TNN online ของไหว้สารทจีน มีอะไรบ้าง? รวมอาหารคาวและหวานมงคลพร้อมความหมายดีๆ

TNN ONLINE

สังคม

ของไหว้สารทจีน มีอะไรบ้าง? รวมอาหารคาวและหวานมงคลพร้อมความหมายดีๆ

ของไหว้สารทจีน มีอะไรบ้าง? รวมอาหารคาวและหวานมงคลพร้อมความหมายดีๆ

ไหว้สารทจีน ของไหว้มีอะไรบ้าง อาหารคาว-หวานกับความหมายมงคล จัด 3 ชุดไหว้เจ้าที่ บรรพบุรุษ สัมภเวสี อย่างไรให้ถูกต้อง

วันสารทจีน ไหว้สารทจีน ตามปฏิทินทางจันทรคติ เทศกาลสารทจีนจะตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินจีน ซึ่งปี 2565 นั้น ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม เทศกาลสารทจีนถือเป็นวันสำคัญที่ลูกหลานชาวจีนทจะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยพิธีเซ่นไหว้ และยังถือเป็นเดือนที่ประตูนรกเปิดให้วิญญาณทั้งหลายมารับกุศลผลบุญได้


ของไหว้สารทจีน มีอะไรบ้าง? รวมอาหารคาวและหวานมงคลพร้อมความหมายดีๆ



จำนวนชุดที่ไหวเทศกาลสารทจีนแบ่งออกเป็น 3 ชุด ดังนี้

1. ชุดสำหรับไหว้เจ้าที่

จะไหว้ในตอนเช้า มีอาหารคาวหวานกุยช่าย ส่วนขนมไหว้พิเศษที่ต้องมีซึ่งเป็นประเพณีของสารทจีนคือขนมเทียน ขนมเข่ง ซึ่งต้องแต้มจุดสีแดงไว้ตรงกลาง เนื่องจากชาวจีนมีความเชื่อที่ว่าสีแดงเป็นสีแห่งความเป็นศิริมงคล นอกจากนั้นก็มีผลไม้ น้ำชา หรือเหล้าจีน และกระดาษเงินกระดาษทอง

2. ชุดสำหรับไหว้บรรพบุรุษ

คล้ายของไหว้เจ้าที่พร้อมด้วยกับข้าวที่บรรพบุรุษชอบ ตามธรรมเนียมต้องมีน้ำแกงหรือขนมน้ำใส ๆ วางข้างชามข้าวสวย และน้ำชาจัดชุดตามจำนวนของบรรพบุรุษ ขาดไม่ได้ก็คือขนมเทียน ขนมเข่ง ผลไม้และกระดาษเงินกระดาษทอง

3. ชุดสำหรับไหว้สัมภเวสี

วิญญาณเร่ร่อนหรือวิญญาณไม่มีญาติ เรียกว่า สัมภเวสี หรือ ไป๊ฮ๊อเฮียตี๋ แปลว่า ไหว้พี่น้องที่ดี เป็นการสะท้อนความสุภาพและให้เกียรติของคนจีน เรียกผีไม่มีญาติว่าพี่น้องที่ดีของเรา โดยการไหว้จะไหว้นอกบ้านของไหว้จะมีทั้งของคาวหวานและผลไม้ตามต้องการและที่พิเศษคือมีข้าวหอมแบบจีนโบราณ คอปึ่ง เผือกนึ่งผ่าซีกเป็นเสี้ยวใส่ถาด เส้นหมี่ห่อใหญ่ เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทองจัดทุกอย่างวางอยู่ด้วยกันสำหรับเซ่นไหว้


ขนมที่ใช้ไหว้

ในสมัยโบราณชาวจีนใช้ขนมไหว้ 5 อย่าง เรียกว่า โหงวเปี้ย หรือเรียกชื่อเป็นชุดว่า ปัง เปี้ย หมี่ มั่ว กี

-ปัง คือขนมทึงปัง เป็นขนมที่ทำมาจากน้ำตาล

-เปี้ย คือขนมหนึงเปี้ย คล้ายขนมไข่

-หมี่ คือขนมหมี่เท้า ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าข้างในไส้เต้าซา

-มั่ว คือขนมทึกกี่ เป็นขนมข้าวพองสีแดงตรงกลางมีไส้เป็นแผ่นบาง

-กี คือขนมทึงกี ทำเป็นชิ้นใหญ่ยาวเวลาจะกินต้องตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ

แต่ชาวไทยเชื้อสายจีนใช้ขนมเทียน ขนมเข่งในการไหว้ โดยหลักของที่ไหว้ก็จะมีของคาว 3 หรือ 5 อย่าง เช่น ไก่ หมู เป็ด ไข่ หมึก ปลา เป็นต้น 

ของหวาน 3 หรือ 5 อย่าง เช่น ขนมเทียน ขนมมัดไต้ ขนมถ้วยฟู หรือขนมสาลี่ปุยฝ้าย ขนมเปี๊ยะ ส้ม หรือผลไม้ตามใจชอบ

ของไหว้สารทจีน มีอะไรบ้าง? รวมอาหารคาวและหวานมงคลพร้อมความหมายดีๆ

ของไหว้มงคล วันสารทจีน

ของคาว

-ไก่ต้ม หมายถึง ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

-เป็ดต้มพะโล้ หมายถึง ความสามารถที่หลากหลาย ความสมบูรณ์

-ขาหมูพะโล้ หมายถึง ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์

-กุ้ง หมายถึง ชีวิตที่รุ่งเรือง ตัวแทนของความสุข 

-ปลา หมายถึง มีอันจะกินไม่มีวันหมดสิ้น

-ปู หมายถึง การมีชื่อเสียง มีบารมี

ของไหว้สารทจีน มีอะไรบ้าง? รวมอาหารคาวและหวานมงคลพร้อมความหมายดีๆ

ของหวาน

-ขนมเข่ง หมายถึง ความหวานชื่น ความมั่งมี และความอุดมสมบูรณ์

- ขนมเทียน หมายถึง ความเจริญรุ่งเรืองแก่ลูกหลาน

-ขนมถ้วยฟู หรือ ขนมปุยฝ้าย หมายถึง ขนมแห่งความเจริญรุ่งเรือง มีเงินทองเฟื่องฟู 

-ขนมเปี๊ยะ หมายถึง ความสามัคคี กลมเกลียวกัน

-ซิ่วท้อ หรือ ซาลาเปาลูกท้อ หมายถึง มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว

-ซาลาเปา หมายถึง การห่อโชคลาภ ห่อเงินทอง 


ของไหว้สารทจีน มีอะไรบ้าง? รวมอาหารคาวและหวานมงคลพร้อมความหมายดีๆ


ผลไม้

-ส้ม หมายถึง ความโชคดี มหามงคล ร่ำรวย

-กล้วยสุก หมายถึง ความสำเร็จ การเรียกโชคลาภเข้ามา

-สับปะรด หมายถึง ความโชคดี มีโชค มีลาภ

-องุ่น หมายถึง ความเจริญงอกงาม 

-สาลี่ หมายถึง โชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา

-แก้วมังกร หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์

-แอปเปิลสีแดง หมายถึง ชีวิตที่สงบสุข สุขภาพแข็งแรง 

-ทับทิม หมายถึง การแบ่งปันเอื้อเฟื้อกันในครอบครัว


ตำนาน วันสารทจีน

ตำนานที่ 1

ตำนานนี้กล่าวไว้ว่าวันสารทจีนเป็นวันที่เงี่ยมล้อเทียนจือ (ยมบาล) จะตรวจดูบัญชีวิญญาณคนตาย ส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์และส่งวิญญาณร้ายลงนรก ชาวจีนทั้งหลาย รู้สึกสงสารวิญญาณร้ายจึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ดังนั้นเพื่อให้วิญญาณร้ายออกมารับกุศลผลบุญนี้จึงต้องมีการเปิดประตูนรกนั่นเอง


