
สกีรีสอร์ตหลายแห่งในรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย เผชิญสภาพอากาศร้อนผิดปกติในช่วงกลางฤดูหนาว หลังอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนกรกฎาคมมากถึง 12 องศาเซลเซียส ส่งผลให้หลายพื้นที่ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนกรกฎาคม ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ขณะที่หิมะธรรมชาติตกน้อยกว่าปกติ จนรีสอร์ตหลายแห่งต้องพึ่งพาเครื่องผลิตหิมะเป็นหลัก
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลีย (Bureau of Meteorology: BoM) เปิดเผยว่า รีสอร์ตสกีสำคัญอย่างเมาท์ฮอทแธม (Mount Hotham) และฟอลส์ครีก (Falls Creek) ในรัฐวิกตอเรีย รวมถึงเธรดโบ (Thredbo) ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ต่างทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนกรกฎาคม หลังเผชิญคลื่นความร้อนที่ปกคลุมพื้นที่ภูเขาสูงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเล่นสกีของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากสภาพอากาศแห้งและอบอุ่นกว่าปกติ ทำให้หลายพื้นที่มีหิมะธรรมชาติตกเพียงประปราย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องใช้ระบบผลิตหิมะเพื่อรักษาสภาพลานสกีให้สามารถเปิดให้บริการได้
นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ประกอบกับการพยากรณ์ระยะยาวของ BoM ที่ชี้ว่า ฤดูหนาวปีนี้พื้นที่เทือกเขาแอลป์ของออสเตรเลียจะมีอากาศร้อนและแห้งกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่เอื้อต่อการก่อตัวของหิมะ
นอกจากนี้ ยังมีอิทธิพลจากระบบความกดอากาศสูงที่เคลื่อนตัวช้า ทำให้ท้องฟ้าโปร่ง อากาศแห้ง และเกิดปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผัน (Temperature Inversion) ส่งผลให้พื้นที่บนภูเขามีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่ด้านล่าง ซึ่งถือเป็นสภาพอากาศที่พบได้ไม่บ่อยในช่วงฤดูหนาว
สรุปข่าว
สกีรีสอร์ตหลายแห่งในรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย เผชิญสภาพอากาศร้อนผิดปกติในช่วงกลางฤดูหนาว หลังอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนกรกฎาคมมากถึง 12 องศาเซลเซียส ส่งผลให้หลายพื้นที่ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนกรกฎาคม ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ขณะที่หิมะธรรมชาติตกน้อยกว่าปกติ จนรีสอร์ตหลายแห่งต้องพึ่งพาเครื่องผลิตหิมะเป็นหลัก
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลีย (Bureau of Meteorology: BoM) เปิดเผยว่า รีสอร์ตสกีสำคัญอย่างเมาท์ฮอทแธม (Mount Hotham) และฟอลส์ครีก (Falls Creek) ในรัฐวิกตอเรีย รวมถึงเธรดโบ (Thredbo) ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ต่างทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนกรกฎาคม หลังเผชิญคลื่นความร้อนที่ปกคลุมพื้นที่ภูเขาสูงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเล่นสกีของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากสภาพอากาศแห้งและอบอุ่นกว่าปกติ ทำให้หลายพื้นที่มีหิมะธรรมชาติตกเพียงประปราย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องใช้ระบบผลิตหิมะเพื่อรักษาสภาพลานสกีให้สามารถเปิดให้บริการได้
นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ประกอบกับการพยากรณ์ระยะยาวของ BoM ที่ชี้ว่า ฤดูหนาวปีนี้พื้นที่เทือกเขาแอลป์ของออสเตรเลียจะมีอากาศร้อนและแห้งกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่เอื้อต่อการก่อตัวของหิมะ
นอกจากนี้ ยังมีอิทธิพลจากระบบความกดอากาศสูงที่เคลื่อนตัวช้า ทำให้ท้องฟ้าโปร่ง อากาศแห้ง และเกิดปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผัน (Temperature Inversion) ส่งผลให้พื้นที่บนภูเขามีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่ด้านล่าง ซึ่งถือเป็นสภาพอากาศที่พบได้ไม่บ่อยในช่วงฤดูหนาว
ข้อมูลจาก BoM ระบุว่า เมาท์ฮอทแธม ซึ่งมีการเก็บสถิติอุณหภูมิมานาน 36 ปี มีอุณหภูมิสูงสุดแตะ 12 องศาเซลเซียสในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งที่ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิสูงสุดของเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ประมาณ 0 องศาเซลเซียส และเป็นการทำลายสถิติเดิมที่เคยบันทึกไว้ในปี 2537 ถึง 3 ครั้งภายในเดือนเดียว
ส่วนฟอลส์ครีก มีอุณหภูมิสูงถึง 13 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่เคยบันทึกไว้เมื่อปี 2535 ขณะที่เธรดโบ คาบรามูร์รา และเมาท์วิลเลียม ก็ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนกรกฎาคมเช่นกัน
ไม่เพียงแต่อุณหภูมิในช่วงกลางวันที่สูงผิดปกติ หลายพื้นที่ยังทำลายสถิติอุณหภูมิกลางคืนที่อบอุ่นที่สุดของเดือนกรกฎาคม สะท้อนว่าความร้อนยังคงสะสมอยู่ตลอดทั้งวันและคืน
นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศระบุว่า การที่สถิติอุณหภูมิซึ่งยืนยาวมานานกว่า 30 ปี ถูกทำลายลงหลายครั้งภายในเดือนเดียว ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสะท้อนว่าฤดูหนาวของออสเตรเลียกำลังอุ่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่เดินทางไปเล่นสกีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเล่าว่า บรรยากาศแตกต่างจากฤดูหนาวอย่างเห็นได้ชัด หลายคนสามารถเล่นสกีโดยสวมเพียงเสื้อยืดและไม่จำเป็นต้องใส่ถุงมือ ขณะที่หิมะเริ่มละลายอย่างรวดเร็วเมื่อแสงแดดแรงขึ้น ทำให้พื้นหิมะเปลี่ยนเป็นหิมะเปียกตั้งแต่ช่วงสาย
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียคาดว่า อุณหภูมิที่สูงกว่าปกติจะยังคงปกคลุมพื้นที่สกีต่อเนื่องไปจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ แม้จะมีโอกาสเกิดหิมะตกเล็กน้อยในช่วงสุดสัปดาห์ แต่หลังจากนั้นอุณหภูมิจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง
นักวิทยาศาสตร์มองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สะท้อนผลกระทบของภาวะโลกร้อนและปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งกำลังทำให้ฤดูหนาวของออสเตรเลียสั้นลง อบอุ่นขึ้น และส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวฤดูหนาว รวมถึงระบบนิเวศบนพื้นที่ภูเขาสูงในระยะยาว
- วัด "โลกร้อน" ได้อย่างไร? เผยข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ เพื่อยืนยันว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลง
- โลกร้อนเร่งวิกฤตแมลงพาหะโรค
- ภัยเงียบจากโลกร้อน! นักวิจัยเตือน "โอโซนพิษ" พุ่ง คุกคามสุขภาพคนทั่วโลก
- ร้อนจนทำงานไม่ได้! แรงงาน “บังกลาเทศ” เสียรายได้ เพราะโลกเดือดขึ้นทุกวัน
- ไทยเร่งเครื่องสู้โลกร้อน ปรับแผนใหญ่ 25 ปี มุ่ง Net Zero ปี 2593
