"เลิกเกรงใจจนงานพัง" 5 วิธี "ตั้งขอบเขต" กับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน โดยไม่ต้องรู้สึกผิด!

Share on Line Share on Facebook Share on X
"เลิกเกรงใจจนงานพัง" 5 วิธี "ตั้งขอบเขต" กับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน โดยไม่ต้องรู้สึกผิด!

กล้าที่จะ Set Boundary ที่ทำงาน โดยไม่กลัวว่าจะดูไม่ Professional

ในวัฒนธรรมการทำงานที่ "ทุ่มเทคือดี" การบอกว่าทำไม่ได้หรือขอจำกัดขอบเขตงานมักถูกมองว่าขี้เกียจหรือไม่รับผิดชอบ แต่จริงๆ แล้ว Boundary ที่ชัดเจนคือสิ่งที่ทำให้ทำงานได้ยาวนาน ไม่ใช่การเอาตัวออก


Boundary ที่ดีในที่ทำงานหน้าตาเป็นอย่างไร และต่างจากการเอาตัวออกอย่างไร

Boundary หรือการกำหนดขอบเขต หมายถึงการกำหนดสิ่งที่ยินยอม สิ่งที่ไม่ยินยอม และสิ่งที่จะทำเมื่อขอบเขตนั้นถูกละเมิด แล้วสื่อสารออกไปอย่างชัดเจน ซึ่งสำหรับหลายคนทำได้ยากกว่าที่คิด


Boundary ที่ดีในการทำงานขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่ามีความต้องการและความคาดหวังอย่างไร เช่น "หลัง 18.00 น. อาจไม่สามารถตอบเรื่องงานได้ทันที แต่ถ้าเร่งด่วนสามารถโทรหาได้" นี่คือการบอกว่าทำตรงไหนได้และมีข้อจำกัดตรงไหน โดยควรสื่อสารให้ชัดเจนกับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน


สิ่งนี้แตกต่างจากการเอาตัวออกหรือถอนตัว (Withdrawal) ซึ่งคือการพาตัวเองออกจากสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงความกลัว ความวิตกกังวล หรือความเครียด ในขณะที่การตั้งขอบเขตไม่ได้เลือกถอนตัวออกทันที แต่เลือกสื่อสารถึงสิ่งที่ยอมรับได้และข้อจำกัดของตัวเอง


Boundary ที่ดีจึงไม่ได้หมายถึงการปิดกั้นตัวเองจากคนอื่น แต่คือการทำให้ทั้งตัวเองและคนรอบข้างเข้าใจตรงกันว่า อะไรคือสิ่งที่รับผิดชอบได้ อะไรคือข้อจำกัด 

และจะสื่อสารสิ่งเหล่านี้อย่างไร

สรุปข่าว

การตั้ง Boundary ในที่ทำงานไม่ใช่การเทงาน แต่คือการสื่อสารขอบเขตความรับผิดชอบที่ชัดเจนเพื่อป้องกัน Burnout และรักษาสุขภาพจิต แม้วัฒนธรรมไทยจะทำให้เกรงใจจนรู้สึกผิด แต่เราสามารถก้าวข้ามได้ด้วยการต่อรองลำดับความสำคัญอย่างเป็นมืออาชีพ เพื่อให้ทำงานได้อย่างยั่งยืนโดยไม่เสียความสัมพันธ์

กล้าที่จะ Set Boundary ที่ทำงาน โดยไม่กลัวว่าจะดูไม่ Professional

ในวัฒนธรรมการทำงานที่ "ทุ่มเทคือดี" การบอกว่าทำไม่ได้หรือขอจำกัดขอบเขตงานมักถูกมองว่าขี้เกียจหรือไม่รับผิดชอบ แต่จริงๆ แล้ว Boundary ที่ชัดเจนคือสิ่งที่ทำให้ทำงานได้ยาวนาน ไม่ใช่การเอาตัวออก


Boundary ที่ดีในที่ทำงานหน้าตาเป็นอย่างไร และต่างจากการเอาตัวออกอย่างไร

Boundary หรือการกำหนดขอบเขต หมายถึงการกำหนดสิ่งที่ยินยอม สิ่งที่ไม่ยินยอม และสิ่งที่จะทำเมื่อขอบเขตนั้นถูกละเมิด แล้วสื่อสารออกไปอย่างชัดเจน ซึ่งสำหรับหลายคนทำได้ยากกว่าที่คิด