ตำนานที่ 2

มีชายหนุ่มผู้หนึ่งมีนามว่า “มู่เหลียน” (พระมหาโมคคัลลานะ) เป็นคนเคร่งครัดในพุทธศาสนามาก ผิดกับมารดาที่เป็นคนใจบาปหยาบช้าไม่เคยเชื่อเรื่องนรก-สวรรค์มีจริง ปีหนึ่งในช่วงเทศกาลกินเจนางเกิดความหมั่นไส้คนที่นุ่งขาวห่มขาวถือศีลกินเจ นางจึงให้มู่เหลียนไปเชิญผู้ถือศีลกินเจเหล่านั้นมากินอาหารที่บ้านโดยนางจะทำอาหารเลี้ยงหนึ่งมื้อ

ผู้ถือศีลกินเจต่างพลอยยินดีที่ทราบข่าวว่ามารดาของมู่เหลียนเกิดศรัทธาในบุญกุศลครั้งนี้ จึงพากันมากินอาหารที่บ้านของมู่เหลียนแต่หาทราบไม่ว่าในน้ำแกงเจนั้นมีน้ำมันหมูเจือปนอยู่ด้วย การกระทำของมารดามู่เหลียนนั้นถือว่าเป็นกรรมหนัก เมื่อตายไปจึงตกนรกอเวจีมหานรกขุมที่ 8 เป็นนรกขุมลึกที่สุดได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส

เมื่อมู่เหลียนคิดถึงมารดาก็ได้ถอดกายทิพย์ลงไปในนรกภูมิ จึงได้รู้ว่ามารดาของตนกำลังอดอยากจึงป้อนอาหารแก่มารดา แต่ได้ถูกบรรดาภูตผีที่อดอยากรุมแย่งไปกินหมดและเม็ดข้าวสุกที่ป้อนนั้นกลับเป็นไฟเผาไหม้ริมฝีปากของมารดาจนพอง แต่ด้วยความกตัญญูและสงสารมารดาที่ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างสาหัสมู่เหลียนได้เข้าไปขอพญาเหงี่ยมล่ออ๊อง (ยมบาล) ว่าตนขอรับโทษแทนมารดา

แต่ก่อนที่มู่เหลียนจะถูกลงโทษด้วยการนำร่างลงไปต้มในกระทะทองแดง พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงมาโปรดไว้ได้ทัน โดยกล่าวว่ากรรมใดใครก่อก็ย่อมจะเป็นกรรมของผู้นั้นและพระพุทธเจ้าได้มอบคัมภีร์อิ๋ว หลันเผิน ให้มู่เหลียนท่องเพื่อเรียกเซียนทุกทิศทุกทางมาช่วยผู้มีพระคุณให้หลุดพ้นจากการอดอยากและทุกข์ทรมานต่าง ๆ ได้ โดยที่มู่เหลียนจะต้องสวดคัมภีร์อิ๋ว หลันเผินและถวายอาหารทุกปีในเดือนที่ประตูนรกเปิดจึงจะสามารถช่วยมารดาของเขาให้พ้นโทษได้

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวจีนจึงได้ถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อมากันโดยตลอดด้วยการเซ่นไหว้ โดยจะนำอาหารทั้งคาวหวาน และกระดาษเงินกระดาษทองไปวางไว้ที่หน้าบ้านหรือตามทางแยกที่ไม่ไกลนัก มีนัยว่าเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของบรรดาวิญญาณเร่ร่อนที่กำลังจะผ่านมาใกล้ที่พักของตน



อ้างอิง wikipedia 

ภาพจาก TNN Online


ข่าวแนะนำ