สิงคโปร์เอาผิด 3 บริษัทอินโดนีเซีย สร้างควันพิษข้ามพรมแดน

Share on Line Share on Facebook Share on X
สิงคโปร์เอาผิด 3 บริษัทอินโดนีเซีย สร้างควันพิษข้ามพรมแดน

สิงคโปร์เตรียมดำเนินการกับบริษัทอินโดนีเซียเพิ่มอีก 3 แห่ง ปมไฟป่าทำหมอกควันข้ามพรมแดน ส่งผลให้มีบริษัทถูกแจ้งเตือนรวม 10 แห่ง


สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ หรือเอ็นอีเอ เตรียมออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังบริษัทในอินโดนีเซียเพิ่มอีก 3 แห่ง กรณีเกิดไฟไหม้ในพื้นที่กาลิมันตัน ซึ่งอาจมีส่วนทำให้เกิดหมอกควันปกคลุมสิงคโปร์ ส่งผลให้จำนวนบริษัทที่ถูกดำเนินการภายใต้กฎหมายว่าด้วยมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดนของสิงคโปร์ หรือทีเอชพีเอ (Transboundary Haze Pollution Act: THPA) เพิ่มขึ้นเป็น 10 แห่ง


ในแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนเมื่อวันจันทร์ เอ็นอีเอระบุว่า มีข้อบ่งชี้ว่าควันจากไฟไหม้ในพื้นที่สัมปทานที่บริษัททั้งสามแห่งถือครอง อาจลอยไปถึงสิงคโปร์ได้ โดยบริษัททั้งสามแห่ง ประกอบด้วย พีที บูอานา เมกาตามา จายา, พีที มานันจุง ฮายัค และพีที บาราตามา ปูตรา เปอร์กาซา 


ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก เอ็นอีเอส่งหนังสือแจ้งเตือนในลักษณะเดียวกันไปยังบริษัทอินโดนีเซีย 7 แห่ง เมื่อสามวันก่อน จากกรณีไฟไหม้ในเกาะสุมาตรา


ภายใต้หนังสือแจ้งเตือนดังกล่าว บริษัททั้งสามแห่งจะต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปดับไฟ หรือป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามในพื้นที่ที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือครอบครองอยู่


นอกจากนี้ บริษัทเหล่านี้ต้องยุติกิจกรรมการเผาที่กำลังดำเนินอยู่ งดเว้นการจุดไฟเผาครั้งใหม่ และส่งแผนปฏิบัติการให้เอ็นอีเอ โดยระบุมาตรการดับไฟและป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้ซ้ำอีก


เอ็นอีเอ ระบุว่า “หน่วยงานยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทที่กระทำผิดและพบว่ามีความรับผิดชอบต่อการก่อให้เกิดหมอกควันข้ามพรมแดนในสิงคโปร์”


เกรซ ฟู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทอีกสามแห่งที่ถูกแจ้งเตือนตั้งอยู่ในกาลิมันตัน


สำหรับบริษัททั้งเจ็ดแห่งที่ได้รับหนังสือแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ ฟูกล่าวว่า จนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้รับการติดต่อจากบริษัทเหล่านั้น และกำลังติดตามการดำเนินการของบริษัทอย่างใกล้ชิด


เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามุ่งมั่นที่จะสอบสวนบริษัทที่กระทำผิดทุกราย ซึ่งพบว่ามีความรับผิดชอบต่อการก่อให้เกิดหมอกควันข้ามพรมแดนในสิงคโปร์ และจะไม่ลังเลที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมภายใต้กฎหมายทีเอชพีเอ (THPA) โดยพิจารณาจากข้อมูลและหลักฐานที่มีอยู่”


ฟูกล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะส่งมอบหลักฐานที่รวบรวมได้ให้แก่หน่วยงานอื่น ๆ เพื่อนำไปใช้ในการสอบสวนของแต่ละหน่วยงานด้วย


เธอกล่าวเรื่องนี้กับสื่อมวลชนระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด่านวูดแลนด์ส (Woodlands Checkpoint) เพื่อพบปะเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจของสิงคโปร์ หรือไอซีเอ (ICA) โดยมีเค ชานมูกัม รัฐมนตรีอาวุโส และรายาฮู มาห์ซัม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเดินทางด้วย

สรุปข่าว

สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ (NEA) เตรียมออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังบริษัทอินโดนีเซียเพิ่มอีก 3 แห่ง กรณีเกิดไฟป่าในพื้นที่กาลิมันตันและสุมาตรา ซึ่งส่งผลให้เกิดหมอกควันพิษข้ามพรมแดน ส่งผลให้มีบริษัทที่ถูกดำเนินคดีภายใต้กฎหมายมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน (THPA) รวมเป็น 10 แห่ง โดยบริษัทเหล่านี้ต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิง ยุติการเผา และส่งแผนป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้ซ้ำ ทั้งนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ยืนยันว่าจะใช้มาตรการทางกฎหมายและบทลงโทษปรับอย่างเข้มงวดเพื่อเอาผิดบริษัทที่รับผิดชอบอย่างถึงที่สุด

สิงคโปร์เตรียมดำเนินการกับบริษัทอินโดนีเซียเพิ่มอีก 3 แห่ง ปมไฟป่าทำหมอกควันข้ามพรมแดน ส่งผลให้มีบริษัทถูกแจ้งเตือนรวม 10 แห่ง


สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ หรือเอ็นอีเอ เตรียมออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังบริษัทในอินโดนีเซียเพิ่มอีก 3 แห่ง กรณีเกิดไฟไหม้ในพื้นที่กาลิมันตัน ซึ่งอาจมีส่วนทำให้เกิดหมอกควันปกคลุมสิงคโปร์ ส่งผลให้จำนวนบริษัทที่ถูกดำเนินการภายใต้กฎหมายว่าด้วยมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดนของสิงคโปร์ หรือทีเอชพีเอ (Transboundary Haze Pollution Act: THPA) เพิ่มขึ้นเป็น 10 แห่ง


ในแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนเมื่อวันจันทร์ เอ็นอีเอระบุว่า มีข้อบ่งชี้ว่าควันจากไฟไหม้ในพื้นที่สัมปทานที่บริษัททั้งสามแห่งถือครอง อาจลอยไปถึงสิงคโปร์ได้ โดยบริษัททั้งสามแห่ง ประกอบด้วย พีที บูอานา เมกาตามา จายา, พีที มานันจุง ฮายัค และพีที บาราตามา ปูตรา เปอร์กาซา 


ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก เอ็นอีเอส่งหนังสือแจ้งเตือนในลักษณะเดียวกันไปยังบริษัทอินโดนีเซีย 7 แห่ง เมื่อสามวันก่อน จากกรณีไฟไหม้ในเกาะสุมาตรา


ภายใต้หนังสือแจ้งเตือนดังกล่าว บริษัททั้งสามแห่งจะต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปดับไฟ หรือป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามในพื้นที่ที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือครอบครองอยู่


นอกจากนี้ บริษัทเหล่านี้ต้องยุติกิจกรรมการเผาที่กำลังดำเนินอยู่ งดเว้นการจุดไฟเผาครั้งใหม่ และส่งแผนปฏิบัติการให้เอ็นอีเอ โดยระบุมาตรการดับไฟและป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้ซ้ำอีก


เอ็นอีเอ ระบุว่า “หน่วยงานยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทที่กระทำผิดและพบว่ามีความรับผิดชอบต่อการก่อให้เกิดหมอกควันข้ามพรมแดนในสิงคโปร์”


เกรซ ฟู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทอีกสามแห่งที่ถูกแจ้งเตือนตั้งอยู่ในกาลิมันตัน


สำหรับบริษัททั้งเจ็ดแห่งที่ได้รับหนังสือแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ ฟูกล่าวว่า จนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้รับการติดต่อจากบริษัทเหล่านั้น และกำลังติดตามการดำเนินการของบริษัทอย่างใกล้ชิด


เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามุ่งมั่นที่จะสอบสวนบริษัทที่กระทำผิดทุกราย ซึ่งพบว่ามีความรับผิดชอบต่อการก่อให้เกิดหมอกควันข้ามพรมแดนในสิงคโปร์ และจะไม่ลังเลที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมภายใต้กฎหมายทีเอชพีเอ (THPA) โดยพิจารณาจากข้อมูลและหลักฐานที่มีอยู่”


ฟูกล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะส่งมอบหลักฐานที่รวบรวมได้ให้แก่หน่วยงานอื่น ๆ เพื่อนำไปใช้ในการสอบสวนของแต่ละหน่วยงานด้วย


เธอกล่าวเรื่องนี้กับสื่อมวลชนระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด่านวูดแลนด์ส (Woodlands Checkpoint) เพื่อพบปะเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจของสิงคโปร์ หรือไอซีเอ (ICA) โดยมีเค ชานมูกัม รัฐมนตรีอาวุโส และรายาฮู มาห์ซัม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเดินทางด้วย

ส่วนชานมูกัมกล่าวว่า สิงคโปร์จะใช้เครื่องมือทางกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรการทางเศรษฐกิจทุกอย่างที่มีอยู่ เพื่อดำเนินการกับบริษัทที่ต้องรับผิดชอบต่อปัญหาหมอกควัน และจะติดตามเอาผิดบริษัทเหล่านี้ “ตราบเท่าที่จำเป็น”


เขากล่าวเพิ่มเติมว่า สิงคโปร์พร้อมที่จะเร่งเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายที่ใช้กับบริษัทเหล่านี้ “โดยเร่งด่วน”


การออกหนังสือแจ้งเตือนครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากฟูกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เอ็นอีเอจะดำเนินการกับบริษัทเพิ่มเติม หากพบข้อบ่งชี้ว่าไฟไหม้ในพื้นที่ของบริษัทเหล่านั้นมีส่วนทำให้เกิดหมอกควันข้ามพรมแดนในสิงคโปร์


ในการแถลงข่าวครั้งนั้น ฟูกล่าวว่า หน่วยงานจะติดตามการตอบสนองของบริษัทต่อหนังสือแจ้งเตือน และพิจารณาใช้มาตรการเพิ่มเติมภายใต้กฎหมายทีเอชพีเอ หากเห็นว่ามีเหตุผลสมควร


เธอระบุว่า การปรับเงินหรือการดำเนินคดีเป็นหนึ่งในทางเลือกที่กำลังพิจารณา พร้อมกล่าวว่ารัฐบาลจะประเมินประสิทธิผลของมาตรการต่าง ๆ ที่ดำเนินการไป

อย่างไรก็ตาม ฟูยอมรับด้วยว่า การสอบสวนความผิดเกี่ยวกับหมอกควันข้ามพรมแดนมีอุปสรรคในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องดำเนินกิจการอยู่นอกประเทศสิงคโปร์


กฎหมายทีเอชพีเอ ของสิงคโปร์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2014 ให้อำนาจทางการดำเนินคดีกับบริษัทที่กิจกรรมในต่างประเทศเป็นสาเหตุหรือมีส่วนทำให้เกิดมลพิษจากหมอกควันในสิงคโปร์


บริษัทที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานก่อให้เกิดหรือมีส่วนทำให้เกิดหมอกควันข้ามพรมแดน อาจถูกปรับสูงสุดวันละ 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือสำหรับเศษส่วนของวันก็คิดเป็นหนึ่งวันเช่นกัน ตลอดระยะเวลาที่หมอกควันยังคงเกิดขึ้น โดยมีวงเงินค่าปรับรวมสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์


กฎหมายฉบับนี้ยังมีบทลงโทษสำหรับบริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งเตือนให้ดำเนินมาตรการป้องกันด้วย


ก่อนหน้านี้ เอ็นอีเอเคยออกหนังสือแจ้งเตือนทางกฎหมายไปยังบริษัทในอินโดนีเซีย 6 แห่ง ในช่วงวิกฤตหมอกควันรุนแรงเมื่อปี 2015 โดยการสอบสวนบริษัท 4 แห่งในจำนวนดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters