Exclusive: ฝรั่งเศสชูไทยหุ้นส่วนสำคัญ ดันพหุภาคีรับมือวิกฤตโลก ผสานหุ้นส่วนสมดุลบนโลกแบ่งขั้ว

Share on Line Share on Facebook Share on X
Exclusive: ฝรั่งเศสชูไทยหุ้นส่วนสำคัญ ดันพหุภาคีรับมือวิกฤตโลก ผสานหุ้นส่วนสมดุลบนโลกแบ่งขั้ว

การหมุนเวียนมาจัด ณ กรุงเทพมหานคร ของการประชุมประจำปีผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank Group) นับเป็นปรากฏการณ์เชิงยุทธศาสตร์ที่สะท้อนถึงการย้ายศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การที่ฝรั่งเศสส่งคณะผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมเวทีนี้อย่างกระตือรือร้น ไม่เพียงสอดรับกับเจตนารมณ์ในการร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับโลก หากยังเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงจุดยืนเชิงนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลฝรั่งเศสในดินแดนอันเป็นหัวใจของอินโด-แปซิฟิก

เอเลโอนอร์ คารัวต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ TNN เน้นย้ำถึงสาระสำคัญของนโยบายต่างประเทศฝรั่งเศสว่า หัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการสร้างงานในศตวรรษที่ 21 ไม่สามารถแยกขาดจากวาระความท้าทายระดับโลกได้ โดยเฉพาะวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบเชิงประจักษ์ ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทวีความรุนแรง หรือคลื่นความร้อนในยุโรป ล้วนตอกย้ำว่าประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมต้องถูกยึดไว้ ณ ยอดสุดของวาระการพัฒนาและการเงินโลก 


🔴 การฟื้นฟูระเบียบโลกและระบบพหุภาคีนิยม: การปฏิรูปสถาบันอายุ 80 ปี ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

สภาวะแวดล้อมปัจจุบันกำลังทำให้โครงสร้างสถาบันพหุภาคีและระเบียบการเงินการเมืองโลกที่ก่อตั้งขึ้นนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สุ่มเสี่ยงต่อการหมดความยืดหยุ่น หากไร้ซึ่งการปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์

คารัวต์ กล่าวถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของระบบหลังยุคเบรตตันวูดส์ว่า ถูกออกแบบขึ้นภายใต้บริบทภูมิรัฐศาสตร์ในยุคก่อน จึงก้าวไม่ทันความซับซ้อนของวิกฤตยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือการเร่งตัวอย่างรวดเร็วของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ฝรั่งเศสจึงผลักดันระบบพหุภาคีนิยมแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์เชิงพฤตินัย เพื่อแปรเปลี่ยนสถาบันระหว่างประเทศ เช่น องค์การสหประชาชาติ (UN) ให้หลุดพ้นจากการเป็นเพียง "การประชุม 4 ชั่วโมงที่ผู้คนเพียงแค่มานั่งหารือกัน" แต่ต้องมุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อคุณภาพชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วโลกได้


สรุปข่าว

เอเลโอนอร์ คารัวต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ TNN ย้ำว่า ฝรั่งเศสมองไทยเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างเป็นอิสระและรักษาสมดุลท่ามกลางการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน พร้อมผลักดันแนวคิด “หุ้นส่วนที่สมดุล” (Balanced Partnerships) นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังต้องการยกระดับความสัมพันธ์กับไทยในด้านพลังงานสะอาด การรับมืออุทกภัย ระบบขนส่งที่ยั่งยืน และพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมยืนยันบทบาทของฝรั่งเศสในฐานะประเทศที่มีผลประโยชน์และดินแดนในอินโด-แปซิฟิก ซึ่งพร้อมร่วมมือกับไทยและอาเซียนในการรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

การหมุนเวียนมาจัด ณ กรุงเทพมหานคร ของการประชุมประจำปีผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank Group) นับเป็นปรากฏการณ์เชิงยุทธศาสตร์ที่สะท้อนถึงการย้ายศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การที่ฝรั่งเศสส่งคณะผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมเวทีนี้อย่างกระตือรือร้น ไม่เพียงสอดรับกับเจตนารมณ์ในการร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับโลก หากยังเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงจุดยืนเชิงนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลฝรั่งเศสในดินแดนอันเป็นหัวใจของอินโด-แปซิฟิก

เอเลโอนอร์ คารัวต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ TNN เน้นย้ำถึงสาระสำคัญของนโยบายต่างประเทศฝรั่งเศสว่า หัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการสร้างงานในศตวรรษที่ 21 ไม่สามารถแยกขาดจากวาระความท้าทายระดับโลกได้ โดยเฉพาะวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบเชิงประจักษ์ ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทวีความรุนแรง หรือคลื่นความร้อนในยุโรป ล้วนตอกย้ำว่าประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมต้องถูกยึดไว้ ณ ยอดสุดของวาระการพัฒนาและการเงินโลก 


🔴 การฟื้นฟูระเบียบโลกและระบบพหุภาคีนิยม: การปฏิรูปสถาบันอายุ 80 ปี ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

สภาวะแวดล้อมปัจจุบันกำลังทำให้โครงสร้างสถาบันพหุภาคีและระเบียบการเงินการเมืองโลกที่ก่อตั้งขึ้นนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สุ่มเสี่ยงต่อการหมดความยืดหยุ่น หากไร้ซึ่งการปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์

