ปล่อย "แพนิก" ไว้ไม่รักษา ชีวิตจะพังเป็นโดมิโนอย่างไร? จากแค่อาการวูบเดียว สู่การถูกขังในบ้านตลอดชีวิต

เพจเฟซบุ๊ก "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" ของ นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ "โรคแพนิก" โดยระบุว่า
เป็นโรคแพนิกแล้วไม่รักษา จะเกิดผลเสียอย่างไรบ้าง?
แม้ว่าอาการแพนิกแต่ละครั้งจะคงอยู่ชั่วคราวและไม่อันตรายถึงชีวิตโดยตรง แต่การปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา จะนำไปสู่ผลกระทบทางจิตใจ พฤติกรรม และการใช้ชีวิตอย่างรุนแรงเป็นขั้นเป็นตอน
โดนครอบงำด้วย "ความกลัวว่าจะเกิดอาการซ้ำ"
เมื่อเกิดอาการแพนิกขึ้นมา ความรู้สึกขณะนั้นจะทรมานและน่ากลัวมาก ทั้งกลัวว่าจะเสียชีวิต กลัวเสียการควบคุม หรือกลัวว่าจะกลายเป็นบ้า ความรู้สึกทรมานนี้จะสลักอยู่ในใจ จนทำให้เกิด Anticipatory Anxiety หรือการกังวลล่วงหน้าตลอดเวลาว่าอาการจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ ส่งผลให้จิตใจตกอยู่ในภาวะตื่นตัวและตึงเครียดสะสมตลอดวัน

วงจรรอบการหลีกเลี่ยง ที่ค่อยๆ สูบแคบชีวิต
เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องเผชิญกับความทรมาน ผู้ป่วยจะเริ่มใช้แนวทางการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่สงสัยว่าจะกระตุ้นอาการ ซึ่งมักจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ:
• เริ่มต้น: เคยนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วมีอาการ ก็เปลี่ยนไปนั่งรถเมล์
• ลามขึ้น: พอคนบนรถเมล์เยอะแล้วรู้สึกแน่นหน้าอก มีอาการบนรถเมล์อีก ก็เลิกนั่งรถเมล์ เปลี่ยนเป็นต้องให้คนใกล้ตัวขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่ง
• กระทบหน้าที่การงาน: เมื่อการเดินทางกลายเป็นเรื่องยากลำบาก รู้สึกเป็นภาระคนอื่น และไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ตามปกติ ในที่สุดก็อาจต้องตัดสินใจออกจากงานและสูญเสียโอกาสในชีวิต
สรุปข่าว
เพจเฟซบุ๊ก "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" ของ นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ "โรคแพนิก" โดยระบุว่า
เป็นโรคแพนิกแล้วไม่รักษา จะเกิดผลเสียอย่างไรบ้าง?
แม้ว่าอาการแพนิกแต่ละครั้งจะคงอยู่ชั่วคราวและไม่อันตรายถึงชีวิตโดยตรง แต่การปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา จะนำไปสู่ผลกระทบทางจิตใจ พฤติกรรม และการใช้ชีวิตอย่างรุนแรงเป็นขั้นเป็นตอน
โดนครอบงำด้วย "ความกลัวว่าจะเกิดอาการซ้ำ"
เมื่อเกิดอาการแพนิกขึ้นมา ความรู้สึกขณะนั้นจะทรมานและน่ากลัวมาก ทั้งกลัวว่าจะเสียชีวิต กลัวเสียการควบคุม หรือกลัวว่าจะกลายเป็นบ้า ความรู้สึกทรมานนี้จะสลักอยู่ในใจ จนทำให้เกิด Anticipatory Anxiety หรือการกังวลล่วงหน้าตลอดเวลาว่าอาการจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ ส่งผลให้จิตใจตกอยู่ในภาวะตื่นตัวและตึงเครียดสะสมตลอดวัน

วงจรรอบการหลีกเลี่ยง ที่ค่อยๆ สูบแคบชีวิต
เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องเผชิญกับความทรมาน ผู้ป่วยจะเริ่มใช้แนวทางการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่สงสัยว่าจะกระตุ้นอาการ ซึ่งมักจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ:
• เริ่มต้น: เคยนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วมีอาการ ก็เปลี่ยนไปนั่งรถเมล์
• ลามขึ้น: พอคนบนรถเมล์เยอะแล้วรู้สึกแน่นหน้าอก มีอาการบนรถเมล์อีก ก็เลิกนั่งรถเมล์ เปลี่ยนเป็นต้องให้คนใกล้ตัวขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่ง
• กระทบหน้าที่การงาน: เมื่อการเดินทางกลายเป็นเรื่องยากลำบาก รู้สึกเป็นภาระคนอื่น และไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ตามปกติ ในที่สุดก็อาจต้องตัดสินใจออกจากงานและสูญเสียโอกาสในชีวิต
พัฒนาไปสู่ "โรคกลัวสถานที่ชุมชนหรือการติดอยู่ในที่แคบ"
หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา ความกลัวจะพัฒนาไปสู่ภาวะ Agoraphobia หรือการกลัวการเข้าไปอยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์ที่คิดว่าการหนีออกมาเป็นไปได้ยาก หรือหาความช่วยเหลือได้ลำบากหากเกิดอาการแพนิกขึ้นมา เช่น ขนส่งสาธารณะ ตลาดที่มีคนหนาแน่น บนทางด่วน หรือในลิฟต์ ส่งผลให้ผู้ป่วยจำกัดพื้นที่ตัวเอง จนในที่สุด ไม่กล้าออกจากบ้านเลยแม้แต่ก้าวเดียว
นำไปสู่ "โรคซึมเศร้า" และภาวะหมดหวัง
เมื่อไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ต้องขังตัวเองอยู่แต่ในบ้าน สูญเสียงาน สูญเสียความสัมพันธ์ และรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นภาระของคนรอบข้าง ความรู้สึกไร้ค่าและสิ้นหวังจะค่อย ๆ กัดกินจิตใจ จนพัฒนากลายเป็น โรคซึมเศร้า แทรกซ้อนเข้ามาอีกหนึ่งโรค

นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
โรคแพนิกไม่ใช่เรื่องของจิตใจที่อ่อนแอ แต่เป็นภาวะความผิดปกติของระบบประสาทที่ สามารถรักษาให้หายขาดหรือควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพบจิตแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยหยุดวงจรการหลีกเลี่ยง และช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระอีกครั้ง
ข้อมูลจาก เพจเฟซบุ๊ก "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" ของ นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
https://www.facebook.com/photo?fbid=122291278250248247&set=a.122223466724248247
- "ทุกข์ใหญ่" หรือแค่ "คิดไปเอง?" เช็กด่วน 3 อาการ "ป่วยทางใจ" ที่ขยันสร้าง "ทุกข์ฟรี" ให้ชีวิต
- เป็นที่ปรึกษาให้ทุกคน จนไม่มีแรงดูแลใจตัวเอง รู้จัก "Emotional Dumping"
- หาย "ซึมเศร้า"ได้ ไม่ใช่เพราะ “พยายามสุข” แต่เพราะ “เลิกต่อสู้กับตัวเอง”
- "อยากหายไปเฉยๆ" สัญญาณเตือนเงียบ ที่หัวใจกำลัง "ร้องขอความช่วยเหลือ"
- "โรคซึมเศร้า" ใช่ "โรคจิต" หรือเปล่า? คำตอบทางการแพทย์ที่หลายคนยังเข้าใจผิด
ที่มาข้อมูล : นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
ที่มารูปภาพ : นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ,Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
