ปราโบโวตอบโต้ประเทศที่ดูหมิ่นอินโดนีเซียเรื่องไฟป่า

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย กล่าวโจมตี “ประเทศที่ชอบดูหมิ่น” อินโดนีเซีย จากกรณีไฟป่าที่เผาผลาญพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง และปล่อยหมอกควันพิษลอยข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พยายามควบคุมไฟป่ามานานหลายเดือน โดยนูซันทารา แอตลาส (Nusantara Atlas) องค์กรอิสระที่วิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียม ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนจนถึงเดือนกันยายน ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 1.9 ล้านเฮกตาร์ หรือประมาณ 11 ล้านไร่
หมอกควันดังกล่าวทำให้ระดับมลพิษทางอากาศพุ่งสูงขึ้นจนเป็นอันตราย ไม่เพียงแต่ในอินโดนีเซียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมาเลเซีย, สิงคโปร์ และติมอร์-เลสเต ส่งผลให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เรียกประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตครั้งนี้
ปราโบโวกล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันพุธว่า “สำหรับบางประเทศที่ชอบดูหมิ่นชาติอินโดนีเซีย เมื่อถึงเวลา เราจะเปิดเผยชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง” พร้อมอ้างว่า “บริษัทจำนวนมากต้องรับผิดชอบ” ต่อวิกฤตครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีไม่ได้ระบุชื่อบริษัทหรือประเทศที่เกี่ยวข้อง
ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านของอินโดนีเซียได้เสนอความช่วยเหลือ แต่หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์อินโดนีเซียอย่างเปิดเผยในระดับผู้นำทางการทูต
ปราโบโวกล่าวว่า “อินโดนีเซียเป็นชาติที่สุภาพและอดทน ประเทศของเรามักถูกดูหมิ่นอยู่บ่อยครั้ง แต่ขอให้เชื่อเถิดว่า ชาติของเราไม่ต้องการถูกดูหมิ่นอยู่ตลอดเวลา”
สรุปข่าว
ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย กล่าวโจมตี “ประเทศที่ชอบดูหมิ่น” อินโดนีเซีย จากกรณีไฟป่าที่เผาผลาญพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง และปล่อยหมอกควันพิษลอยข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พยายามควบคุมไฟป่ามานานหลายเดือน โดยนูซันทารา แอตลาส (Nusantara Atlas) องค์กรอิสระที่วิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียม ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนจนถึงเดือนกันยายน ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 1.9 ล้านเฮกตาร์ หรือประมาณ 11 ล้านไร่
หมอกควันดังกล่าวทำให้ระดับมลพิษทางอากาศพุ่งสูงขึ้นจนเป็นอันตราย ไม่เพียงแต่ในอินโดนีเซียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมาเลเซีย, สิงคโปร์ และติมอร์-เลสเต ส่งผลให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เรียกประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตครั้งนี้
ปราโบโวกล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันพุธว่า “สำหรับบางประเทศที่ชอบดูหมิ่นชาติอินโดนีเซีย เมื่อถึงเวลา เราจะเปิดเผยชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง” พร้อมอ้างว่า “บริษัทจำนวนมากต้องรับผิดชอบ” ต่อวิกฤตครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีไม่ได้ระบุชื่อบริษัทหรือประเทศที่เกี่ยวข้อง
ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านของอินโดนีเซียได้เสนอความช่วยเหลือ แต่หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์อินโดนีเซียอย่างเปิดเผยในระดับผู้นำทางการทูต
ปราโบโวกล่าวว่า “อินโดนีเซียเป็นชาติที่สุภาพและอดทน ประเทศของเรามักถูกดูหมิ่นอยู่บ่อยครั้ง แต่ขอให้เชื่อเถิดว่า ชาติของเราไม่ต้องการถูกดูหมิ่นอยู่ตลอดเวลา”
ประธานาธิบดี ซึ่งเพิ่งครบรอบสองปีในการดำรงตำแหน่งเมื่อวันอังคาร ท่ามกลางคะแนนนิยมที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ กล่าวว่า เขาได้สั่งให้มีการสอบสวนหาสาเหตุของไฟป่าแล้ว โดยยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ “ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว” การจงใจจุดไฟเผาป่าถือเป็น “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เพราะสิ่งที่พวกเขาทำเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนหลายล้านคน”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานได้แล้ว “เราจะเพิกถอนใบอนุญาตทั้งหมดของบริษัทที่ฝ่าฝืนกฎหมาย”
ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ไฟป่าในอินโดนีเซียมีสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการถางพื้นที่เพื่อทำเกษตรกรรมด้วยวิธีตัดและเผา ซึ่งทำลายพื้นที่ป่าที่ช่วยต้านทานการลุกลามของไฟ รวมถึงพื้นที่ป่าพรุที่ถูกระบายน้ำออกจนแห้ง
ในปีนี้ ไฟป่าทวีความรุนแรงขึ้นจากภัยแล้งอย่างหนัก ซึ่งมีปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นปัจจัยกระตุ้น