คารัวต์ กล่าวถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของระบบหลังยุคเบรตตันวูดส์ว่า ถูกออกแบบขึ้นภายใต้บริบทภูมิรัฐศาสตร์ในยุคก่อน จึงก้าวไม่ทันความซับซ้อนของวิกฤตยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือการเร่งตัวอย่างรวดเร็วของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ฝรั่งเศสจึงผลักดันระบบพหุภาคีนิยมแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์เชิงพฤตินัย เพื่อแปรเปลี่ยนสถาบันระหว่างประเทศ เช่น องค์การสหประชาชาติ (UN) ให้หลุดพ้นจากการเป็นเพียง "การประชุม 4 ชั่วโมงที่ผู้คนเพียงแค่มานั่งหารือกัน" แต่ต้องมุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อคุณภาพชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วโลกได้


🔴 ฝรั่งเศสชวนไทยรักษายุทธศาสตร์ความเป็นอิสระ ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ-จีน

ในภาวะที่ระเบียบโลกหมุนไปสู่ความแตกแยกและการแบ่งฝ่ายทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการแข่งขันเชิงอำนาจและมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน แนวคิด "ความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์" (Strategic Autonomy) ได้ทวีความสำคัญในฐานะกรอบดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ สามารถรักษาสิทธิในการตัดสินใจเชิงอธิปไตย โดยไม่ต้องตกอยู่ภายใต้การบังคับให้เลือกข้าง

คารัวต์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของวาระการดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม G7 ของฝรั่งเศส คือการนำเสนอแนวทาง "หุ้นส่วนที่สมดุล" (Balanced Partnerships) ในด้านการพัฒนาและการลงทุน ข้อเสนอของฝรั่งเศสต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ ความช่วยเหลือและเงินทุนเพื่อการพัฒนา—ไม่ว่าจะมาจากสหรัฐฯ จีน หรือแหล่งทุนใดก็ตาม—ต้องตอบสนองต่อผลประโยชน์อันแท้จริงของประเทศผู้รับ เช่นเดียวกับประเทศผู้ให้ 

สำหรับไทย ฝรั่งเศสมองว่าเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ด้วยยุทธศาสตร์การต่างประเทศที่เป็นอิสระ ยึดมั่นในความเป็นกลาง และความสามารถในการรักษาสมดุลท่ามกลางมหาอำนาจรอบด้าน ฝรั่งเศสและไทยจึงมีจุดร่วมทางยุทธศาสตร์ในการเป็นผู้ปกป้องระบบพหุภาคีนิยมได้


🔴 ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทวิภาคีไทย-ฝรั่งเศส: เปลี่ยนพลังขับเคลื่อนทางการเมืองสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

พลวัตความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ฝรั่งเศสกำลังสะท้อนถึง "โมเมนตัมทางการเมือง" ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การทูต ซึ่งเป็นผลจากการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อย่างการเยือนระดับรัฐพิธีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี ซึ่งรัฐมนตรี คารัวต์ ได้ร่วมถวายพระกระยาหารค่ำแบบรัฐพิธี ตลอดจนการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจของไทย

คารัวต์เผยว่า ฝรั่งเศสมองไทยเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและไว้วางใจได้ในภูมิภาค แม้สองฝ่ายจะมีมูลค่าการค้าระหว่างกันในระดับสูงอยู่แล้ว แต่รัฐบาลฝรั่งเศสเชื่อมั่นว่ายังมีศักยภาพที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้อีกมากในการแปรโมเมนตัมนี้ให้เป็นความร่วมมือในหลายด้าน เช่น การบรรเทาอุทกภัยและการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ พลังงานสะอาดและการลดคาร์บอน ซึ่งฝรั่งเศสเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานเขียวและการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังรวมถึง ระบบขนส่งมวลชนที่ยั่งยืน การสำรวจความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์ ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนซอฟต์พาวเวอร์และศิลปะการบริการ เป็นต้น


🔴 ฝรั่งเศสย้ำ มีส่วนได้ส่วนเสียอินโด-แปซิฟิก

คารัวต์กล่าวว่า ฝรั่งเศสมีสถานะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงในพื้นที่ของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก การเข้ามามีส่วนร่วมด้านความมั่นคงจึงไม่ใช่การแผ่อิทธิพลทางทหารจากภายนอก แต่เป็นพันธกิจเชิงอธิปไตยในการปกป้องผืนแผ่นดิน ประชาชน และเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตนเอง

ทั้งนี้ อธิปไตยของฝรั่งเศสในภูมิภาคนี้ครอบคลุมดินแดนโพ้นทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก เช่น นิวแคลิโดเนีย, เฟรนช์โปลินีเซีย, และวอลลิสและฟูตูนา  รวมถึงดินแดนในมหาสมุทรอินเดีย เช่น มายอตต์ และเกาะเรอูเนียง ส่งผลให้ฝรั่งเศสมีภาระหน้าที่โดยตรงในการรักษาความมั่นคงทางทะเล การปราบปรามการประมงผิดกฎหมาย การต่อต้านการค้าสิ่งผิดกฎหมายข้ามชาติ และการคุ้มครองเสรีภาพในการเดินเรือสากล

ด้วยภารกิจเชิงพื้นที่ดังกล่าว ฝรั่งเศสจึงกลายเป็นพันธมิตรธรรมชาติของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากการยกระดับของน้ำทะเลและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นวาระความมั่นคงแบบใหม่ที่ต้องการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN