
นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางจิตเวชศาสตร์ เจ้าของเพจ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา ได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ 6 ความลับของโรค GAD ที่จิตแพทย์อยากบอกเรา โดยระบุว่า
หลายคนคิดว่าโรควิตกกังวลทั่วไป หรือ GAD เป็นเพียงการคิดมาก แต่ความจริงคือสมองกำลังทำงานเหมือนระบบเตือนภัยที่ไวเกินไป แม้ไม่มีไฟไหม้ สัญญาณก็ยังดังไม่หยุด
สรุปข่าว
นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางจิตเวชศาสตร์ เจ้าของเพจ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา ได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ 6 ความลับของโรค GAD ที่จิตแพทย์อยากบอกเรา โดยระบุว่า
หลายคนคิดว่าโรควิตกกังวลทั่วไป หรือ GAD เป็นเพียงการคิดมาก แต่ความจริงคือสมองกำลังทำงานเหมือนระบบเตือนภัยที่ไวเกินไป แม้ไม่มีไฟไหม้ สัญญาณก็ยังดังไม่หยุด
1. คนเป็น GAD ไม่ได้กังวลเพียงเรื่องเดียว
วันนี้อาจกังวลเรื่องงาน พอเรื่องงานจบ สมองก็ย้ายไปเรื่องเงิน สุขภาพ หรือความสัมพันธ์ เหมือนปิดหน้าต่างหนึ่งในโทรศัพท์ แล้วอีกหน้าต่างเด้งขึ้นมาแทนครับ
2. ความกังวลไม่ได้อยู่แค่ในความคิด
บางคนมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดศีรษะ กล้ามเนื้อเกร็ง ใจสั่น แน่นหน้าอก ท้องไส้แปรปรวน หรือนอนไม่หลับ เพราะแม้ร่างกายจะหยุดพัก แต่ระบบเตือนภัยภายในยังเปิดอยู่
3. คนเป็น GAD อาจดูเก่งและรับผิดชอบสูงมาก
เขาอาจวางแผนละเอียด ตรวจงานซ้ำ และเตรียมรับทุกความผิดพลาด จนคนอื่นมองว่าเป็นคนรอบคอบ แต่เบื้องหลังความเก่งนั้นอาจเป็นความกลัวว่า หากควบคุมไม่ดีพอ เรื่องร้ายจะเกิดขึ้นครับ
4. คำว่า “อย่าคิดมาก” มักไม่ได้ผล
เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่รู้ว่าตัวเองคิดมาก แต่ไม่สามารถสั่งให้สมองหยุดเตือนได้ สิ่งที่ช่วยมากกว่าคือการรับฟัง และฝึกให้สมองเรียนรู้ว่า ความไม่แน่นอนไม่ได้แปลว่าหายนะเสมอไปครับ
5. ยาที่ใช้รักษาบางชนิดเรียกว่า “ยาต้านเศร้า”
แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเป็นโรคซึมเศร้าครับ ยากลุ่มนี้สามารถช่วยปรับระบบสมองที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวลได้ ส่วนชนิดและระยะเวลาการใช้ควรประเมินโดยแพทย์ครับ
6. GAD รักษาได้ และเป้าหมายไม่ใช่การกำจัดความกังวลทั้งหมด
ความกังวลในระดับเหมาะสมช่วยให้เราเตรียมตัวและระวังอันตราย การรักษาจึงเหมือนการปรับความไวของสัญญาณเตือน ไม่ใช่รื้อระบบทิ้ง โดยอาจใช้จิตบำบัด โดยเฉพาะCBT การปรับการนอน การลดคาเฟอีน การออกกำลังกาย และยาเมื่อจำเป็นครับ
สิ่งที่แยก GAD ออกจากความกังวลธรรมดา ไม่ใช่แค่เราคิดมากเพียงใด แต่อยู่ที่ความกังวลนั้นควบคุมยาก เกิดต่อเนื่อง และเริ่มรบกวนการนอน การทำงาน ความสัมพันธ์ หรือคุณภาพชีวิตหรือไม่ครับ
การมาพบแพทย์จึงไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการขอให้ใครสักคนช่วยปรับระบบเตือนภัย ให้กลับมาปกป้องเรา โดยไม่ทรมานเราอีกต่อไปครับ
ขอบคุณเพจ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา
- จิตตก+วิตกกังวลขั้นไหน? ที่เรียกว่า "ต้องไปพบจิตแพทย์" ไม่ใช่แค่คิดมากไปเอง
- เจาะลึก 7 ความลับ "โรคจิตเวช" อันดับ 1 ในไทย ที่ไม่ใช่ "ซึมเศร้า" แต่คนทำงานเป็นกันเพียบ!
- ประชากรโลกเกือบ 1.2 พันล้านคนป่วยด้วยความผิดปกติทางจิต
- วิธีโน้มน้าวคนใกล้ชิด ให้ไปพบ "จิตแพทย์" ชวนคุยเรื่องใจ ให้เป็นเรื่องง่าย จับมือก้าวผ่านไปด้วยกัน
- "ไทยขาดแคลนจิตแพทย์" มีไม่ถึง 900 คน ต่ำกว่ามาตรฐานโลก 10 เท่า! เร่งผลิตเพิ่มอย่างน้อยปีละ 30 คน
ที่มาข้อมูล : คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา
ที่มารูปภาพ : CANVA
เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย
