
องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า คลื่นความร้อนและอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังกลายเป็นหนึ่งในภัยคุกคามด้านสุขภาพที่ร้ายแรงที่สุดของโลก ไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคลมแดด แต่ยังกระตุ้นให้โรคเรื้อรังหลายชนิดกำเริบ ส่งผลกระทบต่อแรงงาน ระบบสาธารณสุข และคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
WHO ระบุว่า ความร้อนจัดเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ (weather-related deaths) และเป็นปัจจัยที่ทำให้โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคระบบทางเดินหายใจ โรคไต โรคหอบหืด รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตมีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ความร้อนยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อบางชนิดอีกด้วย
สรุปข่าว
องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า คลื่นความร้อนและอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังกลายเป็นหนึ่งในภัยคุกคามด้านสุขภาพที่ร้ายแรงที่สุดของโลก ไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคลมแดด แต่ยังกระตุ้นให้โรคเรื้อรังหลายชนิดกำเริบ ส่งผลกระทบต่อแรงงาน ระบบสาธารณสุข และคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
WHO ระบุว่า ความร้อนจัดเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ (weather-related deaths) และเป็นปัจจัยที่ทำให้โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคระบบทางเดินหายใจ โรคไต โรคหอบหืด รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตมีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ความร้อนยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อบางชนิดอีกด้วย
องค์การอนามัยโลกชี้ว่า จำนวนประชากรที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนจัดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกภูมิภาคของโลก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้คลื่นความร้อนเกิดบ่อยขึ้น ยาวนานขึ้น และรุนแรงขึ้น ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ส่งผลให้ร่างกายมีเวลาฟื้นตัวน้อยลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิต
ข้อมูลของ WHO ระบุว่า ระหว่างปี 2000–2019 มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนทั่วโลกเฉลี่ยประมาณ 489,000 คนต่อปี โดย 45% อยู่ในทวีปเอเชีย และ 36% อยู่ในยุโรป ขณะที่เฉพาะช่วงฤดูร้อนปี 2022 ยุโรปมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนมากถึง 61,672 คน
นอกจากนี้ อัตราการเสียชีวิตจากความร้อนในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นประมาณ 85% เมื่อเปรียบเทียบระหว่างช่วงปี 2000–2004 กับปี 2017–2021 สะท้อนว่าผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
WHO ระบุว่า กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ใช้แรงงานกลางแจ้ง รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวน้อยและเกิดปรากฏการณ์ "เกาะความร้อนในเมือง" (Urban Heat Island) ซึ่งทำให้อุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ
อย่างไรก็ตาม WHO ย้ำว่า ผลกระทบจากความร้อนสามารถป้องกันได้ หากประเทศต่าง ๆ มีระบบเตือนภัยล่วงหน้า แผนรับมือคลื่นความร้อน การออกแบบเมืองให้มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น การจัดจุดพักคลายร้อน และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรคจากอากาศร้อน ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- คลื่นร้อนมรณะถล่มอังกฤษ เสียชีวิตพุ่งกว่า 2,700 ราย เพียงแค่ในเวลา 2 เดือน!
- โลกร้อนคุกคาม “ฝรั่งเศส” แชมเปญ-ครัวซองต์-ชีส รสชาติจะไม่เหมือนเดิม
- 50 องศาฯ กลายเป็นเรื่องปกติ เมื่อ “โลกร้อน” เกินกว่ามนุษย์จะรับไหว
- UN เตือนอากาศสุดขั้ว ทำไทยเสี่ยงเจอร้อน ภัยแล้ง-น้ำท่วมยาวนาน
- ปี 2026 ยุโรปเผชิญกับเดือนมิถุนายนที่ร้อนสุด ทำลายสถิติช่วงปี 1970
