วิกฤตสภาพอากาศ ดันต้นทุนน้ำประปาเพิ่ม คนอเมริกันต้องจ่ายค่าน้ำแพงขึ้น 2 เท่า

Share on Line Share on Facebook Share on X
วิกฤตสภาพอากาศ ดันต้นทุนน้ำประปาเพิ่ม คนอเมริกันต้องจ่ายค่าน้ำแพงขึ้น 2 เท่า

เมื่อสภาพอากาศร้อนขึ้นและแห้งแล้งยาวนานขึ้น ความต้องการใช้น้ำของเมืองจะเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ปริมาณน้ำต้นทุนจากธรรมชาติลดลง ส่งผลให้หน่วยงานด้านน้ำจำเป็นต้องหาแหล่งน้ำใหม่หรือพัฒนาเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูงเพื่อรักษาปริมาณน้ำให้เพียงพอ แม้ว่าจะช่วยให้มีน้ำใช้อย่างต่อเนื่อง แต่ต้นทุนการลงทุนจะสะท้อนกลับมาในรูปของค่าน้ำที่สูงขึ้น โดยผลการศึกษาฉบับใหม่จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเผยแพร่ในวารสารวิชาการ Nature Sustainability เมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 ระบุว่า หากอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้น หลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะรัฐทางฝั่งตะวันตกที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอยู่แล้ว อาจต้องเผชิญกับค่าน้ำประปาที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงสองทศวรรษข้างหน้า และในบางพื้นที่อาจสูงขึ้นถึง สองเท่าของปัจจุบัน

 

ต้นเหตุไม่ได้มาจากการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากต้นทุนมหาศาลในการสร้างระบบจัดการน้ำเพื่อรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเล ระบบนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ หรือโครงการผันน้ำจากพื้นที่อื่น ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ขณะที่หลายครัวเรือนต่างประสบปัญหาในการจ่ายค่าน้ำ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง


สรุปข่าว

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนกำลังทำให้คนอเมริกันต้องจ่ายค่าน้ำเพิ่มขึ้น 2 เท่า ภายในระยะเวลาอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันตกที่ประสบปัญหาในการขาดแคลนน้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งต้นเหตุไม่ใช่เพียงแค่การใช้น้ำที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นผลจากต้นทุนมหาศาลในการสร้างระบบจัดการน้ำเพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

เมื่อสภาพอากาศร้อนขึ้นและแห้งแล้งยาวนานขึ้น ความต้องการใช้น้ำของเมืองจะเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ปริมาณน้ำต้นทุนจากธรรมชาติลดลง ส่งผลให้หน่วยงานด้านน้ำจำเป็นต้องหาแหล่งน้ำใหม่หรือพัฒนาเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูงเพื่อรักษาปริมาณน้ำให้เพียงพอ แม้ว่าจะช่วยให้มีน้ำใช้อย่างต่อเนื่อง แต่ต้นทุนการลงทุนจะสะท้อนกลับมาในรูปของค่าน้ำที่สูงขึ้น โดยผลการศึกษาฉบับใหม่จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเผยแพร่ในวารสารวิชาการ Nature Sustainability เมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 ระบุว่า หากอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้น หลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะรัฐทางฝั่งตะวันตกที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอยู่แล้ว อาจต้องเผชิญกับค่าน้ำประปาที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงสองทศวรรษข้างหน้า และในบางพื้นที่อาจสูงขึ้นถึง สองเท่าของปัจจุบัน

 

ต้นเหตุไม่ได้มาจากการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากต้นทุนมหาศาลในการสร้างระบบจัดการน้ำเพื่อรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเล ระบบนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ หรือโครงการผันน้ำจากพื้นที่อื่น ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ขณะที่หลายครัวเรือนต่างประสบปัญหาในการจ่ายค่าน้ำ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง


ผลการศึกษายังพบว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้น้ำประปาเฉลี่ยของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้อถึง 3 เท่า โดยมีสาเหตุจากโครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมสภาพ การซ่อมบำรุงที่ล่าช้า และการลงทุนที่ถูกเลื่อนออกไป ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเพิ่มแรงกดดันอีกชั้นหนึ่ง โดยครัวเรือนมากกว่า 5% อาจต้องใช้รายได้ถึง หนึ่งในสาม เพื่อจ่ายค่าน้ำเพียงอย่างเดียว ทำให้ต้องลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร การรักษาพยาบาล หรือความจำเป็นพื้นฐานอื่น ๆ

 

ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า พื้นที่ตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจะยังคงเผชิญภัยแล้งที่ยาวนานและรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำสำหรับภาคครัวเรือน การเกษตร และระบบนิเวศลดลงอย่างต่อเนื่อง


งานวิจัยนี้สะท้อนว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่กำลังแทรกซึมเข้าสู่ต้นทุนการดำรงชีวิตของผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ และหากไม่มีการวางแผนด้านนโยบายและการลงทุนที่เหมาะสม "ค่าน้ำ" อาจกลายเป็นอีกหนึ่งความเหลื่อมล้ำที่ทวีความรุนแรงขึ้นในโลกที่ร้อนกว่าเดิม

ที่มาข้อมูล : USA TODAY

ที่มารูปภาพ : Envato