รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยวใช่ไหม เรามีทางออกให้คุณ

Share on Line Share on Facebook Share on X
รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยวใช่ไหม เรามีทางออกให้คุณ

ความเหงาไม่ใช่เพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่อาจส่งผลต่อสุขภาพจิต คุณภาพชีวิต และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง แม้ในยุคที่ผู้คนสามารถติดต่อกันได้ตลอดเวลาผ่านสมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดีย แต่การมีช่องทางสื่อสารมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าเราจะรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นได้มากขึ้นเสมอไป

บทความจาก CNN เรื่อง Feeling lonely or isolated? We have a solution นำเสนอแนวทางรับมือกับความเหงา โดยอ้างอิงมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและความสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพยายามของเราเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมและโอกาสในการพบปะผู้คนด้วย


ความเหงาไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเราเพียงคนเดียว


ข้อมูลที่บทความ CNN อ้างถึงระบุว่า ในปี 2024 ผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาประมาณ 1 ใน 5 ราย รายงานว่ารู้สึกเหงาเกือบตลอดทั้งวัน สะท้อนให้เห็นว่าความโดดเดี่ยวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้คนจำนวนมาก

ดร.แองเจลา ดักเวิร์ธ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และผู้เขียนหนังสือ Situated: Find the People and Places That Bring Out Your Best อธิบายว่า ความสำเร็จและความเป็นอยู่ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงผลักดันส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อม ทรัพยากร และผู้คนที่อยู่รอบตัวด้วย

ดังนั้น หากต้องการลดความเหงา การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและเพิ่มโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นจึงเป็นอีกแนวทางที่ควรให้ความสำคัญ



สรุปข่าว

ความเหงาอาจส่งผลต่อสุขภาพใจ แม้จะติดต่อผู้คนได้ตลอดเวลาผ่านโลกออนไลน์ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ 3 วิธีลดความโดดเดี่ยว ได้แก่ ลดการพึ่งพาหน้าจอ ฝึกทักษะทางสังคมจากบทสนทนาเล็ก ๆ และเปิดใจทำความรู้จักผู้คนที่หลากหลาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย

ความเหงาไม่ใช่เพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่อาจส่งผลต่อสุขภาพจิต คุณภาพชีวิต และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง แม้ในยุคที่ผู้คนสามารถติดต่อกันได้ตลอดเวลาผ่านสมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดีย แต่การมีช่องทางสื่อสารมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าเราจะรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นได้มากขึ้นเสมอไป

บทความจาก CNN เรื่อง Feeling lonely or isolated? We have a solution นำเสนอแนวทางรับมือกับความเหงา โดยอ้างอิงมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและความสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพยายามของเราเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมและโอกาสในการพบปะผู้คนด้วย


ความเหงาไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเราเพียงคนเดียว


ข้อมูลที่บทความ CNN อ้างถึงระบุว่า ในปี 2024 ผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาประมาณ 1 ใน 5 ราย รายงานว่ารู้สึกเหงาเกือบตลอดทั้งวัน สะท้อนให้เห็นว่าความโดดเดี่ยวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้คนจำนวนมาก

ดร.แองเจลา ดักเวิร์ธ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และผู้เขียนหนังสือ Situated: Find the People and Places That Bring Out Your Best อธิบายว่า ความสำเร็จและความเป็นอยู่ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงผลักดันส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อม ทรัพยากร และผู้คนที่อยู่รอบตัวด้วย

ดังนั้น หากต้องการลดความเหงา การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและเพิ่มโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นจึงเป็นอีกแนวทางที่ควรให้ความสำคัญ



3 วิธีรับมือความเหงา สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย

1. ลดการพึ่งพาหน้าจอ แล้วเพิ่มเวลาพบปะผู้คนในชีวิตจริง

เทคโนโลยีช่วยให้การติดต่อสื่อสารสะดวกขึ้น แต่การสนทนาผ่านหน้าจออาจไม่สามารถทดแทนความสัมพันธ์ที่เกิดจากการพบปะกันโดยตรงได้ทั้งหมด

ดร.เชอร์รี่ เทอร์เคิล ศาสตราจารย์ด้านสังคมศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ชี้ว่า มิตรภาพและความใกล้ชิดต้องอาศัยการเปิดใจและความกล้าที่จะแสดงความเปราะบางให้ผู้อื่นรับรู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่การสื่อสารผ่านเทคโนโลยีอาจไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์

การวิดีโอคอล ส่งข้อความ หรือใช้โซเชียลมีเดียยังคงเป็นวิธีที่ดีในการรักษาความสัมพันธ์ แต่ควรหาโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน พบปะเพื่อนฝูง หรือเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชนควบคู่ไปด้วย


2. ฝึกทักษะทางสังคมจากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน

การสร้างความสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการหาเพื่อนสนิททันที แต่อาจเริ่มจากการทักทายบาริสต้าที่ร้านกาแฟ พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่สนใจ เช่น คลาสเรียนทำอาหาร ชมรมวิ่ง และกิจกรรมอาสาสมัคร

ดร.ลินน์ บูฟกา หัวหน้านักจิตวิทยาฝ่ายปฏิบัติการของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) อธิบายว่า ปฏิสัมพันธ์เล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยให้คนเราคุ้นเคยกับการเข้าสังคม และสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้

แม้คนที่พบเจออาจไม่ได้กลายเป็นเพื่อนสนิท แต่การมีคนรู้จักที่ทักทายหรือพูดคุยกันได้เป็นประจำก็ช่วยให้รู้สึกเชื่อมโยงกับผู้คนรอบตัวมากขึ้น

แนวคิดนี้เปรียบได้กับการฝึก “กล้ามเนื้อทางสังคม” หมายถึงการฝึกทักษะการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ยิ่งได้ลองพูดคุยและทำความรู้จักผู้คนมากขึ้น ก็ยิ่งมีโอกาสพัฒนาความมั่นใจในการเข้าสังคม


3. กล้าเริ่มบทสนทนา และเปิดใจรับความแตกต่าง

ความกลัวการถูกปฏิเสธเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้หลายคนไม่กล้าเริ่มต้นความสัมพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้มองการเข้าสังคมเป็นโอกาสในการเรียนรู้ มากกว่าจะเป็นการทดสอบว่าตัวเองเป็นที่ยอมรับหรือไม่

หากอีกฝ่ายไม่สะดวกพูดคุย หรือความสัมพันธ์ไม่ได้พัฒนาต่อ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับใครได้ แต่อาจต้องใช้เวลาเพื่อพบคนที่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน สก็อตต์ ชิเกโอกะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเชื่อมความแตกต่างจาก Greater Good Science Center แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ เน้นย้ำถึงความสำคัญของความอยากรู้อยากเห็นและการเปิดใจรับฟังผู้อื่น

การถามถึงงานอดิเรก ความสนใจ หรือประสบการณ์ของอีกฝ่าย ช่วยให้เราเรียนรู้มุมมองที่แตกต่างโดยไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกันทุกเรื่อง ความสัมพันธ์ที่ดีจึงไม่ได้เกิดจากการมีความคิดเหมือนกันทั้งหมด แต่เกิดจากการรับฟังและทำความเข้าใจกันด้วย



อย่าปล่อยให้ความเหงาทำให้เราห่างจากผู้คนมากขึ้น

การรับมือกับความเหงาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ แต่อาจเริ่มจากการวางโทรศัพท์ลงในบางช่วงเวลา ออกไปทำกิจกรรมที่สนใจ ทักทายคนรอบตัว หรือเป็นฝ่ายชวนใครสักคนพูดคุยก่อน

แม้ไม่ใช่ทุกบทสนทนาจะนำไปสู่มิตรภาพ แต่การเปิดโอกาสให้ตัวเองได้พบปะผู้คนอย่างสม่ำเสมอ ย่อมเพิ่มโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย

หากความเหงาเกิดขึ้นต่อเนื่องจนกระทบการใช้ชีวิต อารมณ์ หรือการทำกิจวัตรประจำวัน ควรพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อรับการช่วยเหลือที่เหมาะสม


อ่านฉบับเต็ม https://edition.cnn.com/2026/09/29/health/loneliness-angela-duckworth-situated-wellness

ที่มาข้อมูล : CNN

ที่มารูปภาพ : CANVA

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