้ถูกร้องทั้งหมดที่อยู่ในการพิจารณาครั้งนี้มี 427 คน ไม่ใช่ 229 คนตามตัวเลขที่เคยปรากฏผ่านการรายงานข่าวก่อนหน้านี้

ด้าน นายณรงค์ กลั่นวาริณ ประธาน กกต. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติในแต่ละข้อกล่าวหาแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดว่ากรรมการแต่ละคนลงมติอย่างไร

2 ข้อกล่าวหาแรก กกต.ไม่ยื่นคำร้องต่อศาล

ผลการพิจารณาข้อกล่าวหาที่ 1 ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือนักการเมืองถูกกล่าวหาว่าให้ความช่วยเหลือผู้สมัคร มีผู้ถูกร้อง 21 คน โดย กกต.มีมติไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาในข้อกล่าวหานี้

ส่วนข้อกล่าวหาที่ 2 ตามมาตรา 76 วรรคสอง กรณีผู้สมัครถูกกล่าวหาว่ายินยอมให้บุคคลทางการเมืองช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. มีผู้ถูกร้อง 140 คน กกต.มีมติไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเช่นเดียวกัน

ข้อกล่าวหาแนะนำตัว ให้ดำเนินการต่อ 42 คน

สำหรับข้อกล่าวหาที่ 3 ตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70 เกี่ยวกับกรณีการแนะนำตัวของผู้สมัครที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นไปตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด มีผู้ถูกร้องทั้งหมด 175 คน

กกต.มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลในส่วนของผู้ถูกร้อง 42 คน แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 1 คน และบุคคลอื่น 15 คน ขณะที่ไม่มีกรรมการบริหารพรรคการเมืองอยู่ในกลุ่มที่ถูกยื่นคำร้องตามข้อกล่าวหานี้

สรุปข่าว

กกต.ลงมติคดีเลือก สว.ปี 2567 หลังพิจารณาผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 คน ตาม 7 ข้อกล่าวหา โดยข้อกล่าวหาที่ 1-2 ไม่ยื่นคำร้องต่อศาล ขณะที่ข้อ 3 ให้ดำเนินการ 42 คน และข้อ 4-7 จำนวน 77 คน มี สว.ปัจจุบัน 26 คนอยู่ในกลุ่มที่ถูกยื่นคำร้อง ทั้งนี้ยังไม่ถือเป็นคำวินิจฉัยว่ากระทำความผิด

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติคดีเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 โดยพิจารณาผู้ถูกร้องตามสำนวนรวม 427 คน แยกตามข้อกล่าวหา 7 ประเด็น ผลการพิจารณามีทั้งส่วนที่ไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา และส่วนที่ให้ดำเนินการต่อ โดยมี สว.ชุดปัจจุบัน 26 คนอยู่ในกลุ่มที่ กกต.มีมติให้ยื่นคำร้องในบางข้อกล่าวหา

วันที่ 14 กันยายน 2569 ภายหลังกรรมการ กกต.ทั้ง 7 คนประชุมพิจารณาสำนวน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า จำนวนผู้ถูกร้องทั้งหมดที่อยู่ในการพิจารณาครั้งนี้มี 427 คน ไม่ใช่ 229 คนตามตัวเลขที่เคยปรากฏผ่านการรายงานข่าวก่อนหน้านี้

ด้าน นายณรงค์ กลั่นวาริณ ประธาน กกต. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติในแต่ละข้อกล่าวหาแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดว่ากรรมการแต่ละคนลงมติอย่างไร

2 ข้อกล่าวหาแรก กกต.ไม่ยื่นคำร้องต่อศาล

ผลการพิจารณาข้อกล่าวหาที่ 1 ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือนักการเมืองถูกกล่าวหาว่าให้ความช่วยเหลือผู้สมัคร มีผู้ถูกร้อง 21 คน โดย กกต.มีมติไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาในข้อกล่าวหานี้

ส่วนข้อกล่าวหาที่ 2 ตามมาตรา 76 วรรคสอง กรณีผู้สมัครถูกกล่าวหาว่ายินยอมให้บุคคลทางการเมืองช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. มีผู้ถูกร้อง 140 คน กกต.มีมติไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเช่นเดียวกัน

ข้อกล่าวหาแนะนำตัว ให้ดำเนินการต่อ 42 คน

สำหรับข้อกล่าวหาที่ 3 ตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70 เกี่ยวกับกรณีการแนะนำตัวของผู้สมัครที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นไปตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด มีผู้ถูกร้องทั้งหมด 175 คน

