UN เตือนอากาศสุดขั้ว ทำไทยเสี่ยงเจอร้อน ภัยแล้ง-น้ำท่วมยาวนาน

Share on Line Share on Facebook Share on X
UN เตือนอากาศสุดขั้ว   ทำไทยเสี่ยงเจอร้อน  ภัยแล้ง-น้ำท่วมยาวนาน

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หลังองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ส่งเสียงเตือนประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ภัยแรง อากาศสุดขั้ว รวมถึงเป้าหมายการลดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยระบุความเสี่ยงโดยรวมดังนี้

1.ภัยพิบัติรุนแรง เกิดภัยแล้งที่ยาว นาน ปัญหาขาดแคลนน้ำ และน้ำท่วมฉับพลันบ่อยครั้งขึ้น

2.ภัยคุกคามกรุงเทพฯ ปัญหาความร้อนสะสมและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น. มีความเสี่ยงทำให้เกิดการกัดเซาะชาย ฝั่งอย่างรุนแรง

3.ความไม่เป็นธรรมในกลุ่มชาติพันธุ์ โดยคนยากจน และผู้พิการ มักเป็นกลุ่มแรกที่สูญเสียอาชีพจากสภาพอากาศแปรปรวน

4.ผลกระทบต่อเด็กโดยผลวิจัยชี้ว่าเด็กในภาคอีสานและภาคใต้มีความเสี่ยงสูงที่สุดต่อโรคระบาดและภัยพิบัติ

สรุปข่าว

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทยเผย องค์การสหประชาชาติ หรือ UN เตือนประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง โดยมีความเสี่ยงเจอภัยแล้งที่ยาวนาน น้ำท่วมฉับพลันบ่อย สภาพอากาศสุดขั้ว รวมถึงเป้าหมายและนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกับประชาคมโลก

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หลังองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ส่งเสียงเตือนประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ภัยแรง อากาศสุดขั้ว รวมถึงเป้าหมายการลดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยระบุความเสี่ยงโดยรวมดังนี้

1.ภัยพิบัติรุนแรง เกิดภัยแล้งที่ยาว นาน ปัญหาขาดแคลนน้ำ และน้ำท่วมฉับพลันบ่อยครั้งขึ้น

2.ภัยคุกคามกรุงเทพฯ ปัญหาความร้อนสะสมและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น. มีความเสี่ยงทำให้เกิดการกัดเซาะชาย ฝั่งอย่างรุนแรง

3.ความไม่เป็นธรรมในกลุ่มชาติพันธุ์ โดยคนยากจน และผู้พิการ มักเป็นกลุ่มแรกที่สูญเสียอาชีพจากสภาพอากาศแปรปรวน

4.ผลกระทบต่อเด็กโดยผลวิจัยชี้ว่าเด็กในภาคอีสานและภาคใต้มีความเสี่ยงสูงที่สุดต่อโรคระบาดและภัยพิบัติ

2.องค์การสหประชาชาติ(UN)ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยในปี 2026 โดยระบุว่าอุณหภูมิโลกที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์รวมถึงปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังแรงสูงส่งผลให้ประเทศไทยเสี่ยงเผชิญสภาพอากาศสุดขั้ว คลื่นความร้อนและวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงกว่าปีก่อน ๆ ดังนี้

1.ความกังวลต่อ "อากาศสุดขั้ว" และภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทย

โดยข้อมูลรายงานดัชนีความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ (Climate Risk Index) จัดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงสูงมากโดยเฉพาะผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้งสลับกัน โดยประเทศไทยได้ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 17 ของโลกที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการเผชิญสภาพอากาศสุดขั้ว นอกจากนี้ข้อมูลจากหน่วยงานภายใต้ UN และ Germanwatch ระบุว่าไทยจะเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วที่ถี่และรุนแรงขึ้น ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน ภัยแล้ง และคลื่นความร้อน

2.วิกฤตความร้อนและอุณหภูมิ

โดยสภาพอากาศของไทยในปีนี้ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากอุณหภูมิโลกที่ทำสถิติร้อนที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ส่งผลต่อทั้งสุขภาพอนามัยของประชาชนและภาคการเกษตร รวมทั้งปีนี้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและมลพิษทางอา กาศจะรุนแรงมากขึ้น

3.องค์การสหประชาชาติเตือนว่าอุณ หภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2026 นี้มีแนวโน้มสูงกว่าระดับก่อนยุคปฏิวัติอุตสาห กรรมเกินกว่า 1.5°C ส่งผลกระทบโดย ตรงต่อฤดูกาลและระบบลมมรสุมในภูมิ ภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยโดยอุณหภูมิในภูมิภาคมีแนวโน้มทะลุ 44.2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต

4.ความเสี่ยงระดับภูมิภาค UNประเมินว่าไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เสี่ยงต่อภัยพิบัติสูงมาก คาดการณ์ถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจในระดับภูมิ ภาคอาจสูงถึง 4.75 หมื่นล้านดอลลาร์

3.เป้าหมายและนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเทศไทยได้ยกระ ดับความเข้มข้นในแผนจัดทำเป้าหมายร่วมกับประชาคมโลก

1.เป้าหมายเน็ตซีโร่ (Net Zero) ไทยปรับเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้เร็วขึ้นเป็นปี 2050 

2.ความเป็นกลางทางคาร์บอน มุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2050

3.พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: ผลักดันกฎหมาย Climate Change Act เพื่อบังคับใช้ระบบภาษีคาร์บอน

ที่มาข้อมูล : Sonthi Kotchawat

ที่มารูปภาพ : TNN