ในวันที่ "โลกใจร้ายกับเรา" เซฟใจตัวเองอย่างไร? ไม่ให้แตกสลาย ฟังข้อคิดจากจิตแพทย์

เคยไหม? บางช่วงเวลาในชีวิตที่เราตั้งใจทำทุกอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีแต่ความผิดหวัง คำพูดบั่นทอน หรือสถานการณ์ที่ตึงเครียดจนอดคิดไม่ได้ว่า “ทำไมโลกใบนี้ถึงใจร้ายกับเราจัง?”
ก่อนที่คุณจะปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในความเศร้า หมอก็อยากบอกตรงๆ แบบไม่โลกสวยเลยว่า การที่เราจะรู้สึกว่าโลกใจร้ายในบางวัน ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามากๆ ชีวิตมนุษย์มีทั้งวันที่โลกใจดีและวันที่โลกไม่น่ารัก แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าการที่คนอื่นหรือโลกใจร้ายใส่เรา ก็คือ “การที่เราดันไปใจร้ายซ้ำเติมตัวเอง”
หากวันนี้คุณกำลังรู้สึกเหนื่อยล้า ลองหยุดตั้งสติ แล้วพาตัวเองกลับมาประเล้าประโลมใจด้วย 5 แนวทางนี้
1. ยอมรับความรู้สึก และหยุดซ้ำเติมตัวเอง
การรู้สึกแย่ไม่ใช่ความผิดของเราเลย แต่ถ้าเราปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งโดยไม่รีบฉุดตัวเองขึ้นมา แล้วเริ่มคอยด่าทอ โทษตัวเอง หรือมองตัวเองในแง่ร้ายวนไปวนมา นั่นแปลว่า "ตัวเราเองต่างหากที่กำลังใจร้ายกับตัวเอง" ไม่ใช่โลกข้างนอก ดังนั้น เมื่อรู้สึกแย่ ให้ยอมรับว่าเรากำลังเหนื่อย แล้วหยุดทำร้ายตัวเองด้วยความคิดลบ
2. ดูแลตัวเองในระดับพื้นฐานให้ได้ก่อน
ก่อนจะไปทุ่มเทช่วยคนอื่น ลองกลับมาถามตัวเองก่อนว่าวันนี้เราดูแลตัวเองได้ดีพอหรือยัง? เหมือนกฎบนเครื่องบินที่ต้องสวมหน้ากากออกซิเจนให้ตัวเองก่อน ถึงจะมีแรงไปช่วยคนอื่น
เช็ก Minimum ของตัวเองง่ายๆ: วันนี้คุณนอนหลับพักผ่อนเพียงพอหรือยัง? ได้ทานอาหารที่มีประโยชน์และตรงเวลาบ้างไหม? หรือประหยัดจนเกินขีดความสามารถเพื่อเอาไปดูแลคนอื่น? การได้นอนอิ่มๆ ได้กินของดีๆ คือขั้นต่ำของการเมตตาตัวเองที่ทุกคนต้องทำ

สรุปข่าว
เคยไหม? บางช่วงเวลาในชีวิตที่เราตั้งใจทำทุกอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีแต่ความผิดหวัง คำพูดบั่นทอน หรือสถานการณ์ที่ตึงเครียดจนอดคิดไม่ได้ว่า “ทำไมโลกใบนี้ถึงใจร้ายกับเราจัง?”
ก่อนที่คุณจะปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในความเศร้า หมอก็อยากบอกตรงๆ แบบไม่โลกสวยเลยว่า การที่เราจะรู้สึกว่าโลกใจร้ายในบางวัน ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามากๆ ชีวิตมนุษย์มีทั้งวันที่โลกใจดีและวันที่โลกไม่น่ารัก แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าการที่คนอื่นหรือโลกใจร้ายใส่เรา ก็คือ “การที่เราดันไปใจร้ายซ้ำเติมตัวเอง”
หากวันนี้คุณกำลังรู้สึกเหนื่อยล้า ลองหยุดตั้งสติ แล้วพาตัวเองกลับมาประเล้าประโลมใจด้วย 5 แนวทางนี้
1. ยอมรับความรู้สึก และหยุดซ้ำเติมตัวเอง
การรู้สึกแย่ไม่ใช่ความผิดของเราเลย แต่ถ้าเราปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งโดยไม่รีบฉุดตัวเองขึ้นมา แล้วเริ่มคอยด่าทอ โทษตัวเอง หรือมองตัวเองในแง่ร้ายวนไปวนมา นั่นแปลว่า "ตัวเราเองต่างหากที่กำลังใจร้ายกับตัวเอง" ไม่ใช่โลกข้างนอก ดังนั้น เมื่อรู้สึกแย่ ให้ยอมรับว่าเรากำลังเหนื่อย แล้วหยุดทำร้ายตัวเองด้วยความคิดลบ
2. ดูแลตัวเองในระดับพื้นฐานให้ได้ก่อน
ก่อนจะไปทุ่มเทช่วยคนอื่น ลองกลับมาถามตัวเองก่อนว่าวันนี้เราดูแลตัวเองได้ดีพอหรือยัง? เหมือนกฎบนเครื่องบินที่ต้องสวมหน้ากากออกซิเจนให้ตัวเองก่อน ถึงจะมีแรงไปช่วยคนอื่น
เช็ก Minimum ของตัวเองง่ายๆ: วันนี้คุณนอนหลับพักผ่อนเพียงพอหรือยัง? ได้ทานอาหารที่มีประโยชน์และตรงเวลาบ้างไหม? หรือประหยัดจนเกินขีดความสามารถเพื่อเอาไปดูแลคนอื่น? การได้นอนอิ่มๆ ได้กินของดีๆ คือขั้นต่ำของการเมตตาตัวเองที่ทุกคนต้องทำ