กกต.มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลในส่วนของผู้ถูกร้อง 42 คน แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 1 คน และบุคคลอื่น 15 คน ขณะที่ไม่มีกรรมการบริหารพรรคการเมืองอยู่ในกลุ่มที่ถูกยื่นคำร้องตามข้อกล่าวหานี้

ข้อกล่าวหา 4-7 มีผู้ถูกร้องเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป 77 คน

ขณะที่ข้อกล่าวหาที่ 4-7 ครอบคลุมมาตรา 77 วรรคหนึ่ง (1) เกี่ยวกับการให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์ มาตรา 77 วรรคหนึ่ง (3) เกี่ยวกับการจัดเลี้ยง มาตรา 79 และมาตรา 81 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ในส่วนนี้ กกต.มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลกับผู้ถูกร้องรวม 77 คน แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน

ทั้งนี้ จำนวน 42 คนในข้อกล่าวหาที่ 3 กับจำนวน 77 คนในข้อกล่าวหาที่ 4-7 มีบุคคลบางส่วนซ้ำกัน จึงไม่สามารถนำตัวเลขทั้งสองกลุ่มมาบวกเพื่อสรุปเป็นจำนวนบุคคลทั้งหมดที่ถูกยื่นคำร้องได้

เปิดเหตุผลตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 สำนวนกว่า 70,000 หน้า

สำหรับการตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยและชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 กกต.ชี้แจงว่า เป็นผลจากจำนวนผู้ถูกร้องและปริมาณข้อมูลในสำนวนที่มีความซับซ้อน จึงต้องมีกระบวนการกลั่นกรองข้อมูลก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่

คดีนี้มีเอกสารในสำนวนรวมมากกว่า 70,000 หน้า ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของกรรมการ กกต.ทั้ง 7 คน และนำมาสู่การลงมติแยกตามข้อกล่าวหาในวันที่ 14 กันยายน

จากเลือก สว.ปี 2567 สู่การพิจารณานานกว่า 2 ปี

หากย้อนเส้นทางคดี จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นภายหลังกระบวนการเลือก สว.ระดับประเทศเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 หลังจากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการเลือกต่อ กกต. จนนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอน

ต่อมามีการตั้งคณะสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางชุดที่ 26 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยมีการประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนสำนวนจะผ่านการพิจารณาและกลั่นกรองหลายระดับ

ระหว่างกระบวนการดังกล่าว มีข้อมูลและข้อกล่าวหาเกี่ยวกับรูปแบบการลงคะแนน การประสานงานระหว่างผู้สมัคร รวมถึงข้อมูลทางการเงินบางส่วนถูกนำเข้าสู่การตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ต้องพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานของผู้ถูกร้องแต่ละราย และไม่สามารถถือเป็นข้อยุติว่ามีการกระทำผิดได้จนกว่าจะผ่านกระบวนการตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้มีการรายงานตัวเลขผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ประกอบด้วย สว.ปัจจุบัน 138 คน และบุคคลกลุ่มอื่น 91 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรากฏจากขั้นตอนหนึ่งของการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงผลล่าสุด กกต.ยืนยันว่า เมื่อนับผู้ถูกร้องทั้งหมดที่อยู่ในสำนวนตาม 7 ข้อกล่าวหา มีจำนวน 427 คน และผลการพิจารณาต้องแยกตามข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานของแต่ละกลุ่ม

มติ กกต.ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยว่ากระทำผิด

หลังการลงมติ ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการดำเนินการตามมติ กกต.ในส่วนที่เห็นควรยื่นคำร้องต่อศาล โดยเฉพาะ สว.ปัจจุบัน 26 คน ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ถูกยื่นคำร้องทั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแนะนำตัว และข้อกล่าวหากลุ่มที่ 4-7 ตามผลการแถลงของ กกต.

ส่วนข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือนักการเมืองให้ความช่วยเหลือผู้สมัคร และกรณีผู้สมัครยินยอมรับความช่วยเหลือจากบุคคลทางการเมือง กกต.มีมติไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา

อย่างไรก็ตาม การมีมติให้ยื่นคำร้องเป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการตามกฎหมาย ยังไม่ได้หมายความว่าศาลมีคำวินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องกระทำความผิด ผู้ที่เกี่ยวข้องยังมีสิทธิชี้แจง โต้แย้ง และนำเสนอพยานหลักฐานตามกระบวนการ ก่อนจะมีข้อยุติตามกฎหมายต่อไป


ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์