นักลงทุนสถาบันอุ้มหุ้นไทยวันนี้พลิกปิดบวก 5.35 จุด รีบาวด์ทางเทคนิค

TNN ONLINE

Wealth

นักลงทุนสถาบันอุ้มหุ้นไทยวันนี้พลิกปิดบวก 5.35 จุด รีบาวด์ทางเทคนิค

นักลงทุนสถาบันอุ้มหุ้นไทยวันนี้พลิกปิดบวก 5.35 จุด รีบาวด์ทางเทคนิค

หุ้นไทยปิดวันนี้ บวก 5.35 จุด หลังย่อตัวลงในช่วงเช้า มูลค่าการซื้อ-ขายทั้งสิ้น 66,896.57 ล้านบาท ได้แรงซื้อนักลงทุนสถาบันในประเทศหนุน คาดพรุ่งนี้ฟื้นตัวได้อีก

วันนี้ (4 ส.ค.64) ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,545.86 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 5.35 จุดหรือ 0.35% มูลค่าการซื้อ-ขายทั้งสิ้น 66,896.57 ล้านบาท ดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,533.36-1,548.63 จุด

นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้เกิดเทคนิครีบาวด์หลังลงไปมากแล้ว และหากดัชนีฯสามารถยืนเหนือระดับ 1,545 จุดได้น่าจะมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมองในแง่ Valuation ดัชนีฯก็ได้ปรับตัวลงมามาก และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) ของไทยก็ลงมามากด้วย ทำให้ Earning Yield Gap อยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย จึงน่าสนใจในการทยอยซื้อ

อย่างไรก็ดี จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศยังอยู่ในระดับสูงกว่า 2 หมื่นรายในวันนี้ จึงยังเป็นปัจจัยถ่วงตลาดฯอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าน่าจะถึงจุดพีคในปลายเดือน ส.ค.นี้หลังจากระบาดหนักยาว 2 เดือนจากนั้นก็จะค่อย ๆ คลายตัวลง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติก็อาจจะทยอยเข้ามาซื้อหลังจากที่ตลาดลงไปมากแล้ว

พร้อมกันนี้ให้ติดตามความคืบหน้าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากผ่านไปได้จะมีผลอย่างมีนัยให้สินค้าโภคภัณฑ์เร่งตัวขึ้นได้

ส่วนแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (5 ก.ค.) นายสุโชติ กล่าวว่า ดัชนีฯสามารถยืนเหนือ 1,545 จุดได้ ทำให้มีโอกาสที่จะฟื้นตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,560 จุด ส่วนแนวรับให้ไว้ที่ 1,530 จุด


ด้านนายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยช่วงเช้าปรับลดลงตามที่คาดการณ์ อย่างไรก็ดี ในช่วงเปิดตลาดภาคบ่าย SET ได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและกลุ่มไฟแนนซ์ นำโดย GULF 6.67% และ GPSC 4.49% โดยคาดว่าเป็นผลจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยิลด์) ที่ปรับตัวลงต่ำ รวมถึงราคาหุ้นในกลุ่มยังปรับขึ้นได้ช้ากว่าตลาด (แลกการ์ด)

ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์ที่เหลือ (5-6 ส.ค.) คาดว่าดัชนีจะยังเคลื่อนไม่ผ่านแนวต้าน 1,500 จุด แม้ในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา (2-4 ส.ค.) ดัชนีจะปรับขึ้น แต่คาดเป็นการฟื้นตัวทางเทคนิคเท่านั้น นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังถูกกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังทรงตัวสูง และปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ (นิวไฮ)

สำหรับการลงทุน คาดว่าจะเห็นการย้ายกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) จากกลุ่มที่ราคาปรับขึ้นไปเยอะแล้วอย่างไอซีทีและปิโตรเคมี เข้าสู่กลุ่มหุ้นที่ราคายังปรับขึ้นไม่มากอย่างโรงไฟฟ้าและไฟแนนซ์ อย่างไรก็ดี การลงทุนยังแนะนำหุ้นที่แนวโน้มงบไตรมาส 2 ปี 2564 แข็งแกร่ง ได้แก่ กลุ่มการแพทย์ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มยาง และกลุ่มเดินเรือ ขณะที่การลงทุนในช่วงที่บอนด์ยิลด์ต่ำแนะนำกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ORI และ SPALI

สำหรับ 5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด ได้แก่
1.GPSC ปิดที่ 81.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท
2.GULF ปิดที่ 36.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท
3.7UP ปิดที่ 1.78 บาท ลดลง -0.76 บาท
4.SNNP ปิดที่ 12.80 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
5.PTT ปิดที่ 35.00 บาทลดลง -0.25 บาท

นักลงทุนสถาบันอุ้มหุ้นไทยวันนี้พลิกปิดบวก 5.35 จุด รีบาวด์ทางเทคนิค

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง