ใช้หูฟังตลอดเวลา ระวังกระทบสุขภาพใจ

การสวมหูฟังฟังเพลงหรือพอดแคสต์ระหว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ กลายเป็นพฤติกรรมปกติของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่มักเปิดเสียงฟังตั้งแต่ตื่นนอน ระหว่างเดินทาง ทำงาน ออกกำลังกาย ไปจนถึงก่อนเข้านอน แม้จะช่วยลดความเบื่อหน่ายและทำให้กิจกรรมในชีวิตประจำวันเพลิดเพลินขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า การใช้หูฟังอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ทางสังคมมากกว่าที่คิด
รายงานของ CNN โดย ไลลา โดมินัส (Lila Dominus) เผยว่า ผลสำรวจจาก Edison Research ที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม ระบุว่า คนอายุ 13-34 ปี ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 4.5 ชั่วโมงต่อวันในการฟังเนื้อหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง พอดแคสต์ หรือเสียงประเภทอื่น ขณะที่ข้อมูลจาก Spotify ระบุว่า ในช่วงวันที่ 1 มกราคม-25 พฤศจิกายน 2025 การสตรีมเพลงทั่วโลกประมาณ 56% มาจากผู้ใช้กลุ่ม Gen Z สะท้อนให้เห็นว่าการฟังเสียงผ่านอุปกรณ์ส่วนตัวกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน
หูฟังอาจกลายเป็นกำแพงกั้นความสัมพันธ์ทางสังคม
ดร.กลอเรีย มาร์ก (Dr. Gloria Mark) ศาสตราจารย์ด้านสารสนเทศจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ กล่าวว่า หลายคนใช้หูฟังจนกลายเป็นความเคยชิน โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังปิดกั้นตัวเองจากผู้คนและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
ขณะที่ ริชาร์ด เดวิดสัน (Richard Davidson) ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Center for Healthy Minds มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน สังเกตว่า นักศึกษาในมหาวิทยาลัยจำนวนมากสวมหูฟังระหว่างเดินในพื้นที่ส่วนกลาง ส่งผลให้โอกาสในการพบปะ พูดคุย หรือทำความรู้จักกับผู้คนที่มีภูมิหลังแตกต่างกันลดลง
แม้แต่ช่วงเวลาสั้น ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การยิ้มให้คนแปลกหน้า การพูดคุยระหว่างรอคิวในร้านกาแฟ หรือการทักทายคนรอบข้าง ก็อาจเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตใจ
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การใช้หูฟังตลอดเวลาอาจทำให้คนพลาดปฏิสัมพันธ์เล็ก ๆ เหล่านี้ ซึ่งมีส่วนช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว โดยเฉพาะในสังคมที่ผู้คนใช้เวลาอยู่กับอุปกรณ์ส่วนตัวมากขึ้น
ใช้หูฟังตลอดเวลา อาจทำให้สูญเสียความสามารถในการอยู่กับความเงียบ
นอกจากผลกระทบด้านความสัมพันธ์ทางสังคมแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังแสดงความกังวลว่า การเปิดเพลงหรือพอดแคสต์ตลอดเวลาอาจทำให้คนเราคุ้นชินกับการมีสิ่งกระตุ้นอยู่ตลอด จนสูญเสียโอกาสในการอยู่กับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง
ดร.กลอเรีย มาร์ก อธิบายว่า ปัจจุบันผู้คนสามารถหยิบโทรศัพท์หรือสวมหูฟังเพื่อเติมเต็มช่วงเวลาว่างได้ทันที ทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสนั่งนิ่ง ๆ ปล่อยให้ความคิดล่องลอย หรือสัมผัสกับความรู้สึกเบื่อหน่าย ซึ่งแท้จริงแล้วช่วงเวลาเหล่านี้มีคุณค่าต่อการทำความเข้าใจตัวเอง
ด้านริชาร์ด เดวิดสัน กล่าวว่า การฝึกอยู่กับปัจจุบันและจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้คนเรารับรู้สิ่งรอบตัวได้ดีขึ้น แต่การพึ่งพาสิ่งกระตุ้นอย่างเพลงหรือโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา อาจทำให้ขาดโอกาสฝึกทักษะดังกล่าว
เขายังอ้างถึงงานวิจัยในปี 2010 ที่พบว่า ผู้ใหญ่ใช้เวลาประมาณ 47% ของช่วงเวลาที่ตื่นอยู่กับความคิดที่ไม่ได้จดจ่อกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า สะท้อนให้เห็นว่าการมีสติอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับมนุษย์
สรุปข่าว
การสวมหูฟังฟังเพลงหรือพอดแคสต์ระหว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ กลายเป็นพฤติกรรมปกติของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่มักเปิดเสียงฟังตั้งแต่ตื่นนอน ระหว่างเดินทาง ทำงาน ออกกำลังกาย ไปจนถึงก่อนเข้านอน แม้จะช่วยลดความเบื่อหน่ายและทำให้กิจกรรมในชีวิตประจำวันเพลิดเพลินขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า การใช้หูฟังอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ทางสังคมมากกว่าที่คิด
รายงานของ CNN โดย ไลลา โดมินัส (Lila Dominus) เผยว่า ผลสำรวจจาก Edison Research ที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม ระบุว่า คนอายุ 13-34 ปี ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 4.5 ชั่วโมงต่อวันในการฟังเนื้อหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง พอดแคสต์ หรือเสียงประเภทอื่น ขณะที่ข้อมูลจาก Spotify ระบุว่า ในช่วงวันที่ 1 มกราคม-25 พฤศจิกายน 2025 การสตรีมเพลงทั่วโลกประมาณ 56% มาจากผู้ใช้กลุ่ม Gen Z สะท้อนให้เห็นว่าการฟังเสียงผ่านอุปกรณ์ส่วนตัวกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน
หูฟังอาจกลายเป็นกำแพงกั้นความสัมพันธ์ทางสังคม
ดร.กลอเรีย มาร์ก (Dr. Gloria Mark) ศาสตราจารย์ด้านสารสนเทศจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ กล่าวว่า หลายคนใช้หูฟังจนกลายเป็นความเคยชิน โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังปิดกั้นตัวเองจากผู้คนและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
ขณะที่ ริชาร์ด เดวิดสัน (Richard Davidson) ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Center for Healthy Minds มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน สังเกตว่า นักศึกษาในมหาวิทยาลัยจำนวนมากสวมหูฟังระหว่างเดินในพื้นที่ส่วนกลาง ส่งผลให้โอกาสในการพบปะ พูดคุย หรือทำความรู้จักกับผู้คนที่มีภูมิหลังแตกต่างกันลดลง
แม้แต่ช่วงเวลาสั้น ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การยิ้มให้คนแปลกหน้า การพูดคุยระหว่างรอคิวในร้านกาแฟ หรือการทักทายคนรอบข้าง ก็อาจเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตใจ
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การใช้หูฟังตลอดเวลาอาจทำให้คนพลาดปฏิสัมพันธ์เล็ก ๆ เหล่านี้ ซึ่งมีส่วนช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว โดยเฉพาะในสังคมที่ผู้คนใช้เวลาอยู่กับอุปกรณ์ส่วนตัวมากขึ้น
ใช้หูฟังตลอดเวลา อาจทำให้สูญเสียความสามารถในการอยู่กับความเงียบ
นอกจากผลกระทบด้านความสัมพันธ์ทางสังคมแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังแสดงความกังวลว่า การเปิดเพลงหรือพอดแคสต์ตลอดเวลาอาจทำให้คนเราคุ้นชินกับการมีสิ่งกระตุ้นอยู่ตลอด จนสูญเสียโอกาสในการอยู่กับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง
ดร.กลอเรีย มาร์ก อธิบายว่า ปัจจุบันผู้คนสามารถหยิบโทรศัพท์หรือสวมหูฟังเพื่อเติมเต็มช่วงเวลาว่างได้ทันที ทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสนั่งนิ่ง ๆ ปล่อยให้ความคิดล่องลอย หรือสัมผัสกับความรู้สึกเบื่อหน่าย ซึ่งแท้จริงแล้วช่วงเวลาเหล่านี้มีคุณค่าต่อการทำความเข้าใจตัวเอง
ด้านริชาร์ด เดวิดสัน กล่าวว่า การฝึกอยู่กับปัจจุบันและจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้คนเรารับรู้สิ่งรอบตัวได้ดีขึ้น แต่การพึ่งพาสิ่งกระตุ้นอย่างเพลงหรือโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา อาจทำให้ขาดโอกาสฝึกทักษะดังกล่าว
เขายังอ้างถึงงานวิจัยในปี 2010 ที่พบว่า ผู้ใหญ่ใช้เวลาประมาณ 47% ของช่วงเวลาที่ตื่นอยู่กับความคิดที่ไม่ได้จดจ่อกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า สะท้อนให้เห็นว่าการมีสติอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับมนุษย์
ทดลองถอดหูฟัง เพื่อกลับมาเชื่อมต่อกับสิ่งรอบตัว
ตัวอย่างหนึ่งจากบทความคือ อทิรา กาลี (Atira Gali) หญิงสาวชาวนิวยอร์กวัย 24 ปี ซึ่งเคยฟังเพลงรวมกว่า 33,500 นาทีในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา เธอเล่าว่าแทบไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้โดยไม่มีหูฟัง ไม่ว่าจะเป็นการล้างจาน เดินทางไปทำงาน หรือทำความสะอาดบ้าน
อย่างไรก็ตาม เธอเริ่มตั้งคำถามว่าการฟังเสียงตลอดเวลาอาจทำให้ตัวเองไม่สามารถทำกิจกรรมเหล่านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติหากไม่มีเพลง จึงทดลองถอดหูฟังระหว่างเดินทางไปทำงาน
ผลที่เกิดขึ้นคือ เธอเริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดรอบตัวมากขึ้น โดยภายในเวลาเพียง 2 วัน เธอสังเกตเห็นป้ายร้านค้าใหม่ถึง 4 ป้ายในละแวกบ้าน ทั้งที่เดินผ่านเส้นทางเดิมแทบทุกวัน แต่ก่อนหน้านี้กลับไม่เคยสังเกตเห็นเลย
ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เธอตระหนักว่า การลดการใช้หูฟังช่วยให้กลับมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้มากขึ้น
ปรับพฤติกรรมการใช้หูฟังอย่างไรให้สมดุล
แม้การฟังเพลงหรือพอดแคสต์จะไม่ใช่พฤติกรรมที่เป็นอันตรายโดยตัวมันเอง แต่การเปิดเสียงตลอดเวลาอาจทำให้พลาดโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์และฝึกการอยู่กับตัวเอง จึงควรปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม เช่น
- ลองถอดหูฟังระหว่างเดินทาง เปิดโอกาสให้ตัวเองสังเกตสิ่งรอบข้างและรับรู้สภาพแวดล้อม
- เว้นช่วงเวลาเงียบ ๆ ไม่จำเป็นต้องเปิดเพลงหรือพอดแคสต์ทุกครั้งที่ทำกิจกรรม
- เปิดโอกาสให้เกิดปฏิสัมพันธ์ ลองพูดคุย ทักทาย หรือยิ้มให้คนรอบข้าง
- ฝึกอยู่กับปัจจุบัน จดจ่อกับกิจกรรมที่กำลังทำ โดยไม่ต้องพึ่งเสียงจากอุปกรณ์ตลอดเวลา
- ใช้หูฟังอย่างมีจังหวะ เลือกฟังในช่วงที่ต้องการความบันเทิงหรือสมาธิ และถอดออกเมื่อไม่จำเป็น
ท้ายที่สุด การใช้หูฟังไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่ทุกคนที่ชอบฟังเพลงจะต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว แต่ประเด็นสำคัญคือการไม่ปล่อยให้เสียงจากอุปกรณ์กลายเป็นสิ่งที่เข้ามาแทนที่ทุกช่วงเวลาของชีวิต เพราะบางครั้งความเงียบ การสังเกตสิ่งรอบตัว และการพูดคุยกับคนแปลกหน้าเพียงไม่กี่นาที ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพใจได้เช่นกัน
- "ทุกข์ใหญ่" หรือแค่ "คิดไปเอง?" เช็กด่วน 3 อาการ "ป่วยทางใจ" ที่ขยันสร้าง "ทุกข์ฟรี" ให้ชีวิต
- เป็นที่ปรึกษาให้ทุกคน จนไม่มีแรงดูแลใจตัวเอง รู้จัก "Emotional Dumping"
- ขายอะไรดี? ชี้ช่องทำเงิน พฤติกรรมใช้เงิน "Gen Z" ฟิตเนสพุ่ง ขนมสุขภาพมาแรง
- "อยากหายไปเฉยๆ" สัญญาณเตือนเงียบ ที่หัวใจกำลัง "ร้องขอความช่วยเหลือ"
- ทำไม? Gen Z ตกเป็นเป้าหมายมิจฉาชีพ เปิดช่องโหว่-วิธีป้องกัน
ที่มารูปภาพ : CANVA
นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ
