ไทยเร่งเครื่องสู้โลกร้อน ปรับแผนใหญ่ 25 ปี มุ่ง Net Zero ปี 2593

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไทยเร่งเครื่องสู้โลกร้อน  ปรับแผนใหญ่ 25 ปี  มุ่ง Net Zero ปี 2593

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อปรับปรุง ยุทธศาสตร์ระยะยาวการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy: LT-LEDS) มุ่งกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593


การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนวทาง เพื่อให้ยุทธศาสตร์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป


สรุปข่าว

ประเทศไทยเดินหน้าปรับแผนรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน เพื่อวางยุทธศาสตร์ลดก๊าซเรือนกระจกระยะยาว มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อปรับปรุง ยุทธศาสตร์ระยะยาวการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy: LT-LEDS) มุ่งกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593


การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนวทาง เพื่อให้ยุทธศาสตร์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป


นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การปรับปรุงยุทธศาสตร์ครั้งนี้จะครอบคลุมทุกภาคส่วนสำคัญของประเทศ ทั้ง พลังงาน อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การขนส่ง การจัดการของเสีย ภาคการเงิน การศึกษา และภาคประชาสังคม เพื่อจัดทำกรอบการพัฒนาระยะยาว 25 ปี ที่มีความชัดเจน แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและต้นทุนในอนาคต


พร้อมระบุว่า ร่าง พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero โดยมีมาตรการหลัก เช่น ระบบราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) และการจัดตั้งกองทุนภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ


นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การจัดสรรงบประมาณ และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


ด้านนางสวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ รองประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมต้องการทั้งมาตรการส่งเสริมและมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้พร้อมกัน โดยยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ


ข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ การสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ การจัดตั้งกองทุนช่วยลดภาระต้นทุน การออกมาตรการทางการเงินสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME รวมถึงการช่วยเหลือด้านต้นทุนเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ทั้งนี้ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้ปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศไทย ให้สอดคล้องกับบริบทด้านสภาพภูมิอากาศ เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และทิศทางการพัฒนาประเทศ ก่อนผลักดันเป็นกรอบนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศระยะยาวต่อไป.

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Envato