อดีตผู้พิพากษาชี้ข้อกฎหมาย เปิดเอกสารคดีเลือก สว. ต้องดูสถานะข้อมูล

Share on Line Share on Facebook Share on X
อดีตผู้พิพากษาชี้ข้อกฎหมาย เปิดเอกสารคดีเลือก สว. ต้องดูสถานะข้อมูล

วันที่ 4 กันยายน 2569 นายสุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการเผยแพร่ข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ภายหลังนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร

นายสุโรจน์ให้ความเห็นในทางกฎหมายว่า การพิจารณาว่าการเปิดเผยเอกสารราชการสามารถดำเนินการได้หรือไม่ จำเป็นต้องตรวจสอบทั้งสถานะของเอกสาร วิธีการได้มาของข้อมูล ผู้เปิดเผย ตลอดจนข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด โดยระบุว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่อาจเกี่ยวข้อง และไม่ควรพิจารณาจากเพียงประเด็นว่าเผยแพร่เอกสารครบทั้งฉบับหรือเฉพาะบางส่วน

กฎหมายที่นายสุโรจน์หยิบยกขึ้นประกอบความเห็น ได้แก่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และประมวลกฎหมายอาญา โดยย้ำว่าการจะวินิจฉัยว่าการกระทำใดเข้าข่ายความผิดหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและองค์ประกอบตามกฎหมายเป็นรายกรณี

สรุปข่าว

“สุโรจน์ จันทรพิทักษ์” อดีตผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ความเห็นกรณีเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบการเลือก สว. ชี้ต้องพิจารณาสถานะเอกสาร วิธีได้มา และกฎหมายหลายฉบับ พร้อมเสนอใช้กลไกรัฐสภา หรือรอผล กกต. ก่อนยื่นขอข้อมูลตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ

วันที่ 4 กันยายน 2569 นายสุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการเผยแพร่ข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ภายหลังนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร

นายสุโรจน์ให้ความเห็นในทางกฎหมายว่า การพิจารณาว่าการเปิดเผยเอกสารราชการสามารถดำเนินการได้หรือไม่ จำเป็นต้องตรวจสอบทั้งสถานะของเอกสาร วิธีการได้มาของข้อมูล ผู้เปิดเผย ตลอดจนข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด โดยระบุว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่อาจเกี่ยวข้อง และไม่ควรพิจารณาจากเพียงประเด็นว่าเผยแพร่เอกสารครบทั้งฉบับหรือเฉพาะบางส่วน

กฎหมายที่นายสุโรจน์หยิบยกขึ้นประกอบความเห็น ได้แก่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และประมวลกฎหมายอาญา โดยย้ำว่าการจะวินิจฉัยว่าการกระทำใดเข้าข่ายความผิดหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและองค์ประกอบตามกฎหมายเป็นรายกรณี

สำหรับ พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 74 นายสุโรจน์กล่าวถึงบทบัญญัติเกี่ยวกับการดักรับ ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยข้อความ ข่าวสาร หรือข้อมูลที่มีการสื่อสารทางโทรคมนาคมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 41 วรรคสาม ซึ่งกำหนดข้อห้ามเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของผู้แจ้ง รวมถึงข้อมูลข่าวสารบางประเภทที่ได้มาจากกระบวนการตามกฎหมาย เว้นแต่เป็นการเปิดเผยเพื่อปฏิบัติหน้าที่และอำนาจ ตามกฎหมาย หรือตามคำสั่งศาล

ส่วนมาตรา 68 กำหนดบทลงโทษสำหรับการฝ่าฝืนกรณีที่เข้าองค์ประกอบตามกฎหมาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ผู้กระทำซึ่งมีสถานะตามที่กฎหมายกำหนดอาจได้รับโทษเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้กับบุคคลหรือเหตุการณ์ใด ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและกระบวนการตามกฎหมายก่อน

ชี้ช่องใช้กลไกสภาตรวจสอบ

นายสุโรจน์กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านอาจนำข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบการเลือก สว. มาใช้ประกอบการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรว่า ต้องพิจารณาบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กันไป เนื่องจากการอภิปรายในสภามีกรอบกฎหมายรองรับแตกต่างจากการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะทั่วไป

ดังนั้น หากต้องการตรวจสอบประเด็นดังกล่าวในทางการเมือง การดำเนินการผ่านกลไกของรัฐสภาตามกรอบรัฐธรรมนูญและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถนำมาพิจารณาได้

แนะรอผล กกต. ก่อนใช้สิทธิขอข้อมูล

นายสุโรจน์ยังเสนอว่า เมื่อกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีผลหรือคำวินิจฉัยแล้ว ประชาชนสามารถพิจารณาใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 เพื่อยื่นคำขอเข้าถึงข้อมูลหรือเอกสารที่เปิดเผยได้ตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่สถานะของเอกสารในแต่ละช่วงเวลา เพราะเอกสารที่อยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนหรือไต่สวนอาจมีข้อจำกัดในการเปิดเผยแตกต่างจากเอกสารภายหลังหน่วยงานมีคำวินิจฉัยแล้ว

ก่อนหน้านี้ มีการนำข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบการเลือก สว. ออกเผยแพร่และอภิปรายในพื้นที่สาธารณะ ขณะที่มีข้อถกเถียงเกี่ยวกับที่มาของเอกสารและขอบเขตการเปิดเผยข้อมูล นายพริษฐ์ระบุภายหลังเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจว่า ข้อมูลและเบาะแสที่นำเสนอได้รับมาจากหลายช่องทาง และยืนยันว่าได้ผ่านการตรวจสอบก่อนนำเสนอ

ด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เคยออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นการตรวจสอบการเลือก สว. เช่นกัน โดยยังไม่เปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูล ขณะที่ประเด็นการได้มาและการเผยแพร่เอกสารดังกล่าวยังเป็นเรื่องที่หน่วยงานและฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

เลือก สว.กกต.พริษฐ์ วัชรสินธุ
สุโรจน์ จันทรพิทักษ์
ข้อมูลข่าวสารราชการ