ย้อนเส้นทางคดีฮั้ว สว. 229 คน ก่อน กกต.ชี้ขาด 14 ก.ย.

คดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา “ฮั้วเลือก สว.” จากกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี 2567 เดินทางมาถึงอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในวันที่ 14 กันยายน 2569 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่เข้าสู่การพิจารณาชี้ขาดสำนวนที่มีผู้ถูกกล่าวหารวม 229 คน
ก่อนมาถึงขั้นตอนนี้ กระบวนการตรวจสอบใช้เวลาต่อเนื่องมากกว่า 2 ปี นับตั้งแต่มีข้อร้องเรียนหลังการเลือก สว. โดยระหว่างทางมีทั้งการสอบพยานมากกว่า 700 ปาก การตรวจสอบเอกสารและข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงความเห็นที่แตกต่างกันของคณะทำงาน 2 ชุด ก่อนเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่
สรุปข่าว
คดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา “ฮั้วเลือก สว.” จากกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี 2567 เดินทางมาถึงอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในวันที่ 14 กันยายน 2569 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่เข้าสู่การพิจารณาชี้ขาดสำนวนที่มีผู้ถูกกล่าวหารวม 229 คน
ก่อนมาถึงขั้นตอนนี้ กระบวนการตรวจสอบใช้เวลาต่อเนื่องมากกว่า 2 ปี นับตั้งแต่มีข้อร้องเรียนหลังการเลือก สว. โดยระหว่างทางมีทั้งการสอบพยานมากกว่า 700 ปาก การตรวจสอบเอกสารและข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงความเห็นที่แตกต่างกันของคณะทำงาน 2 ชุด ก่อนเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่
จุดเริ่มต้นหลังการเลือก สว. ปี 2567
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการเลือก สว. ปี 2567 มีผู้สมัครและผู้เกี่ยวข้องยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับความผิดปกติที่อ้างว่าเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเลือก ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เริ่มตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา 18 มีนาคม 2568 กกต.แต่งตั้งคณะสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางชุดที่ 26 เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน โดยทำงานร่วมกับ DSI
ช่วงเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม 2568 คณะชุดดังกล่าวสอบพยานมากกว่า 700 ปาก พร้อมตรวจสอบเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว.
17 ก.ค. 2568 สำนวนชี้มีมูล 229 คน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 เมื่อคณะสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางชุดที่ 26 สรุปความเห็นว่า พยานหลักฐานที่รวบรวมมามีน้ำหนักเพียงพอที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกับผู้ถูกกล่าวหารวม 229 คน
จำนวนดังกล่าวแบ่งเป็น สว. 138 คน และกลุ่มนักการเมือง กรรมการบริหารพรรค หรือบุคคลในเครือข่ายอีก 91 คน
สำนวนครอบคลุมข้อกล่าวหาตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา รวม 7 กลุ่ม ตั้งแต่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้สมัครโดยบุคคลทางการเมือง การยินยอมรับความช่วยเหลือ การฝ่าฝืนหลักเกณฑ์การแนะนำตัว ไปจนถึงการให้หรือรับทรัพย์สินและประโยชน์เพื่อจูงใจการลงคะแนน
12 มี.ค. 2569 อนุกรรมการชุด 36 เห็นต่าง
อย่างไรก็ตาม กระบวนการพิจารณาเกิดความเห็นที่แตกต่างกัน เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 พิจารณาสำนวนก่อนมีมติ 5 ต่อ 2 ว่าข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน “ไม่มีมูล”
ทำให้คดีนี้มีความเห็นจากคณะทำงาน 2 ชุดที่แตกต่างกัน โดยคณะสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 เห็นว่ามีมูลให้ดำเนินการ ขณะที่คณะอนุกรรมการชุดที่ 36 เห็นว่าไม่มีมูล ก่อนเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่
หลักฐานอะไรถูกนำมาเปิดเผย?
ระหว่างที่คดีอยู่ในกระบวนการพิจารณา มีการนำข้อมูลบางส่วนออกมาเปิดเผยและอภิปรายต่อสาธารณะโดยภาคประชาชน ฝ่ายการเมือง และผู้ติดตามกระบวนการเลือก สว. เพื่อประกอบการตั้งข้อสังเกตต่อการพิจารณาสำนวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลที่มีการกล่าวถึงครอบคลุมหลายส่วน เช่น คำให้การของผู้สมัคร สว. เอกสารที่ผู้เปิดเผยระบุว่าเกี่ยวข้องกับการลงคะแนน ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินบางรายการ ตลอดจนข้อมูลการติดต่อและตำแหน่งสัญญาณโทรศัพท์ในบางช่วงเวลา
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนและช่วงเวลาการติดต่อระหว่างบุคคลบางราย รวมถึงข้อมูลตำแหน่งสัญญาณโทรศัพท์ของบุคคลบางกลุ่ม ซึ่งผู้เปิดเผยนำมาใช้ประกอบการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเหตุการณ์ในช่วงกระบวนการเลือก สว. อย่างไรก็ตาม การปรากฏของข้อมูลการติดต่อหรือการอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ยังไม่อาจถือเป็นข้อยืนยันว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องกระทำความผิด
อีกส่วนหนึ่งคือการเปิดเผยเอกสารที่ระบุว่าเป็นบันทึกการประชุมของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 จำนวนมากกว่า 200 หน้า โดยมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางพิจารณาพยานหลักฐาน รวมถึงการประเมินเจตนาและการยินยอมของผู้สมัคร
ทั้งนี้ ข้อมูลที่ถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะดังกล่าว ยังไม่ใช่ข้อยุติทางคดีหรือคำวินิจฉัยว่าบุคคลใดกระทำความผิด การพิจารณาน้ำหนักของข้อมูลแต่ละส่วนต้องเป็นไปตามกระบวนการของหน่วยงานที่มีอำนาจ โดยต้องตรวจสอบแหล่งที่มา ความถูกต้อง ความครบถ้วน และความเชื่อมโยงกับผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและโต้แย้งพยานหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย
14 ก.ย. 2569 จับตาคำชี้ขาด กกต.
หลังผ่านกระบวนการตรวจสอบและพิจารณามาหลายขั้นตอน วันที่ 14 กันยายน 2569 จึงเป็นอีกหมุดหมายสำคัญ เมื่อ กกต.ชุดใหญ่เข้าสู่การพิจารณาว่าจะดำเนินการกับสำนวนผู้ถูกกล่าวหา 229 คนในแนวทางใด
แนวทางที่ต้องติดตามมีทั้งการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง การยกคำร้อง หรือการดำเนินการเฉพาะบางราย หาก กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่าน้ำหนักพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนแตกต่างกัน
หาก กกต.มีมติส่งคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง จะเป็นการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาพยานหลักฐานในชั้นศาลต่อไป ไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหาถูกวินิจฉัยว่ากระทำความผิดทันที โดยผู้ถูกกล่าวหายังคงมีสิทธิชี้แจงและต่อสู้คดีตามกระบวนการกฎหมาย
- กกต.ถกปมเลือก สว. 14 ก.ย. ลุยพิจารณา 229 ผู้ถูกกล่าวหา 7 ข้อหา
- เปิดไทม์ไลน์ “กกต.” ลงมติทุจริตสว. 229 คน พรุ่งนี้ แถลงผล 15.00 น.
- ณัฐวุฒิชี้ กกต. ใช้มติเสียงข้างมากวินิจฉัยคดีเลือก สว.
- กกต. มีมติเอาผิด 28 ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ สมัครทั้งที่รู้ขาดคุณสมบัติ
- กกต. ชี้แจงไม่ได้ลงมติคดี สว. 28 ส.ค.นี้ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาสำนวน
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
บรรณาธิการออนไลน์
