หุ้นไทย ปิดลบ 1.90 จุด หลุด 1,606 จุด จากการเทขายของนลท.

TNN ONLINE

WEALTH

หุ้นไทย ปิดลบ 1.90 จุด หลุด 1,606 จุด จากการเทขายของนลท.

หุ้นไทย ปิดลบ 1.90 จุด หลุด 1,606 จุด จากการเทขายของนลท.

หุ้นไทย ปิดลบ 1.90 จุด จากการเทขายของนักลงทุน โดยหลุด 1,606 จุด ชี้สัญญาณเป็นลบ หลังรอรับข่าวเฟดช่วงค่ำ กังวลเงินทุนไหลออก มาตรการเปิดเมืองยังไม่แน่นอน

วันนี้ (22 มิ.ย.) ดัชนี SET Index ปิดที่ระดับ 1,599.23 จุด ลดลง 1.90 จุด (-0.12%) มูลค่าการซื้อขาย 81,592.73 ล้านบาท แม้ว่าการซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ จนช่วงท้ายตลาดฯดัชนีฯเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,613.66 จุด และระดับต่ำสุด 1,598.56 จุด หลุด 1,600 จุด จากนักลงทุนส่วนใหญ่รอดูสัญญาณจากการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงค่ำ ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 564 หลักทรัพย์ ลดลง 916 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 537 หลักทรัพย์


นักวิเคราะห์มองว่า แม้มุมมองเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่องและเป็นบวกกับหุ้นในกลุ่มได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ แต่ความผันผวนที่สูงขึ้นประกอบกับมุมมองเงินเฟ้ออาจถึงจุดสูงสุดแล้ว ทำให้เกิดการปรับลดน้ำหนักการลงทุนของหุ้นกลุ่มดังกล่าวลง และเกิดการฟื้นตัวหุ้นในกลุ่มปันผลสูงและหุ้นปลอดภัย อาทิ กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี อาหารและเกษตร กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการเราชนะ กลุ่มขายประกันโควิด กลุ่มเหล็ก เป็นต้น เนื่องจากยังมีการถือครองน้อย เงินปันผลสูงกว่าผลตอบแทนพันธบัตร และบางกลุ่มได้อานิสงส์จากประเด็นเปิดเมือง อาทิ การแพทย์


บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายนี้อ่อนตัวลงจากช่วงเช้า โดยสิ่งที่มากระทบในช่วงสั้นมาจากความกังวลเรื่องการเคลื่อนย้ายเงินทุน ซึ่งช่วงที่ผ่านมาได้เห็นแรงขายในตลาดเอเชีย ทั้งตลาดหุ้นเกาหลีใต้ และตลาดหุ้นไต้หวัน พอควร ทำให้มีความเสี่ยงที่เงินทุนจะไหลออก ขณะเดียวกันนักลงทุนได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี และสินค้าโภคภัณฑ์ หลังจากที่ผ่านมาได้ให้น้ำหนักการลงทุนไว้สูง และในครึ่งปีหลังราคาผลิตภัณฑ์หลายตัวก็มีทิศทางชะลอตัวลง ทำให้กำไรในครึ่งปีหลังด้อยกว่าครึ่งปีแรก จึงเลือกที่จะลดน้ำหนักการลงทุน แล้วโยกมาลงทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเมืองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในกลุ่มห้างสรรพสินค้า, ท่องเที่ยว สายการบิน และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ซึ่งยังสามารถทยอยสะสมหุ้นได้หลังจากที่ได้มีการเล่นไปในระดับหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ดียังต้องติดตามการเปิดเมืองอย่างใกล้ชิดจะยังเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศยังมีอยู่มาก


โดยดัชนีหุ้นไทยได้ไหลลงมาต่ำกว่าระดับ 1,606 จุด ทำให้เป็นสัญญาณลบ และมีแนวทดสอบถัดไปที่ 1,580 จุด ถ้าหลุดอีกก็จะทำให้ตลาดฯเข้าสู่การปรับฐาน ดังนั้นดัชนีฯควรจะปิดเหนือระดับ 1,606 จุด มิฉะนั้นจะมีแนวรับทดสอบถัดไปที่ 1,550-1,520 จุด


ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวในแดนบวกกัน ขณะที่ตลาดในยุโรปเทรดบ่ายนี้ส่วนใหญ่ติดลบกันเล็กน้อย โดยต่างรอดูประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แถลงต่อสภาคองเกรสในคืนนี้ ส่วนแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (23 มิ.ย.) นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 1,580-1,610 จุด แต่ก็ขึ้นอยู่กับผลการแถลงของประธานเฟดในคืนนี้ด้วยจะออกมาเป็นอย่างไร

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

1. GUNKUL มูลค่าการซื้อขาย 6,753.96 ล้านบาท ปิดที่ 4.92 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท

2. KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,552.06 ล้านบาท ปิดที่ 121.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

3. PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,023.88 ล้านบาท ปิดที่ 40.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

4. AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,917.35 ล้านบาท ปิดที่ 66.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

5. RCL มูลค่าการซื้อขาย 1,783.53 ล้านบาท ปิดที่ 54.50 บาท ลดลง 5.00 บาท







ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง