รู้จัก “บูนาดารา”(Buna Dara)สร้างความหมาย-สร้างคุณค่าร่วมชุมชน

Share on Line Share on Facebook Share on X

 “บูนา” เป็นชื่อหมู่บ้านร้างในจังหวัดปัตตานีที่เคยตายไปจากแผนที่ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผู้นำชุมชนคนหนึ่ง นายมะเยะ แดเมาะ หรือ "บังมะเยะ" แม้จะไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่เลือกจะรักพื้นที่แห่งนี้เหมือนบ้านของตัวเอง สิ่งแรกที่ทำ ไม่ใช่สร้างอาคาร ไม่ใช่สร้างแลนด์มาร์ก แต่เป็นสร้าง "ความหมาย" 

คำว่า “บูนา” คือชื่อหมู่บ้านเดิมที่วันนี้ไม่มีคนอยู่แล้ว แต่บังมะเยะ เลือกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ ส่วนคำว่า "ดารา"มาจากคำในภาษามลายู แปลว่า "ต้นพุทรา" เมื่อสองคำมารวมกัน จึงเกิดเป็น บูนาดารา (Buna Dara)ชื่อที่ฟังดูเป็นสากล มีกลิ่นอายอาเซียน จำง่าย เล่าเรื่องได้และทำให้ผู้คนอยากรู้จักถือเป็นการสร้างแบรนด์จาก "ความทรงจำ" และ “บูนาดารา”ไม่ได้แค่เยียวยาแค่ธรรมชาติ แต่เยียวยาหัวใจของผู้คน 

ดลรวี ภัทรกุลพิมล   ซึ่งลงพื้นที่พร้อมสอบถามข้อมูลจาก บังมะเยะ บอกว่า บูนาดารา อาจไม่ได้กำลังรักษา "ธรรมชาติ" แต่กำลังรักษา "เรา"  "บางครั้งสิ่งที่มนุษย์กำลังขาด ไม่ใช่เงิน" แต่คือ...พื้นที่ที่ทำให้เรารู้ว่า เรายังมีคุณค่า.. "บูนาดารา" ทำให้นึกถึงสถานที่แห่งหนึ่ง...ไม่มีห้างสรรพสินค้า...ไม่มีตึกระฟ้า...ไม่มีแสงไฟระยิบระยับ...มีเพียงเสียงลม...เสียงคลื่น...เสียงนก...และป่าชายเลนที่กำลังหายใจ...และสถานที่ที่ทำให้รู้สึกสงบ...


สรุปข่าว

บูนา ดารา (Buna Dara ) เป็นการสร้างแบรนด์จาก "ความทรงจำ" และ “บูนา ดารา”ไม่ได้แค่เยียวยาแค่ธรรมชาติ แต่เยียวยาหัวใจของผู้คน เป็นการสร้างมูลค่าอย่างมีคุณค่าของคนในชุมชนที่เข้ามามีส่วนสำคัญในการพัฒนาและสร้างคุณค่าให้ "บูนา ดารา" ซึ่งไม่ได้แค่เยียวยาแค่ธรรมชาติ แต่เยียวยาหัวใจของผู้คน

 “บูนา” เป็นชื่อหมู่บ้านร้างในจังหวัดปัตตานีที่เคยตายไปจากแผนที่ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผู้นำชุมชนคนหนึ่ง นายมะเยะ แดเมาะ หรือ "บังมะเยะ" แม้จะไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่เลือกจะรักพื้นที่แห่งนี้เหมือนบ้านของตัวเอง สิ่งแรกที่ทำ ไม่ใช่สร้างอาคาร ไม่ใช่สร้างแลนด์มาร์ก แต่เป็นสร้าง "ความหมาย" 

คำว่า “บูนา” คือชื่อหมู่บ้านเดิมที่วันนี้ไม่มีคนอยู่แล้ว แต่บังมะเยะ เลือกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ ส่วนคำว่า "ดารา"มาจากคำในภาษามลายู แปลว่า "ต้นพุทรา" เมื่อสองคำมารวมกัน จึงเกิดเป็น บูนาดารา (Buna Dara)ชื่อที่ฟังดูเป็นสากล มีกลิ่นอายอาเซียน จำง่าย เล่าเรื่องได้และทำให้ผู้คนอยากรู้จักถือเป็นการสร้างแบรนด์จาก "ความทรงจำ" และ “บูนาดารา”ไม่ได้แค่เยียวยาแค่ธรรมชาติ แต่เยียวยาหัวใจของผู้คน 

ดลรวี ภัทรกุลพิมล   ซึ่งลงพื้นที่พร้อมสอบถามข้อมูลจาก บังมะเยะ บอกว่า บูนาดารา อาจไม่ได้กำลังรักษา "ธรรมชาติ" แต่กำลังรักษา "เรา"  "บางครั้งสิ่งที่มนุษย์กำลังขาด ไม่ใช่เงิน" แต่คือ...พื้นที่ที่ทำให้เรารู้ว่า เรายังมีคุณค่า.. "บูนาดารา" ทำให้นึกถึงสถานที่แห่งหนึ่ง...ไม่มีห้างสรรพสินค้า...ไม่มีตึกระฟ้า...ไม่มีแสงไฟระยิบระยับ...มีเพียงเสียงลม...เสียงคลื่น...เสียงนก...และป่าชายเลนที่กำลังหายใจ...และสถานที่ที่ทำให้รู้สึกสงบ...


"อย่าทำเพื่อสังคมอย่างเดียว ทำแล้วต้องทำเพื่อตัวเองด้วย แต่เมื่อเราทำเพื่อตัวเอง ก็ต้องทำให้ชุมชนได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน" เป็นประโยคสำคัญที่ บังมะเยะ พูดถึงการพัฒนา “บูนาดารา” ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของการท่องเที่ยว แต่เป็นเรื่องของการเปลี่ยนคำว่า "มูลค่า" ให้กลายเป็น "คุณค่า"  



“บูนาดารา” เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า คำถามไม่ได้เริ่มนต้นจาก "เราจะสร้างอะไร" แต่เริ่มจากคำถามที่เรียบง่ายกว่าว่า "เรามีอะไรอยู่แล้ว...ที่ยังไม่มีใครเห็น?" เพียงคำถามเดียว...ก็เปลี่ยนทั้งชุมชน  รายได้จากการท่องเทียว"บูนา ดารา"ทุกบาทตรวจสอบได้ชุมชนแบ่งรายได้ ร้อยละ 10 คืนไปช่วย เด็กกำพร้า ผู้ยากไร้ และมัสยิด  คนทั้งหมู่บ้าน จึงกลายเป็นเจ้าของร่วมกัน 

https://www.dolravee.com/2026/08/BUNA-DARA.html?m=1