3. ในวันที่ไม่มีใครชม จงเป็นคนแรกที่ชมตัวเอง
หากรอคำชมจากคนอื่นแล้วมีแต่ความเงียบหาย ให้เปลี่ยนมาขอบคุณและชื่นชมตัวเอง ลองนึกดูว่าที่ผ่านมาเราผ่านอุปสรรคมาได้ตั้งเท่าไร ทั้งวิกฤตโควิด เรื่องราวแย่ๆ ในอดีต แต่เราก็ยังหยัดยืนอยู่ตรงนี้ได้
"แค่วันนี้คุณพาตัวเองผ่านเรื่องยากๆ มาได้ และตั้งใจฟัง/อ่านมาถึงตรงนี้ คุณก็เก่งมากๆ แล้ว ขอบคุณและชมตัวเองบ้างนะ"
4. รู้สำนึกได้ แต่ต้อง "ให้อภัยตัวเอง" เป็น
ไม่มีใครในโลกที่ไม่เคยทำผิดพลาด หากความผิดหวังนั้นเกิดจากการกระทำของเราเอง การรู้สำนึกเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อรู้แล้วต้องไม่จมอยู่กับความรู้สึกผิด จงเรียนรู้จากมันและ "ให้อภัยตัวเอง" ให้เป็น เพื่อเปิดโอกาสให้ชีวิตได้ก้าวไปข้างหน้าต่อ

นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
5. ปรับมุมมอง โลกใจร้าย หรือเราแค่โฟกัสผิดจุด?
ลองสำรวจความคิดตัวเองดูว่า วันนี้เรากำลังเอาสมาธิและความรู้สึกทั้งหมดไปเพ่งอยู่กับ "คนที่ใจร้ายกับเรา" เพียงคนเดียวหรือเปล่า? จนลืมมองไปว่ารอบตัวยังมีคนที่รัก ห่วงใย และใจดีกับเราอยู่อีกมาก
ลองเปลี่ยนโฟกัสจากการนึกถึงคนที่ทำร้ายเรา หันไปขอบคุณและแสดงความรักกับคนที่ใจดีและคอยซัพพอร์ตเราแทน แล้วคุณจะพบว่า โลกใบนี้ไม่ได้ใจร้ายไปทั้งหมดอย่างที่คิด
เราอาจบังคับให้ทุกคนบนโลกใจดีกับเราไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ทันทีคือ "ต้องไม่ใจร้ายกับตัวเอง" ขอให้วันนี้เป็นวันที่คุณได้พักผ่อน ได้กินของอร่อย และได้ยิ้มขอบคุณตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิ
ข้อมูลจาก "รายการจิตแพทย์ชวนคุย" นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
- ทำไมซึมเศร้าชอบทำหน้าไร้อารมณ์ ทั้งที่ในใจดิ่งมาก
- คนเรา "เจ็บได้ร้องไห้เป็น" เหตุผลที่การ "ฝืนเข้มแข็ง" ทรมานกว่าบาดแผลในใจ
- เศร้าไม่แรง! แต่นานเป็นปี! สรุปความต่างระหว่าง "ซึมเศร้าเรื้อรัง" กับ "ซึมเศร้าทั่วไป"
- สถิติน่าตกใจ! คนไทยวัยทำงาน"ใจพัง"สูงถึง 27% แต่ยังฝืนไปทำงานต่อ แม้มีภาวะซึมเศร้า หมดไฟไม่รู้ตัว
- คนไทยป่วย "ภาวะซึมเศร้า-เครียด" บางรายคิดปลิดชีพตัวเอง เตือนภัยเงียบจากโรควิถีชีวิต!
ที่มาข้อมูล : นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
ที่มารูปภาพ : Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