Boundary ที่ดีในการทำงานขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่ามีความต้องการและความคาดหวังอย่างไร เช่น "หลัง 18.00 น. อาจไม่สามารถตอบเรื่องงานได้ทันที แต่ถ้าเร่งด่วนสามารถโทรหาได้" นี่คือการบอกว่าทำตรงไหนได้และมีข้อจำกัดตรงไหน โดยควรสื่อสารให้ชัดเจนกับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน


สิ่งนี้แตกต่างจากการเอาตัวออกหรือถอนตัว (Withdrawal) ซึ่งคือการพาตัวเองออกจากสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงความกลัว ความวิตกกังวล หรือความเครียด ในขณะที่การตั้งขอบเขตไม่ได้เลือกถอนตัวออกทันที แต่เลือกสื่อสารถึงสิ่งที่ยอมรับได้และข้อจำกัดของตัวเอง


Boundary ที่ดีจึงไม่ได้หมายถึงการปิดกั้นตัวเองจากคนอื่น แต่คือการทำให้ทั้งตัวเองและคนรอบข้างเข้าใจตรงกันว่า อะไรคือสิ่งที่รับผิดชอบได้ อะไรคือข้อจำกัด 

และจะสื่อสารสิ่งเหล่านี้อย่างไร

ทำไมคนไทยหลายคนถึงรู้สึกผิดเมื่อต้องปฏิเสธงาน มีรากมาจากวัฒนธรรมไหม

ความรู้สึกผิดมักเกิดจากความเชื่อว่าได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดไป หรืออาจเกิดจากการประเมินตัวเองว่าความผิดพลาดที่ทำลงไปส่งผลร้ายแรงกว่าความเป็นจริงมาก ซึ่งอาจเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมทั้งในบริบทองค์กร สังคม และวัฒนธรรม


วัฒนธรรมไทยมักให้คุณค่ากับการรักษาความรู้สึกและบรรยากาศที่กลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เมื่อต้องปฏิเสธจึงอาจเกิดความคิดอัตโนมัติว่าทำให้ผู้ที่ขอความช่วยเหลือต้องลำบาก จนเกิดความรู้สึกผิดในฐานะที่กลายเป็นคนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือทำให้เกิดความขัดแย้งในความสัมพันธ์


การไม่มี Boundary ในที่ทำงานนานๆ ส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างไร

การไม่มีขอบเขตในที่ทำงานอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงและทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่ลง โดยอาจส่งผลให้เกิดอารมณ์ทางลบและความวิตกกังวล หากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องก็อาจกระทบต่ออารมณ์ ความสัมพันธ์ และความรู้สึกที่มีต่องาน รวมถึงอาจเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) ได้


จะเริ่ม Set Boundary กับหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานอย่างไร ไม่ให้ความสัมพันธ์เสีย

1.สำรวจและประเมินขอบเขตของตัวเองก่อน เพื่อให้เกิดความชัดเจน

2.ใช้การสื่อสารอย่างเป็นมืออาชีพในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อบอกกับหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน

3.รักษาขอบเขตของความสัมพันธ์ให้เหมาะสมกับบริบทการทำงาน

4.ฝึกทักษะการปฏิเสธเพื่อใช้ในเวลาที่ต้องการ

5.อนุญาตให้ตัวเองได้พักผ่อน

ในบางครั้ง Boundary อาจไม่ได้เริ่มจากการปฏิเสธ แต่อาจเริ่มด้วยการต่อรองลำดับความสำคัญ เช่น "ตอนนี้มีงาน A และ B ที่ต้องส่งวันนี้ หากรับงานนี้เพิ่ม งาน B อาจต้องเลื่อนไป พี่อยากให้จัดลำดับงานไหนก่อนครับ" ซึ่งเป็นการทำให้ข้อจำกัดและความรับผิดชอบมีความชัดเจนมากขึ้น


การเริ่มต้นทำสิ่งใหม่อาจไม่ง่าย แต่หากเตรียมความพร้อมมาอย่างดีก็เหลือเพียงแค่การลงมือทำ ทุกสิ่งล้วนมีครั้งแรกเสมอ การตั้งขอบเขตก็เช่นกัน การไม่เคยทำมาก่อนอาจรู้สึกว่ายาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้


หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่

Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2 

โทร 085-355-2255

Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)

ที่มาข้อมูล : ไพซอล ดาเด๊ะ นักจิตวิทยาคลินิก

ที่มารูปภาพ : Envato

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง