TNN online ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องให้นายกรัฐมนตรี "หยุดปฏิบัติหน้าที่"

TNN ONLINE

การเมือง

ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องให้นายกรัฐมนตรี "หยุดปฏิบัติหน้าที่"

ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องให้นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย กรณีดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี

วันนี้ (24 ส.ค.65)  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีวาระการประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำร้องกรณีที่ 171 ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน เข้าชื่อถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี นายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ ที่บัญญัติห้ามนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเกินกว่า 8 ปี  โดยให้นับระยะเวลาต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายค้านเห็นว่าการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 และดำรงตำแหน่งต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันพร้อมขอให้ศาลมีคำสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมา

ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องให้นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย โดยคาดว่ากระบวนการพิจารณาจะแล้วเสร็จภายในเดือน 1 เดือน

ทั้งนี้ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ออกเอกสารเผยแพร่ผลการประชุมว่า ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่ากรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (9) จึงมีมติเอกฉันท์รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

สำหรับคำขอของผู้ร้องที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัตินายกรัฐมนตรี จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้องจึงมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 ให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่  24 สิงหาคม 2565 จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย


ภาพจาก Thaigov / AFP

ข่าวแนะนำ