6 เดือนสุดท้ายของมาครง กำลังจบลงด้วยวิกฤต

ท่ามกลางการประท้วงของประชาชนที่ไม่พอใจการบริหารประเทศของรัฐบาลที่ลุกลามไปทั่วฝรั่งเศส ภาพการเผาทำลายบ้านเมืองและการบุกปล้นร้านค้า ที่ทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ดูไร้กฎหมาย เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่เหลือระยะเวลาดำรงตำแหน่งอีกแค่ 6 เดือน อาจจะต้องอำลาการดำรงตำแหน่งยาวนาน 10 ปี ด้วยวิกฤตการประท้วงที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในฝรั่งเศส ที่รัฐบาลของเขาถูกมองว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดวิกฤตครั้งนี้
การประท้วงรุนแรงที่เกิดขึ้นยังสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของมาครง ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาหลายอย่างในฝรั่งเศสได้สำเร็จ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องสวัสดิการรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเคยสัญญาไว้ตั้งแต่ขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในปี 2017 และในตอนนั้น มาครงถูกมองว่าเป็นนักปฏิรูปที่คนฝรั่งเศสฝากความหวังไว้ในการพัฒนาประเทศ แต่กลับล้มเหลวและกลายเป็นปัญหาที่หมักหมมมาจนถึงทุกวันนี้
เฌอโรม เฟอร์เควท นักวิเคราะห์ด้านการเมืองจาก IFOP มองว่า ด้วยเวลาแค่ 6 เดือนที่เหลือในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี มาครงไม่เหลือเวลาทำอะไรได้มาก และอาจจะถูกจดจำในฐานะกัปตันคนสุดท้ายของเรือที่กำลังหลงทาง
ปัญหาขาดดุลงบประมาณของฝรั่งเศส อาจทำให้ฝรั่งเศสไม่มีทางเลือกอะไรมาก นอกจากการลดสวัสดิการของรัฐลงเรื่อย ๆ ซึ่งมีแต่จะทำให้ประชาชนไม่พอใจมากขึ้น นักวิเคราะห์มองว่าปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส อยู่นอกเหนือการควบคุมของมาครง อย่างการแพร่ระบาดของโควิด การเกิดสงครามในยูเครนและอิหร่าน ที่ทำให้เกิดวิกฤตพลังงาน ปัญหาเศรษฐกิจ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม มาครงถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่เขาไม่สามารถปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานในฝรั่งเศสได้ตามที่สัญญาไว้ ซึ่งอาจเป็นเพราะเจอแรงต่อต้านจากภายในพรรคของตัวเอง ทำให้การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสของเขา อาจถูกจดจำในเรื่องความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ
เรื่องหนึ่งที่มาครงทำให้คนฝรั่งเศสไม่พอใจมาก ๆ คือการผลักดันนโยบายขยายอายุเกษียณในฝรั่งเศสจาก 62 ปี เป็น 64 ปี ซึ่งก็ทำให้มาครงถูกประชาชนคัดค้านอย่างหนัก และนโยบายนี้ก็ไม่ผ่านการโหวตในสภาเมื่อปี 2025 จนต้องหยุดแผนเอาไว้ก่อน
สรุปข่าว
ท่ามกลางการประท้วงของประชาชนที่ไม่พอใจการบริหารประเทศของรัฐบาลที่ลุกลามไปทั่วฝรั่งเศส ภาพการเผาทำลายบ้านเมืองและการบุกปล้นร้านค้า ที่ทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ดูไร้กฎหมาย เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่เหลือระยะเวลาดำรงตำแหน่งอีกแค่ 6 เดือน อาจจะต้องอำลาการดำรงตำแหน่งยาวนาน 10 ปี ด้วยวิกฤตการประท้วงที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในฝรั่งเศส ที่รัฐบาลของเขาถูกมองว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดวิกฤตครั้งนี้
การประท้วงรุนแรงที่เกิดขึ้นยังสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของมาครง ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาหลายอย่างในฝรั่งเศสได้สำเร็จ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องสวัสดิการรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเคยสัญญาไว้ตั้งแต่ขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในปี 2017 และในตอนนั้น มาครงถูกมองว่าเป็นนักปฏิรูปที่คนฝรั่งเศสฝากความหวังไว้ในการพัฒนาประเทศ แต่กลับล้มเหลวและกลายเป็นปัญหาที่หมักหมมมาจนถึงทุกวันนี้
เฌอโรม เฟอร์เควท นักวิเคราะห์ด้านการเมืองจาก IFOP มองว่า ด้วยเวลาแค่ 6 เดือนที่เหลือในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี มาครงไม่เหลือเวลาทำอะไรได้มาก และอาจจะถูกจดจำในฐานะกัปตันคนสุดท้ายของเรือที่กำลังหลงทาง
ปัญหาขาดดุลงบประมาณของฝรั่งเศส อาจทำให้ฝรั่งเศสไม่มีทางเลือกอะไรมาก นอกจากการลดสวัสดิการของรัฐลงเรื่อย ๆ ซึ่งมีแต่จะทำให้ประชาชนไม่พอใจมากขึ้น นักวิเคราะห์มองว่าปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส อยู่นอกเหนือการควบคุมของมาครง อย่างการแพร่ระบาดของโควิด การเกิดสงครามในยูเครนและอิหร่าน ที่ทำให้เกิดวิกฤตพลังงาน ปัญหาเศรษฐกิจ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม มาครงถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่เขาไม่สามารถปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานในฝรั่งเศสได้ตามที่สัญญาไว้ ซึ่งอาจเป็นเพราะเจอแรงต่อต้านจากภายในพรรคของตัวเอง ทำให้การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสของเขา อาจถูกจดจำในเรื่องความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ
เรื่องหนึ่งที่มาครงทำให้คนฝรั่งเศสไม่พอใจมาก ๆ คือการผลักดันนโยบายขยายอายุเกษียณในฝรั่งเศสจาก 62 ปี เป็น 64 ปี ซึ่งก็ทำให้มาครงถูกประชาชนคัดค้านอย่างหนัก และนโยบายนี้ก็ไม่ผ่านการโหวตในสภาเมื่อปี 2025 จนต้องหยุดแผนเอาไว้ก่อน
นอกจากนี้ การที่มาครงลดการเก็บภาษีจากกลุ่มคนที่มีรายได้สูง ซึ่งเขาบอกว่าจะช่วยดึงดูดนักลงทุน ก็ทำให้มาครงถูกตั้งสมญานามว่าเป็นประธานาธิบดีของคนรวย แถมมาครงเตรียมขึ้นภาษีน้ำมัน ที่จะทำให้ประชาชนต้องควักกระเป๋าเงินมากขึ้น จนนำไปสู่การประท้วงเสื้อกั๊กสีเหลือง เมื่อปี 2018 ที่เคยทำให้มาครงต้องยอมถอยมาแล้วครั้งหนึ่ง
จากนั้นก็เกิดการระบาดของโควิดในช่วงต้นปี 2020 การโจมตียูเครน ในช่วงต้นปี 2022 แล้วก็การประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2024 ยิ่งซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจในฝรั่งเศส และยิ่งทำให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น เพราะนอกจากเรื่องขาดดุลงบประมาณแล้ว ฝรั่งเศสต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายเรื่องงบกลาโหมในการช่วยเหลือยูเครน และลาดการพึ่งพาสหรัฐฯ
ทั้งหมดนี้ ทำให้คะแนนนิยมของมาครง ลดต่ำลงเหลือแค่ 15% ต่ำที่สุดตั้งแต่ที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของฝรั่งเศส แถมผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่าชาวฝรั่งเศสส่วนใหญ่ รู้สึกหมดหวังในการบริหารงานของรัฐบาล
สำหรับช่วงเวลา 6 เดือนสุดท้ายที่เหลืออยู่ของมาครง เขาคงทำได้มากสุดแค่ประคองฝรั่งเศสให้ผ่านช่วงเวลานี้ไป โดยไม่เสียหายอะไรมากไปกว่านี้ แล้วส่งต่อการบริหารประเทศให้ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งและจะเข้ามาบริหารประเทศคนต่อไป
- มาครงประณามผู้ประท้วงปล้นร้านค้า ถามทำแบบนี้กับประเทศได้อย่างไร?
- ประท้วงฝรั่งเศสรุนแรงสุดในรอบหลายสิบปี เผาทำลายร้านค้า
- Exclusive: ฝรั่งเศสชูไทยหุ้นส่วนสำคัญ ดันพหุภาคีรับมือวิกฤตโลก ผสานหุ้นส่วนสมดุลบนโลกแบ่งขั้ว
- แฮกเกอร์โจมตีซูเปอร์มาเก็ตฝรั่งเศส เพิ่มอุณหภูมิตู้แช่ อาหารเน่า เสียหายหลายล้านยูโร
- ชาวเบลเยียมหลายพันประท้วงต่อต้านการขึ้นค่าเทอม-การตัดงบของรัฐบาล
ที่มาข้อมูล : AFR, The New York Times
ที่มารูปภาพ : Reuters, Getty Images
