
หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า ในเมื่อแต่ละวันสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บางวันร้อนจัด บางวันฝนตกหนัก หรือบางช่วงกลับเย็นกว่าปกติ แล้วนักวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไรว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กำลังเกิดขึ้นจริง
คำตอบคือ นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้ใช้ข้อมูลสภาพอากาศเพียงวันเดียว หรือเหตุการณ์สุดขั้วเพียงครั้งเดียวมาตัดสิน แต่ใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบปีจากทั่วโลก เพื่อตรวจสอบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิอากาศโลก
การติดตามสภาพภูมิอากาศเริ่มจากเครือข่ายสถานีตรวจอากาศภาคพื้นดินหลายหมื่นแห่งทั่วโลก ควบคู่กับข้อมูลจากดาวเทียม เรือสำรวจ ทุ่นตรวจวัดในมหาสมุทร และบอลลูนตรวจอากาศ ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง และติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างแม่นยำ
สรุปข่าว
หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า ในเมื่อแต่ละวันสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บางวันร้อนจัด บางวันฝนตกหนัก หรือบางช่วงกลับเย็นกว่าปกติ แล้วนักวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไรว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กำลังเกิดขึ้นจริง
คำตอบคือ นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้ใช้ข้อมูลสภาพอากาศเพียงวันเดียว หรือเหตุการณ์สุดขั้วเพียงครั้งเดียวมาตัดสิน แต่ใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบปีจากทั่วโลก เพื่อตรวจสอบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิอากาศโลก
การติดตามสภาพภูมิอากาศเริ่มจากเครือข่ายสถานีตรวจอากาศภาคพื้นดินหลายหมื่นแห่งทั่วโลก ควบคู่กับข้อมูลจากดาวเทียม เรือสำรวจ ทุ่นตรวจวัดในมหาสมุทร และบอลลูนตรวจอากาศ ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง และติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิไม่ใช่ตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียว นักวิทยาศาสตร์ยังเฝ้าติดตามตัวแปรสำคัญอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิน้ำทะเล ปริมาณความร้อนที่สะสมในมหาสมุทร ระดับน้ำทะเล การละลายของธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก พื้นที่น้ำแข็งทะเลที่ลดลง รวมถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ที่สะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศ
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า สิ่งสำคัญคือต้องแยกความแตกต่างระหว่าง "สภาพอากาศ" (Weather) กับ "สภาพภูมิอากาศ" (Climate) โดยสภาพอากาศคือสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ ขณะที่สภาพภูมิอากาศคือค่าเฉลี่ยของสภาพอากาศในช่วงเวลายาวนานกว่า 30 ปี ดังนั้น วันที่อากาศเย็นผิดปกติ หรือพายุที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ไม่สามารถใช้ยืนยันหรือปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้
สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสำคัญ คือแนวโน้มในระยะยาว ซึ่งข้อมูลจากทั่วโลกต่างแสดงไปในทิศทางเดียวกันว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้น มหาสมุทรดูดซับความร้อนมากขึ้น ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง ธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเกิดบ่อยและรุนแรงกว่าในอดีต
เมื่อหลักฐานจากหลายแหล่งสอดคล้องกัน ทั้งบนพื้นดิน มหาสมุทร และจากอวกาศ นักวิทยาศาสตร์จึงสามารถยืนยันได้อย่างมั่นใจว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีสาเหตุหลักจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล
แม้สภาพอากาศในแต่ละวันจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่เมื่อพิจารณาข้อมูลที่สะสมต่อเนื่องหลายทศวรรษ ภาพรวมที่ปรากฏชัดคือ โลกกำลังร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกำลังส่งผลกระทบต่อทั้งระบบภูมิอากาศ ระบบนิเวศ และการดำรงชีวิตของผู้คนทั่วโลก
- โลกร้อนเร่งวิกฤตแมลงพาหะโรค
- ภัยเงียบจากโลกร้อน! นักวิจัยเตือน "โอโซนพิษ" พุ่ง คุกคามสุขภาพคนทั่วโลก
- ร้อนจนทำงานไม่ได้! แรงงาน “บังกลาเทศ” เสียรายได้ เพราะโลกเดือดขึ้นทุกวัน
- ไทยเร่งเครื่องสู้โลกร้อน ปรับแผนใหญ่ 25 ปี มุ่ง Net Zero ปี 2593
- วิกฤตสภาพอากาศ ดันต้นทุนน้ำประปาเพิ่ม คนอเมริกันต้องจ่ายค่าน้ำแพงขึ้น 2 เท่า
ที่มาข้อมูล : 13newsnow.com
ที่มารูปภาพ : NASA
