สศช.ทุ่มงบ2แสนล้าน เน้นเศรษฐกิจฐานราก

TNN ONLINE

WEALTH

สศช.ทุ่มงบ2แสนล้าน เน้นเศรษฐกิจฐานราก

สศช.ทุ่มงบ2แสนล้าน เน้นเศรษฐกิจฐานราก

สภาพัฒน์ เปิดพิจารณาโครงการภายใต้งบฟื้นฟู 4 แสนล้านบาท ก่อนเสนอ ครม.อนุมัติ 7 ก.ค.นี้ พร้อม ระบุ เน้นแผนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างรายได้ เชื่อมโยงท่องเที่ยว คาดใช้งบ2แสนล้านบาท



วันนี้(25 พ.ค.63)นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยว่า กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในด้านต่างๆ ตามกรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท จากพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 โดยแผนงานจะดำเนินการใช้ใน 4 ด้าน ได้แก่

1.แผนงานหรือโครงการลงทุนและกิจกรรมการพัฒนาที่สามารถ พลิกฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพิ่มศักยภาพ และยกระดับการผลิต และการบริการในสาขาเศรษฐกิจโดยครอบคลุมภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้าและการลงทุนท่องเที่ยวและบริการ

2.แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน ผ่านการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ โดยการส่งเสริมตลาดสำหรับผลผลิต และผลิตภัณฑ์ของธุรกิจชุมชนที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวหรือภาคบริการอื่น ซึ่งแผนงานดังกล่าว รัฐบาลให้ความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ขับเครือนเศรษฐกิจภายในประเทศได้ทันต่อสถานการณ์ โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณ ถึง50% หรือ ประมาณ 2 แสนล้านบาท

3.แผนงานกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชนรวมถึงการลงทุนต่างๆ ของภาคเอกชน เพื่อให้สภาวะการบริโภคและการลงทุนกลับเข้าสู่ระดับปกติได้โดยเร็ว เช่น โครงการชิมช้อปใช้ , เที่ยวไทยไทย , มาตรการด้านภาษี เป็นต้น โดยรัฐจะเข้ามาสนับสนุน

และ 4.แผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และสนับสนุนกระบวนการผลิตเพื่อการพัฒนาประเทศ

อย่างไรก็ตาม วันนี้ได้เปิดให้ส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ยื่นเสนอโครงการเข้ามาให้คณะกรรมกลั่นกรองฯได้รับทราบ จนถึงวันที่ 5 มิถุนายน 63 หากผ่านความเห็นชอบ คณะกรรมกลั่นกรองฯจะนำเสอนที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 7 กรกฎาคม 63 ต่อไปเพื่อให้สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ทันที ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม63

นายทศพร กล่าวว่า แต่ละโครงการจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในปีงบประมาณ 2564 พร้อมยืนยันไม่มีการจัดสรรโควตาสัดส่วนงบประมาณให้แต่ละกระทรวง โดยจะเน้นจัดสรรงบให้โครงการที่เสนอมาตามแนวทางดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องใช้งบทั้งหมด 400,000 ล้านบาท ส่วนกระบวนการเบิกจ่ายเงินแต่ละโครงการจะมีการหารือร่วมกับกระทรวงคลังอีกครั้ง เพื่อลดขั้นตอนการเบิกจ่าย พร้อมย้ำทุกโครงการจะทำอย่างโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand






ข่าวแนะนำ